https://so18.tci-thaijo.org/index.php/Asiaso/issue/feed วารสารสังคมศาสตร์เอเชียศึกษา 2026-02-16T16:20:12+07:00 Mr.Tewarach Sonsok thaicocialscience@gmail.com Open Journal Systems <p><strong>วารสารสังคมศาสตร์เอเชียศึกษาเป็นวารสารวิชาการ วารสารมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการศึกษา ค้นคว้า และเพื่อเผยแพร่ บทความวิจัยและบทความวิชาการที่เป็นความคิดริเริ่มใหม่ ที่</strong><strong>เป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะที่แตกต่าง หลากหลาย ไม่จำกัดแนวคิด อุดมการณ์โดยเน้นประเด็นที่ถกเถียงในสังคมทั้งปัญหาในอดีต ปัจจุบันอันเป็นแนวทางนำไปสู่การแก้ไขปัญหาร่วมกัน</strong><strong>ในสังคมอย่างสันติและยั่งยืน</strong><strong>เกี่ยวกับประเทศในภูมิภาคเอเชีย เช่นเอเซียตะวันออกและกลุ่มประเทศอาเซียน</strong><strong> วารสารเป็นสื่อกลางในการนำเสนอต่อสังคมให้แก่ประชาชนทั่วไป นักวิจัย นักวิชาการ อาจารย์ นิสิตนักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป </strong></p> https://so18.tci-thaijo.org/index.php/Asiaso/article/view/1859 จากความมั่นคงของรัฐสู่ความมั่นคงของมนุษย์: การจัดลำดับคุณค่าในนโยบายชายแดนไทย–กัมพูชา 2026-01-06T10:54:32+07:00 ธวัช วรรณเลิศ thawatwannalert@gmail.com <p>บทความวิชาการนี้มุ่งวิเคราะห์การจัดลำดับคุณค่าในนโยบายชายแดนไทย–กัมพูชา โดยตั้งคำถามเชิงวิพากษ์ต่อกรอบความมั่นคงของรัฐซึ่งครอบงำนโยบายชายแดนมาอย่างยาวนาน และเสนอให้พิจารณาการเปลี่ยนผ่านสู่กรอบความมั่นคงของมนุษย์เป็นแกนกลางในการกำหนดนโยบาย การศึกษานี้ใช้การทบทวนวรรณกรรมและการวิเคราะห์เชิงแนวคิดด้านความมั่นคงศึกษา ชายแดนศึกษา และสิทธิมนุษยชน เพื่ออธิบายผลกระทบของนโยบายรัฐศูนย์กลางต่อประชาชนชายแดนไทย–กัมพูชา บทความชี้ให้เห็นว่าการมองชายแดนในฐานะพื้นที่ความมั่นคงของรัฐ ส่งผลให้การทหาร การควบคุมการเคลื่อนย้าย และความสัมพันธ์รัฐต่อรัฐ กลายเป็นกลไกหลักของนโยบาย โดยลดทอนบทบาทของประชาชนชายแดนและชุมชนข้ามพรมแดนให้เป็นเพียงปัจจัยรอง นโยบายดังกล่าวนำไปสู่การปิดด่าน การใช้กำลัง และการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงอย่างเข้มงวด ซึ่งสร้างผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจชายแดน วิถีชีวิต และความรู้สึกมั่นคงในชีวิตประจำวันของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น แรงงานข้ามแดนและชุมชนชาติพันธุ์ การวิเคราะห์ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของรัฐไทย ทั้งในมิติของวัฒนธรรมความมั่นคงที่ผูกขาดการนิยามความมั่นคงไว้กับสถาบันการทหาร และระบบราชการแบบรวมศูนย์ที่ขาดความยืดหยุ่นในการตอบสนองต่อความซับซ้อนของพื้นที่ชายแดน ข้อจำกัดดังกล่าวเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบูรณาการแนวคิดความมั่นคงของมนุษย์เข้าสู่นโยบายชายแดนอย่างเป็นรูปธรรม บทความเสนอว่าการจัดลำดับคุณค่าใหม่จากความมั่นคงของรัฐสู่ความมั่นคงของมนุษย์ มิได้เป็นการลดทอนอธิปไตยของรัฐ หากแต่เป็นการเสริมสร้างความมั่นคงในระยะยาว ผ่านการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การมีส่วนร่วมของชุมชนชายแดน และการบูรณาการสิทธิมนุษยชนในกระบวนการกำหนดนโยบาย ชายแดนไทย–กัมพูชาจึงควรถูกมองในฐานะพื้นที่ชีวิตและความร่วมมือ มากกว่าพื้นที่ปะทะทางอำนาจของรัฐ</p> 2026-02-16T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสังคมศาสตร์เอเชียศึกษา https://so18.tci-thaijo.org/index.php/Asiaso/article/view/1885 ผลกระทบของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมต่อชุมชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กรณีศึกษา: ประเทศไทย ลาว และกัมพูชา 2026-01-18T11:04:43+07:00 มานพ ศิวกรกาญน์ manobsiwakonkarn@gmail.com <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีต่อชุมชนในบริบทของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเน้นการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบระหว่างประเทศไทย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และราชอาณาจักรกัมพูชา ผ่านกรอบแนวคิดเรื่องความยั่งยืนทางสังคมและวัฒนธรรม และการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม บทความอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารวิชาการ รายงานหน่วยงานระหว่างประเทศ และกรณีศึกษาจากพื้นที่จริง เพื่อสะท้อนให้เห็นพลวัตของผลกระทบที่แตกต่างกันตามบริบทของแต่ละประเทศ ผลการวิเคราะห์พบว่าการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนในหลายด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ เช่น การสร้างรายได้และโอกาสการจ้างงาน ด้านสังคม เช่น การฟื้นฟูอัตลักษณ์ท้องถิ่น และด้านวัฒนธรรม เช่น การอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชน อย่างไรก็ตาม ยังมีผลกระทบเชิงลบที่น่ากังวล ได้แก่ การแปรรูปวัฒนธรรมเพื่อการบริโภค การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและค่านิยมดั้งเดิม การเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม และการกระจายผลประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรมภายในชุมชน โดยเฉพาะในบริบทที่รัฐไม่มีนโยบายรองรับอย่างรอบด้าน หรือมีการแทรกแซงของกลุ่มทุนภายนอก</p> <p>บทความเสนอว่า ความสำเร็จของการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนในภูมิภาคนี้ จำเป็นต้องอาศัยการออกแบบนโยบายที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างแท้จริง การส่งเสริมศักยภาพในการจัดการตนเอง การพัฒนาเครื่องมือประเมินผลกระทบเชิงคุณภาพ และการส่งเสริมการเรียนรู้ข้ามรุ่นเกี่ยวกับมรดกวัฒนธรรม ทั้งนี้เพื่อให้การท่องเที่ยวมิใช่เพียงช่องทางเศรษฐกิจ แต่เป็นกลไกสร้างความมั่นคงและความภาคภูมิใจทางวัฒนธรรมให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน</p> 2026-02-16T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสังคมศาสตร์เอเชียศึกษา https://so18.tci-thaijo.org/index.php/Asiaso/article/view/1891 บทบาทของครอบครัวในสังคมเอเชีย: การเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน์ กรณีศึกษา: อินเดีย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย 2026-01-20T08:52:14+07:00 ธนากร แก้วศรี tanakonkaewsri@gmail.com <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเปลี่ยนแปลงของบทบาทและโครงสร้างของครอบครัวในสังคมเอเชีย โดยมุ่งวิเคราะห์ผลกระทบของกระแสโลกาภิวัตน์ที่มีต่อครอบครัวในสามประเทศ ได้แก่ อินเดีย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย โดยอาศัยกรอบแนวคิดด้านสังคมวิทยาครอบครัวและทฤษฎีโลกาภิวัตน์ บทความนี้ใช้วิธีวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบจากเอกสารทางวิชาการและกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำความเข้าใจพลวัตของครอบครัวเอเชียในบริบทที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผลการวิเคราะห์พบว่าครอบครัวในทั้งสามประเทศต่างมีรากฐานที่มั่นคงในระบบคุณค่าดั้งเดิมที่ให้ความสำคัญกับเครือญาติ การเคารพผู้สูงอายุ และบทบาทที่ชัดเจนตามเพศและลำดับอาวุโส อย่างไรก็ตาม กระแสโลกาภิวัตน์ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เช่น การลดขนาดของครอบครัว การย้ายถิ่นฐานเพื่อการทำงาน การเข้าสู่ตลาดแรงงานของผู้หญิง และการลดทอนของอำนาจผู้สูงวัยในครัวเรือน ตลอดจนทำให้เกิดการเจรจาบทบาทใหม่ภายในครอบครัว โดยเฉพาะในประเด็นด้านการเลี้ยงดูบุตร การดูแลผู้สูงอายุ และการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างรุ่น บทความเสนอว่านโยบายสาธารณะในสังคมเอเชียควรให้ความสำคัญกับความหลากหลายของรูปแบบครอบครัว และออกแบบมาตรการที่ส่งเสริมบทบาทของครอบครัวในฐานะสถาบันทางวัฒนธรรมที่มีพลวัต เช่น การพัฒนานโยบายที่ยืดหยุ่นต่อความแตกต่างทางชาติพันธุ์ ศาสนา และเศรษฐกิจ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้หญิง การเสริมสร้างทักษะการสื่อสารระหว่างรุ่น และการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านสวัสดิการ การตระหนักถึงศักยภาพของครอบครัวในการปรับตัวเชิงสร้างสรรค์ จะช่วยเสริมสร้างความยั่งยืนให้แก่สังคมเอเชียในยุคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</p> 2026-02-16T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสังคมศาสตร์เอเชียศึกษา https://so18.tci-thaijo.org/index.php/Asiaso/article/view/1911 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อวิถีชีวิตชนพื้นเมืองในเอเชียกรณีศึกษา: ชนพื้นเมืองในอินเดียและประเทศในแถบเทือกเขาหิมาลัย 2026-01-28T14:26:38+07:00 ปาริชาติ กลิ่นสุคนธ์ p31193741@gmail.com <p>บทความนี้มุ่งศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อวิถีชีวิตและความมั่นคงทางวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองในภูมิภาคเอเชีย โดยเน้นกรณีศึกษาจากกลุ่มชนพื้นเมืองในอินเดียและประเทศในแถบเทือกเขาหิมาลัยที่ประกอบด้วยเนปาล ภูฏาน และลาดักห์ โดยใช้กรอบแนวคิดเรื่องความเปราะบางและการปรับตัวเชิงโครงสร้างที่เน้นมิติทางสังคม วัฒนธรรม และการเมืองควบคู่กับมิติทางสิ่งแวดล้อม บทความวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งวิชาการภาคสนามและรายงานนโยบายที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำความเข้าใจผลกระทบในระดับภูมิภาคและระดับท้องถิ่น ผลการศึกษาพบว่าการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและรูปแบบปริมาณน้ำฝนในภูมิภาคส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนในระบบนิเวศภูเขา อันเป็นฐานทรัพยากรที่ชนพื้นเมืองพึ่งพาอย่างลึกซึ้ง เช่น ระบบเกษตรกรรมภูเขา การเลี้ยงสัตว์กึ่งเร่ร่อน และการจัดการน้ำแบบดั้งเดิม ส่งผลกระทบทั้งต่อความมั่นคงทางอาหารและการดำรงชีวิตประจำวัน นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังบั่นทอนความสัมพันธ์ทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรมของชุมชน เช่น พิธีกรรมตามฤดูกาลที่ผูกโยงกับธารน้ำแข็งและธรรมชาติ กลายเป็นความไม่แน่นอนและสูญเสียความหมายในชีวิตประจำวันของชุมชน ในขณะเดียวกันชนพื้นเมืองไม่ได้เป็นเพียงเหยื่อของภาวะโลกร้อน แต่มีศักยภาพและกลไกการปรับตัวผ่านภูมิปัญญาท้องถิ่นและความร่วมมือในชุมชน อย่างไรก็ดี ความสามารถนี้ยังถูกจำกัดด้วยโครงสร้างอำนาจทางการเมืองและนโยบายรัฐที่มักไม่เปิดพื้นที่ให้เสียงของชนพื้นเมืองได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงบทความสรุปว่า เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนและความเป็นธรรมในการจัดการผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงจำเป็นต้องออกแบบนโยบายที่ยอมรับและสนับสนุนสิทธิ์ของชนพื้นเมืองในการจัดการทรัพยากรและกำหนดทิศทางการปรับตัวของตนเอง รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือระหว่างรัฐ ชุมชน และองค์กรต่าง ๆ เพื่อรักษาความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความมั่นคงของวิถีชีวิตชนพื้นเมืองในภูมิภาคนี้ต่อไป</p> 2026-02-16T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสังคมศาสตร์เอเชียศึกษา