วารสารวิชาการ ปอมท. https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JCUFST <p>วารสารวิชาการ ปอมท. (Journal of the CUFST) เป็นวารสารพหุสาขาที่ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ดำเนินงานโดยที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) มุ่งเน้นเผยแพร่งานวิจัยและบทความวิชาการคุณภาพสูง เพื่อขับเคลื่อนองค์ความรู้และนโยบายด้านการอุดมศึกษา</p> th-TH ##default.contextSettings.thaijo.licenseTerms## journalcufst@gmail.com (Admin) journalcufst@gmail.com (Admin) Thu, 30 Apr 2026 00:00:00 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 มณีพลอยร้อยแสง: บทสำแดงพระอัจฉริยลักษณ์แห่งกวี https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JCUFST/article/view/2425 <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์คุณลักษณ์ที่แสดงพระอัจฉริยลักษณะในการพระราชนิพนธ์บทกวีนิพนธ์ใน “มณีพลอยร้อยแสง” ข้อมูลที่ใช้ในการวิจัย คือ บทกวีนิพนธ์พระราชนิพนธ์จำนวน 134 เรื่อง และประยุกต์ใช้แนวคิดการวิจารณ์กวีนิพนธ์ ผลการวิจัยพบว่า พระอัจฉริยลักษณ์แห่งกวีมี 3 ด้าน ได้แก่ ด้านฉันทลักษณ์ มีความโดดเด่นตามลำดับ คือ ฉันท์, กลอน, โคลง, กาพย์, เพลง, ร่าย ด้านเนื้อหาและแนวคิด มีความโดดเด่นตามลำดับ คือ ความถึงพร้อมในภาวกวี, ความรักต่อทุกสรรพสิ่ง, ความกตัญญู, ความรักและภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์, การแสวงหาความรู้, ความเข้าใจชีวิตและโลก ด้านภาษาวรรณศิลป์ ประกอบด้วยวรรณศิลป์ในคำ 6 ลักษณะ คือ คำสัมผัส, คำเสนาะ, คำซ้อน, คำซ้ำ, คำศัพท์เฉพาะ, คำศักดิ์สูง และวรรณศิลป์ในความ จะเห็นถึงการสร้างสรรค์กระบวนความ และรสวรรณคดี</p> วรวรรธน์ ศรียาภัย ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการ ปอมท. https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JCUFST/article/view/2425 Thu, 30 Apr 2026 00:00:00 +0700 Vehicle Routing Planning Using a Hybrid Approach of Spectral Clustering and Nearest Neighbour Algorithms https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JCUFST/article/view/2424 <p>Vehicle routing is a critical problem in logistics and supply chain management, particularly in urban environments where delivery points are spatially complex and demand constraints must be satisfied. This study proposes a hybrid approach combining spectral clustering and the Nearest Neighbour (NN) algorithm to improve routing efficiency. The dataset consists of 51 delivery points located in Bangkok, Thailand, with demand information derived from historical data. Spectral clustering is first applied to group delivery points into four clusters based on spatial proximity, effectively reducing problem complexity, after which the NN algorithm is used to construct delivery routes within each cluster. The results show that the proposed method successfully generates four feasible routes, all of which satisfy the vehicle capacity constraint of 120 units. The total travel distance is reduced from 320 km to 268 km, representing an improvement of approximately 16.25%. This reduction leads to an estimated cost saving of 1,560 THB per trip, or approximately 468,000 THB annually (assuming 300 operating days). Additionally, the approach contributes to environmental sustainability by reducing carbon emissions by approximately 3.28 tons of CO₂ per year. Overall, the proposed hybrid method demonstrates strong potential for improving routing efficiency, reducing operational costs, and supporting sustainable logistics practices, with future work focusing on integrating advanced optimization techniques and real-time data.</p> Natapat Areerakulkan, Lanlalit Lhaochot, Sivarak Kijwattanaphokin ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการ ปอมท. https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JCUFST/article/view/2424 Thu, 30 Apr 2026 00:00:00 +0700 การรับรู้ประโยชน์และความเสี่ยงต่อความตั้งใจใช้งานระบบชำระเงินดิจิทัลของเจ้าของธุรกิจไทย: การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบทนทาน https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JCUFST/article/view/2428 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของการรับรู้ถึงประโยชน์และความเสี่ยงของเจ้าของธุรกิจไทยต่อความตั้งใจใช้งานระบบชำระเงินดิจิทัล เป็นการวิจัยเชิงปริมาณด้วยการสำรวจด้วยแบบสอบถามออนไลน์จากกลุ่มตัวอย่างนักศึกษาปริญญาโทบริหารธุรกิจ จำนวน 152 ราย ข้อมูลจากแบบสอบถามถูกวิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบค่าสัมประสิทธิ์มาตรฐาน (Standardized Multiple Regression) ด้วยวิธี Ordinary Least Squares พร้อมค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐานแบบ HC3 (Heteroskedasticity-Consistent Standard Errors) และ Bootstrap จำนวน 5,000 ซ้ำ เพื่อเพิ่มความทนทานของการอนุมานทางสถิติ ผลการวิจัยพบว่า การรับรู้ประโยชน์มีอิทธิพลเชิงบวกต่อความตั้งใจใช้งานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (β = 0.296, p &lt; 0.05) ในขณะที่การรับรู้ความเสี่ยงมีอิทธิพลเชิงลบแต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (β = -0.116, p &gt; 0.05) โมเดลสามารถอธิบายความแปรปรวนของความตั้งใจใช้งานได้ร้อยละ 8.1 (R² = 0.081) ผลการวิเคราะห์ความอ่อนไหวด้วย Logistic Regression แยกรายข้อสนับสนุนความสอดคล้องของผลลัพธ์หลัก การวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้เจ้าของธุรกิจไทยจะรับรู้ถึงประโยชน์ของระบบชำระเงินดิจิทัลเป็นสำคัญ โดยการรับรู้ความเสี่ยงของระบบชำระเงินดิจิทัลยังไม่เป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจของเจ้าของธุรกิจที่จะใช้งานระบบอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มตัวอย่างนี้</p> <p><strong>คำสำคัญ:</strong> การรับรู้ประโยชน์; การรับรู้ความเสี่ยง; ความตั้งใจใช้งาน; การชำระเงินดิจิทัล; การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ</p> ธันยานี โพธิสาร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการ ปอมท. https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JCUFST/article/view/2428 Thu, 30 Apr 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณโดยใช้กระบวนการวงวรรณกรรมของนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JCUFST/article/view/2432 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการวงวรรณกรรมที่มีต่อความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต จำนวน 25 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบทดสอบการอ่านอย่างมีวิจารณญาณแบบคู่ขนาน แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการวงวรรณกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม และแบบประเมินผล การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างไม่อิสระ (Dependent t-test) ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1) คะแนนความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยผู้เรียนมีพัฒนาการในทุกองค์ประกอบ โดยเฉพาะด้านการตีความและสรุปความ และการวิเคราะห์เนื้อหาและ 2) ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านการมีส่วนร่วม การแสดงความคิดเห็น และการใช้เหตุผลในการอภิปราย สามารถเชื่อมโยงเนื้อหากับประสบการณ์จริง และประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลได้ดีขึ้น สรุปได้ว่ากระบวนการวงวรรณกรรมเป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ และส่งเสริมทักษะการคิดขั้นสูงของผู้เรียนในระดับอุดมศึกษา</p> ณัฐนันท์ สาริโก ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการ ปอมท. https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JCUFST/article/view/2432 Thu, 30 Apr 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาชุดวิดีโอคอนเทนต์แบบผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์โดยใช้ผู้นำเสนอแบบนาโนอินฟลูเอนเซอร์เพื่อประชาสัมพันธ์กฎหมายจราจรสำหรับนักศึกษาปริญญาตรี https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JCUFST/article/view/2420 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อพัฒนาและประเมินคุณภาพของวิดีโอคอนเทนต์แบบผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์โดยใช้ผู้นำเสนอแบบนาโนอินฟลูเอนเซอร์เพื่อประชาสัมพันธ์กฎหมายจราจรสำหรับนักศึกษาปริญาตรี 2)&nbsp; เพื่อประเมินผลการรับรู้ของกลุ่มตัวอย่างก่อนและหลังการรับชมสื่อที่พัฒนาขึ้น และ 3) เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อสื่อที่พัฒนาขึ้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย ชุดวิดีโอคอนเทนต์แบบผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์โดยใช้ผู้นำเสนอแบบนาโนอินฟลูเอนเซอร์ที่พัฒนาขึ้น แบบประเมินคุณภาพด้านเนื้อหาและด้านการนำเสนอ แบบประเมินผลการรับรู้และแบบประเมินความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที &nbsp;กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษาชั้นปีที่ 2 ที่ศึกษารายวิชา ETM 202 โฆษณาและประชาสัมพันธ์&nbsp; จำนวน 80 คน ทั้งนี้การกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างอ้างอิงจากตารางของเครจซี่และมอร์แกน ผลการวิจัยพบว่า สื่อที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพด้านเนื้อหาอยู่ในระดับดีมาก (𝑥̅ = 4.95, S.D. = 0.09) และด้านสื่อการนำเสนออยู่ในระดับดี (𝑥̅= 4.41, S.D. = 0.49) ผลการเปรียบเทียบการรับรู้ของกลุ่มตัวอย่างหลังการรับชมสื่อสูงกว่าก่อนการรับชมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และระดับความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥̅ = 4.90, S.D. = 0.24) สรุปได้ว่า ชุดวิดีโอคอนเทนต์แบบผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์โดยใช้ผู้นำเสนอแบบนาโนอินฟลูเอนเซอร์ที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพดีและสามารถนำไปเผยแพร่เพื่อประชาสัมพันธ์กฎหมายจราจรได้</p> กุลธิดา ธรรมวิภัชน์, ยศวีร์ จันทวาท, พรปภัสสร ปริญชาญกล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการ ปอมท. https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JCUFST/article/view/2420 Thu, 30 Apr 2026 00:00:00 +0700 การยกระดับการเรียนรู้สู่การปฏิบัติจริงด้วยรูปแบบการสอน M-I-A-P https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JCUFST/article/view/2409 <p>บทความปริทัศน์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และนำเสนอแนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงปฏิบัติด้วยรูปแบบ M-I-A-P ในบริบทของการอาชีวศึกษา โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ (Systematic Review) จากการสังเคราะห์แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาพบว่า รูปแบบ M-I-A-P (Motivation, Information, Application, Progress) เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการเชื่อมโยงทฤษฎีสู่การปฏิบัติ ช่วยยกระดับทักษะวิชาชีพและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อก้าวสู่การเป็นนวัตกรที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในศตวรรษที่ 21 บทความนี้ยังได้นำเสนอข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ และแนวทางสำหรับการทำวิจัยในอนาคตเพื่อยกระดับคุณภาพการอาชีวศึกษาต่อไป</p> วรรณชัย วรรณสวัสดิ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการ ปอมท. https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JCUFST/article/view/2409 Thu, 30 Apr 2026 00:00:00 +0700