วารสารศึกษาครุทรรศน์ https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JESs <p> </p> <p><strong>วารสารศึกษาครุทรรศน์</strong></p> <p><strong>Journal of Education and Learning Perspectives (JES) </strong></p> <p><strong>ISSN 3088 - 3369 (Online)</strong></p> <p><strong> </strong><strong>เกี่ยวกับวารสาร</strong></p> <p><strong>Aims and Scope</strong></p> <p>วารสารศึกษาครุทรรศน์ Journal of Education and Learning Perspectives (JES) เป็นวารสารสาขาสังคมศาสตร์ (Social Sciences) มีวัตถุประสงค์และขอบเขตของวารสาร เพื่อเผยแพร่บทความวิจัย และบทความวิชาการแก่คณาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการ นิสิต นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป JES ที่เน้นรับบทความด้านการศึกษา (Education) และบทความที่สัมพันธ์กับการศึกษา ที่รับตีพิมพ์บทความด้าน</p> <ul> <li>ศึกษาศาสตร์</li> <li>ครุศาสตร์</li> <li>การบริหารการศึกษา</li> <li>หลักสูตรและการสอน</li> <li>สันติศึกษา</li> <li>การศึกษาเพื่อการพัฒนา</li> <li>การวิจัยและประเมินผลการศึกษา</li> <li>เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษา</li> <li>เทคโนโลยีและการสื่อสารทางการศึกษา</li> <li>สุขศึกษาและพลศึกษา</li> <li>การศึกษาปฐมวัย</li> <li>ประถมศึกษา</li> <li>มัธยมศึกษา</li> <li>นาฏศิลป์ศึกษา</li> <li>สังคมศึกษา</li> <li>พุทธศาสนศึกษา</li> <li>ภาษาศาสตร์</li> <li>การสอนภาษาไทย</li> <li>การสอนภาษาอังกฤษ</li> <li>ภาษาศาสตร์อาเซียน</li> <li>ดนตรีศึกษา</li> <li>คณิตศาสตร์ศึกษา</li> <li>ศิลปศึกษา</li> <li>คอมพิวเตอร์ศึกษา</li> <li>จิตวิทยาการปรึกษาและการแนะแนว</li> <li>ธุรกิจศึกษา</li> <li>ครุศาสตร์อุตสาหกรรม</li> <li>การศึกษานอกระบบโรงเรียน</li> <li>การศึกษาพิเศษ</li> <li>การศึกษาอาชีวศึกษา</li> <li>การบริหารทรัพยากรมนุษย์</li> </ul> <p>และสหวิทยาการมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ที่เกี่ยวข้องด้านศึกษาศาสตร์ และครุศาสตร์ เชิง</p> <p>ประยุกต์นวัตกรรมศาสตร์สมัยใหม่ เปิดรับบทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ</p> <p><strong> </strong></p> <p><strong>ประเภทของผลงานที่ตีพิมพ์ในวารสาร</strong></p> <p>1) บทความวิจัย (Research Article)</p> <p> 2) บทความวิชาการ (Academic Article)</p> <p>3) บทวิจารณ์หนังสือ (Book Review)</p> <p><strong>บทความวิจัย </strong><strong>(Research Article)</strong></p> <p>บทความวิจัย คือบทความที่นำเสนองานวิจัยที่แสดงถึงความคิดริเริ่มและเกี่ยวข้องกับรายงานผลงานวิจัยใหม่ที่มีองค์ความรู้ใหม่อันเป็นประโยชน์ต่อองค์กรและสังคม จะต้องไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดๆ มาก่อน บทความวิจัยต้องระบุเนื้อหาที่ชัดเจน กระชับ มีความคิดริเริ่ม มีโครงสร้างที่ดี มีการกล่าวถึงผลการวิจัย และรวมถึงการอภิปรายผลการวิจัย เพื่อนําเสนอองค์ความรู้ใหม่สู่สังคม จำนวน 8-15 หน้า (กระดาษ A4)</p> <p> <strong>บทความวิชาการ</strong> <strong>(Academic Article)</strong></p> <p> บทความวิชาการนำเสนอบทวิเคราะห์เนื้อหาที่มีลักษณะการตีความทฤษฎี ที่อ้างอิงถึงหลักการที่ถูกนำเสนอจากนักวิชาการที่น่าเชื่อถือ มีความเป็นกลาง วิเคราะห์ และสังเคราะห์ถูกต้องตามหลักวิชาการมีความโดดเด่น เพื่อนําเสนอองค์ความรู้ใหม่สู่สังคม จำนวน 8-15 หน้า (กระดาษ A4)</p> <p><strong>บทวิจารณ์หนังสือ </strong><strong>(</strong><strong>Book Review)</strong></p> <p><strong> </strong>บทวิจารณ์หนังสือ เป็นการนำเสนอเนื้อหาความรู้ที่แสดงความคิดเห็นและรายละเอียดในการวิจารณ์ โดยนำเสนอเรื่องราวจุดเด่น จุดบกพร่องของเรื่อง โดยทำการวิจารณ์หรือวิพากษ์อย่างมีหลักเกณฑ์และเหตุผลตามหลักวิชาการ</p> <p><strong> </strong><strong>ภาษา</strong></p> <p><strong> </strong><strong>JES</strong> เผยแพร่บทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ บทความภาษาไทยต้องมีบทคัดย่อภาษาอังกฤษด้วย (โปรดดูรายละเอียดในส่วน<u>คำแนะนำสำหรับผู้นิพนธ์</u>) บทความทุกบทความ ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ จะต้องได้รับการประเมินพิจารณา การแก้ไขและพิสูจน์อักษรอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลของภาษานั้นๆ</p> <p><strong> </strong><strong>กำหนดออกเผยแพร่วารสาร</strong></p> <p>วารสารศึกษาครุทรรศน์ กำหนดออกเผยแพร่วารสารปีละ 6 ฉบับ เป็นราย 2 เดือน</p> <p> ฉบับที่ 1 เดือน มกราคม-กุมภาพันธ์</p> <p> ฉบับที่ 2 เดือน มีนาคม-เมษายน</p> <p>ฉบับที่ 3 เดือน พฤษภาคม-มิถุนายน</p> <p> ฉบับที่ 4 เดือน กรกฎาคม-สิงหาคม</p> <p>ฉบับที่ 5 เดือน กันยายน-ตุลาคม</p> <p> ฉบับที่ 6 เดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม</p> <p><strong> </strong><strong>เกณฑ์การคัดเลือกและพิจารณาบทความ</strong></p> <p>ก่อนการตีพิมพ์ ในการคัดเลือกและพิจารณาบทความแต่ละบทความนั้น จะได้รับความเห็นชอบจากคณะบรรณาธิการที่มีความรู้มากประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการศึกษา ที่เป็นศาสตร์ว่าด้วยสหวิทยาการบูรณาการกับนวัตกรรมศาสตร์สมัยใหม่ที่เกี่ยวข้องกับศึกษาศาสตร์ต่างๆ โดยการพิจารณาบทความจะมีรูปแบบลักษณะปกปิดข้อมูลชื่อ นามสกุลทั้งสองฝ่าย (Double blind peer-reviewed) และไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้นิพนธ์ และได้รับการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิกลั่นกรองบทความวารสาร (Peer Review) อย่างน้อย 2 ท่าน ที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องเท่านั้น</p> <p> ทรรศนะและความคิดเห็นของผู้นิพนธ์บทความ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์บทความนั้น และไม่ถือว่าเป็นทรรศนะและความรับผิดชอบของคณะบรรณาธิการ ทั้งนี้คณะบรรณาธิการไม่สงวนสิทธิ์ในการคัดลอก แต่ให้อ้างอิงแสดงที่มา</p> <p>บทความที่ส่งมาเพื่อตีพิมพ์ในวารสารศึกษาครุทรรศน์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่นๆ ผู้นิพนธ์บทความต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความของวารสาร และต้องให้เป็นไปตามรูปแบบที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารศึกษาครุทรรศน์</p> <p> <strong>ค่าธรรมเนียมการเผยแพร่</strong></p> <p> วารสารศึกษาครุทรรศน์ ฟรีค่าธรรมเนียม ไม่มีการเก็บค่าตีพิมพ์ใดๆ ในทุกขั้นตอน</p> <p><strong>เงื่อนไขการการตีพิมพ์</strong></p> <p> หากผู้นิพนธ์ไม่แก้ไขและตรวจสอบความสมบูรณ์ของบทความตามคำแนะนำจากผู้ทรงวุฒิ และให้ถูกต้องตามรูปแบบของวารสารศึกษาครุทรรศน์ ในหัวข้อ “คำแนะนำสำหรับผู้นิพนธ์” โดยต้องปฏิบัติตามกติกาของวารสารศึกษาครุทรรศน์ และคณะบรรณาธิการวารสารศึกษาครุทรรศน์ ขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธการตีพิมพ์ ดังต่อไปนี้</p> <ol> <li>หากบทความมีความซ้ำซ้อนมากกว่า 20% จากการตรวจสอบของ Copy Catch จาก thaijo</li> <li>บทความไม่ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ</li> <li>ผู้นิพนธ์ไม่ปฏิบัติตามรูปแบบของวารสารศึกษาครุทรรศน์ หรือ</li> <li>ไม่แก้ไขบทความตามข้อเสนอแนะตามระยะวันเวลาที่กำหนด (1 เดือน หลังการแจ้งของบรรณาธิการ)</li> </ol> <p><strong>เจ้าของ</strong></p> <p>สถาบันพัฒนานวัตกรรมวิชาการ</p> <p>94 หมู่ที่ 2 ตำบลไพล อำเภอลำทะเมนชัย จังหวัดนครราชสีมา 30270</p> <p>Tel. 086 859 3991,091 861 8001</p> <p>E-mail: ekmcukk@gmail.com</p> <p> </p> สถาบันพัฒนานวัตกรรมวิชาการ th-TH วารสารศึกษาครุทรรศน์ 3088-3369 ##default.contextSettings.thaijo.licenseTerms## การพัฒนาสมรรถนะด้านการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการจัดการเรียนรู้ของครูโรงเรียนบ้านนาวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JESs/article/view/2546 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการในการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(AI) 2) พัฒนาสมรรถนะด้านการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ 3) ประเมินความพึงพอใจในการพัฒนาสมรรถนะด้านการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการจัดการเรียนรู้ของครูโรงเรียนบ้านนาวิทยาคม กลุ่มตัวอย่าง คือ ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย จำนวน 5 คน ดำเนินการ วิจัยโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการตามแนวคิดของ เคมมิส และแม็คแท็กการ์ด เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสำรวจความต้องการ แบบทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจ คู่มืออบรมการพัฒนาสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ แบบนิเทศการสอน และแบบประเมินความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีผลการวิจัยพบว่า 1) ครูมีความต้องการใช้ ChatGPT มากที่สุด (ร้อยละ 60.00) รองลงมาคือGemini และ Canva โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยในการออกแบบ ใบงาน แบบฝึกหัด และสื่อเกมการเรียนรู้เพื่อกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน 2) ผลการพัฒนาสมรรถนะหลังการอบรมเชิงปฏิบัติการครูมีคะแนนเฉลี่ยความรู้ความเข้าใจสูงกว่าก่อนอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยที่คะแนนหลังพัฒนาเฉลี่ยร้อยละ 92.00 ผลการประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างด้วย AIมีความสอดคล้องในระดับดีมาก (x̅ = 3.20) และผลการนิเทศการสอนจริงโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̅ = 4.31) 3) ครูมีความพึงพอใจต่อการพัฒนาสมรรถนะในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด(x̅ = 4.30) โดยประเด็นที่พึงพอใจสูงสุดคือนักเรียนได้รับบทเรียนที่ปรับให้เหมาะสมกับความถนัดและความต้องการเฉพาะบุคคล (x̅ = 4.80)</p> ชนัญธิดา ทองไสย อนุ เจริญวงศ์ระยับ ผศ.ดร.ญาณิศา บุญจิตร์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศึกษาครุทรรศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-09-01 2026-09-01 1 4 1 11 อิทธิพลของหลักสูตรท้องถิ่นต่อความภาคภูมิใจในท้องถิ่นและความพึงพอใจของผู้เรียน: กรณีศึกษามรดกทางวัฒนธรรมไทโย้ย https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JESs/article/view/2616 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังการใช้หลักสูตรท้องถิ่นเรื่องมรดกทางวัฒนธรรมไทโย้ย และ 2) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อหลักสูตรดังกล่าว โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านอากาศ อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 26 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบวัดความภาคภูมิใจในท้องถิ่น ครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ ความรู้ การเห็นคุณค่า การมีส่วนร่วม และความผูกพันต่อท้องถิ่น และแบบสอบถามความพึงพอใจต่อหลักสูตร วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างสัมพันธ์กัน</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า (1) ความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยทุกมิติมีคะแนนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะด้านการเห็นคุณค่าและความผูกพันต่อท้องถิ่น (2) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อหลักสูตรในระดับมากที่สุด (ร้อยละ 90.83) โดยพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้และการเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นมากที่สุด สรุปได้ว่า หลักสูตรท้องถิ่นเรื่องมรดกทางวัฒนธรรมไทโย้ยไม่เพียงแต่ส่งเสริมความภาคภูมิใจในท้องถิ่นและสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีความหมายแก่ผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นแนวทางสำคัญในการธำรงรักษาอัตลักษณ์และปลูกฝังจิตสำนึกรักท้องถิ่นให้แก่เยาวชนอย่างยั่งยืน</p> ชลิดา ฉลาดเขียว ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศึกษาครุทรรศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-31 2026-08-31 1 4 12 22