วารสารศึกษาครุทรรศน์ https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JESs <p> </p> <p><strong>วารสารศึกษาครุทรรศน์</strong></p> <p><strong>Journal of Education and Learning Perspectives (JES) </strong></p> <p><strong>ISSN 3088 - 3369 (Online)</strong></p> <p><strong> </strong><strong>เกี่ยวกับวารสาร</strong></p> <p><strong>Aims and Scope</strong></p> <p>วารสารศึกษาครุทรรศน์ Journal of Education and Learning Perspectives (JES) เป็นวารสารสาขาสังคมศาสตร์ (Social Sciences) มีวัตถุประสงค์และขอบเขตของวารสาร เพื่อเผยแพร่บทความวิจัย และบทความวิชาการแก่คณาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการ นิสิต นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป JES ที่เน้นรับบทความด้านการศึกษา (Education) และบทความที่สัมพันธ์กับการศึกษา ที่รับตีพิมพ์บทความด้าน</p> <ul> <li>ศึกษาศาสตร์</li> <li>ครุศาสตร์</li> <li>การบริหารการศึกษา</li> <li>หลักสูตรและการสอน</li> <li>สันติศึกษา</li> <li>การศึกษาเพื่อการพัฒนา</li> <li>การวิจัยและประเมินผลการศึกษา</li> <li>เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษา</li> <li>เทคโนโลยีและการสื่อสารทางการศึกษา</li> <li>สุขศึกษาและพลศึกษา</li> <li>การศึกษาปฐมวัย</li> <li>ประถมศึกษา</li> <li>มัธยมศึกษา</li> <li>นาฏศิลป์ศึกษา</li> <li>สังคมศึกษา</li> <li>พุทธศาสนศึกษา</li> <li>ภาษาศาสตร์</li> <li>การสอนภาษาไทย</li> <li>การสอนภาษาอังกฤษ</li> <li>ภาษาศาสตร์อาเซียน</li> <li>ดนตรีศึกษา</li> <li>คณิตศาสตร์ศึกษา</li> <li>ศิลปศึกษา</li> <li>คอมพิวเตอร์ศึกษา</li> <li>จิตวิทยาการปรึกษาและการแนะแนว</li> <li>ธุรกิจศึกษา</li> <li>ครุศาสตร์อุตสาหกรรม</li> <li>การศึกษานอกระบบโรงเรียน</li> <li>การศึกษาพิเศษ</li> <li>การศึกษาอาชีวศึกษา</li> <li>การบริหารทรัพยากรมนุษย์</li> </ul> <p>และสหวิทยาการมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ที่เกี่ยวข้องด้านศึกษาศาสตร์ และครุศาสตร์ เชิง</p> <p>ประยุกต์นวัตกรรมศาสตร์สมัยใหม่ เปิดรับบทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ</p> <p><strong> </strong></p> <p><strong>ประเภทของผลงานที่ตีพิมพ์ในวารสาร</strong></p> <p>1) บทความวิจัย (Research Article)</p> <p> 2) บทความวิชาการ (Academic Article)</p> <p>3) บทวิจารณ์หนังสือ (Book Review)</p> <p><strong>บทความวิจัย </strong><strong>(Research Article)</strong></p> <p>บทความวิจัย คือบทความที่นำเสนองานวิจัยที่แสดงถึงความคิดริเริ่มและเกี่ยวข้องกับรายงานผลงานวิจัยใหม่ที่มีองค์ความรู้ใหม่อันเป็นประโยชน์ต่อองค์กรและสังคม จะต้องไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดๆ มาก่อน บทความวิจัยต้องระบุเนื้อหาที่ชัดเจน กระชับ มีความคิดริเริ่ม มีโครงสร้างที่ดี มีการกล่าวถึงผลการวิจัย และรวมถึงการอภิปรายผลการวิจัย เพื่อนําเสนอองค์ความรู้ใหม่สู่สังคม จำนวน 8-15 หน้า (กระดาษ A4)</p> <p> <strong>บทความวิชาการ</strong> <strong>(Academic Article)</strong></p> <p> บทความวิชาการนำเสนอบทวิเคราะห์เนื้อหาที่มีลักษณะการตีความทฤษฎี ที่อ้างอิงถึงหลักการที่ถูกนำเสนอจากนักวิชาการที่น่าเชื่อถือ มีความเป็นกลาง วิเคราะห์ และสังเคราะห์ถูกต้องตามหลักวิชาการมีความโดดเด่น เพื่อนําเสนอองค์ความรู้ใหม่สู่สังคม จำนวน 8-15 หน้า (กระดาษ A4)</p> <p><strong>บทวิจารณ์หนังสือ </strong><strong>(</strong><strong>Book Review)</strong></p> <p><strong> </strong>บทวิจารณ์หนังสือ เป็นการนำเสนอเนื้อหาความรู้ที่แสดงความคิดเห็นและรายละเอียดในการวิจารณ์ โดยนำเสนอเรื่องราวจุดเด่น จุดบกพร่องของเรื่อง โดยทำการวิจารณ์หรือวิพากษ์อย่างมีหลักเกณฑ์และเหตุผลตามหลักวิชาการ</p> <p><strong> </strong><strong>ภาษา</strong></p> <p><strong> </strong><strong>JES</strong> เผยแพร่บทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ บทความภาษาไทยต้องมีบทคัดย่อภาษาอังกฤษด้วย (โปรดดูรายละเอียดในส่วน<u>คำแนะนำสำหรับผู้นิพนธ์</u>) บทความทุกบทความ ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ จะต้องได้รับการประเมินพิจารณา การแก้ไขและพิสูจน์อักษรอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลของภาษานั้นๆ</p> <p><strong> </strong><strong>กำหนดออกเผยแพร่วารสาร</strong></p> <p>วารสารศึกษาครุทรรศน์ กำหนดออกเผยแพร่วารสารปีละ 6 ฉบับ เป็นราย 2 เดือน</p> <p> ฉบับที่ 1 เดือน มกราคม-กุมภาพันธ์</p> <p> ฉบับที่ 2 เดือน มีนาคม-เมษายน</p> <p>ฉบับที่ 3 เดือน พฤษภาคม-มิถุนายน</p> <p> ฉบับที่ 4 เดือน กรกฎาคม-สิงหาคม</p> <p>ฉบับที่ 5 เดือน กันยายน-ตุลาคม</p> <p> ฉบับที่ 6 เดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม</p> <p><strong> </strong><strong>เกณฑ์การคัดเลือกและพิจารณาบทความ</strong></p> <p>ก่อนการตีพิมพ์ ในการคัดเลือกและพิจารณาบทความแต่ละบทความนั้น จะได้รับความเห็นชอบจากคณะบรรณาธิการที่มีความรู้มากประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการศึกษา ที่เป็นศาสตร์ว่าด้วยสหวิทยาการบูรณาการกับนวัตกรรมศาสตร์สมัยใหม่ที่เกี่ยวข้องกับศึกษาศาสตร์ต่างๆ โดยการพิจารณาบทความจะมีรูปแบบลักษณะปกปิดข้อมูลชื่อ นามสกุลทั้งสองฝ่าย (Double blind peer-reviewed) และไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้นิพนธ์ และได้รับการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิกลั่นกรองบทความวารสาร (Peer Review) อย่างน้อย 2 ท่าน ที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องเท่านั้น</p> <p> ทรรศนะและความคิดเห็นของผู้นิพนธ์บทความ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์บทความนั้น และไม่ถือว่าเป็นทรรศนะและความรับผิดชอบของคณะบรรณาธิการ ทั้งนี้คณะบรรณาธิการไม่สงวนสิทธิ์ในการคัดลอก แต่ให้อ้างอิงแสดงที่มา</p> <p>บทความที่ส่งมาเพื่อตีพิมพ์ในวารสารศึกษาครุทรรศน์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่นๆ ผู้นิพนธ์บทความต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความของวารสาร และต้องให้เป็นไปตามรูปแบบที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารศึกษาครุทรรศน์</p> <p> <strong>ค่าธรรมเนียมการเผยแพร่</strong></p> <p> วารสารศึกษาครุทรรศน์ ฟรีค่าธรรมเนียม ไม่มีการเก็บค่าตีพิมพ์ใดๆ ในทุกขั้นตอน</p> <p><strong>เงื่อนไขการการตีพิมพ์</strong></p> <p> หากผู้นิพนธ์ไม่แก้ไขและตรวจสอบความสมบูรณ์ของบทความตามคำแนะนำจากผู้ทรงวุฒิ และให้ถูกต้องตามรูปแบบของวารสารศึกษาครุทรรศน์ ในหัวข้อ “คำแนะนำสำหรับผู้นิพนธ์” โดยต้องปฏิบัติตามกติกาของวารสารศึกษาครุทรรศน์ และคณะบรรณาธิการวารสารศึกษาครุทรรศน์ ขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธการตีพิมพ์ ดังต่อไปนี้</p> <ol> <li>หากบทความมีความซ้ำซ้อนมากกว่า 20% จากการตรวจสอบของ Copy Catch จาก thaijo</li> <li>บทความไม่ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ</li> <li>ผู้นิพนธ์ไม่ปฏิบัติตามรูปแบบของวารสารศึกษาครุทรรศน์ หรือ</li> <li>ไม่แก้ไขบทความตามข้อเสนอแนะตามระยะวันเวลาที่กำหนด (1 เดือน หลังการแจ้งของบรรณาธิการ)</li> </ol> <p><strong>เจ้าของ</strong></p> <p>สถาบันพัฒนานวัตกรรมวิชาการ</p> <p>94 หมู่ที่ 2 ตำบลไพล อำเภอลำทะเมนชัย จังหวัดนครราชสีมา 30270</p> <p>Tel. 086 859 3991,091 861 8001</p> <p>E-mail: ekmcukk@gmail.com</p> <p> </p> th-TH ##default.contextSettings.thaijo.licenseTerms## educationalstudies482@gmail.com (ดร.กุสุมา สุ่มมาตร์ ) educationalstudies482@gmail.com (อภิชาติ ทะวะเงิน) Tue, 30 Jun 2026 22:54:14 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 รูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบยืดหยุ่นเพื่อเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษา สำหรับเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่เศรษฐกิจเมือง: กรณีศึกษาศูนย์การเรียน จังหวัดปทุมธานี https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JESs/article/view/2201 <p>บทความวิชาการฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอรูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบยืดหยุ่น (Flexible Management) เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์และบุตรหลานแรงงานข้ามชาติในพื้นที่อุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี สภาวะความเหลื่อมล้ำในพื้นที่นี้มีความซับซ้อนเชิงโครงสร้างเนื่องจาก "ระบบการศึกษาปกติ" มีความแข็งตัวด้านระเบียบและเวลาเรียน (Rigid Management) ซึ่งไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้เรียนที่ต้องเคลื่อนย้ายถิ่นฐานบ่อยครั้งและต้องเข้าสู่ตลาดแรงงานก่อนวัยอันควรเนื่องจากเงื่อนไขทางเศรษฐกิจของครอบครัวรูปแบบการบริหารที่นำเสนอเน้นการบูรณาการแนวคิด "1 โรงเรียน 3 รูปแบบ" ผ่าน 4 มิติหลัก ได้แก่ 1) ความยืดหยุ่นด้านหลักสูตร เน้นเนื้อหากระชับ (Micro-learning) และเส้นทางเรียนรู้เฉพาะบุคคลที่เชื่อมโยงกับทักษะอาชีพในท้องถิ่น (Learn to Earn) 2) ความยืดหยุ่นด้านเวลาและสถานที่ สนับสนุนการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา (Anywhere Anytime) ผ่านรูปแบบออนไลน์หรือแบบผสมผสาน 3) ความยืดหยุ่นด้านการประเมินผล โดยใช้ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อเทียบโอนประสบการณ์จากการทำงานและชีวิตจริง (RPL/RVA) เป็นหน่วยกิต และ 4) ความยืดหยุ่นด้านการบริหารทรัพยากร ผ่านภาคีเครือข่ายพหุภาคีระหว่างสถานศึกษา ผู้ประกอบการ และองค์กรประชาสังคม รวมถึงการใช้ฐานข้อมูล Big Data เพื่อติดตามช่วยเหลือเด็กเป็นรายบุคคล</p> <p>แนวทางดังกล่าวเป็นการปฏิรูปกรอบความคิดของผู้บริหารสถานศึกษาจากการเป็น "ผู้ควบคุม" สู่การเป็น "ผู้อำนวยความสะดวกและโค้ช" เพื่อสร้างระบบการศึกษาที่ไร้รอยต่อและโอบรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาตามเป้าหมายโครงการ Thailand Zero Dropout อย่างยั่งยืน</p> Siriwat Tonthong ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศึกษาครุทรรศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JESs/article/view/2201 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700 กลวิธีทางวรรณศิลป์ : การศึกษาภาพพจน์ในวรรณกรรมเรื่อง “พระสี่เสาร์กลอนสวด” https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JESs/article/view/1998 <p>บทความนี้มุ่งศึกษากลวิธีทางวรรณศิลป์ ด้านการใช้ภาพพจน์ในวรรณกรรมเรื่อง พระสี่เสาร์กลอนสวด ฉบับกรมศิลปากร ตีพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2547 และใช้เกณฑ์ในการวิเคราะห์ภาพพจน์ของ กุหลาบ มัลลิกะมาส ซึ่งมีภาพพจน์จำนวน 11 ชนิด ผลการวิเคราะห์พบว่าวรรณกรรมเรื่อง พระสี่เสาร์กลอนสวด มีการใช้ภาพพจน์จำนวน 6 ชนิด ได้แก่ (1) อุปมาอุปไมย (2) อุปลักษณ์ (3) การกล่าวเกินจริง (4) การกล่าวเท้าความ (5) การใช้คำถามที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว (6) การกล่าวเย้ยกล่าวประชด ซึ่งภาพพจน์ที่พบมากที่สุดคือ การกล่าวเกินจริง ภาพพจน์ที่พบน้อยที่สุดคือ การกล่าวเย้ยกล่าวประชด</p> Thanapoj Pongsai ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศึกษาครุทรรศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JESs/article/view/1998 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาเครื่องมือวัดสมรรถนะการวิเคราะห์ปัญหาเครื่องยนต์เล็ก สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ การวิจัยเชิงผสมผสานแบบลำดับเชิงสำรวจ https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JESs/article/view/2128 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบและพฤติกรรมบ่งชี้ของสมรรถนะการวิเคราะห์ปัญหาเครื่องยนต์เล็ก ตามมุมมองของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 2) พัฒนาเครื่องมือวัดสมรรถนะการวิเคราะห์ปัญหาเครื่องยนต์เล็กและตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือที่พัฒนาขึ้น ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงผสมผสานแบบลำดับเชิงสำรวจ แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการสนทนากลุ่ม (Focus Group) จากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ประกอบด้วย ครูผู้สอน 5 ท่าน และนักเรียน 7 คน ที่ได้จากการเลือกแบบเจาะจง ระยะที่ 2 การพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือเชิงปริมาณ โดยนำไปทดลองใช้ (Try-out) กับกลุ่มตัวอย่างนักเรียนสาขาช่างยนต์ จำนวน 30 คน ที่เคยเรียนรายวิชานี้ ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งชั้น การรายงานข้อมูลได้แก่ การวิเคราะห์เนื้อหา การหาค่าดัชนีความเที่ยงตรง ค่าความยาก ค่าอำนาจจำแนก และค่าความเชื่อมั่นผลการวิจัยพบว่า 1) สมรรถนะการวิเคราะห์ปัญหาเครื่องยนต์เล็ก ประกอบด้วย 5 มิติ ได้แก่ ความปลอดภัยและวินัย ความรับผิดชอบ ความเพียรพยายามในการแก้ปัญหา การทำงานเป็นทีม และการใช้เทคโนโลยีและจรรยาบรรณ 2) เครื่องมือวัดสมรรถนะที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 3 ฉบับ ได้แก่ แบบทดสอบความรู้ 30 ข้อ ผลการตรวจสอบคุณภาพพบว่า ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 1 มีค่าความยาก อยู่ระหว่าง 0.43-0.76 มีค่าอำนาจจำแนก อยู่ระหว่าง 0.55-0.88 และมีค่าความเชื่อมั่น (KR-20) เท่ากับ 0.92 แบบประเมินทักษะปฏิบัติ (Rubrics) 30 ข้อ ผลการตรวจสอบคุณภาพพบว่า มีค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหา (CVI) เท่ากับ 1.00 มีค่าความเชื่อมั่น (Cronbach’s Alpha) เท่ากับ 0.94 และแบบวัดคุณลักษณะทางวิชาชีพ 30 ข้อ ผลการตรวจสอบคุณภาพพบว่า มีค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหา (CVI) เท่ากับ 1.00 มีค่าความเชื่อมั่น (Cronbach’s Alpha) เท่ากับ 0.93 ตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพระดับดีมากและสามารถนำไปใช้ประเมินสมรรถนะผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> Chakarin Nakronchai, ภัทราพร เกษสังข์, ชัยมงคล ปินะสา ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศึกษาครุทรรศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JESs/article/view/2128 Thu, 02 Jul 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาความสามารถทางการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบซิปปาโมเดล (CIPPA Model) ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดศรีโพธาราม https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JESs/article/view/1952 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบซิปปาโมเดล (CIPPA Model) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดศรีโพธาราม ก่อนเรียนและหลังเรียน 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบซิปปาโมเดล (CIPPA Model) กลุ่มทดลอง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดศรีโพธาราม โดยการเลือกแบบเจาะจง (Specific sample group) รูปแบบการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental research) ด้วยวิธีการใช้กลุ่มทดลองกลุ่มเดียว เพื่อวัดผลก่อนและหลังการทดลอง (One group Pretest - Posttest Design) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้แบบซิปปาโมเดล (CIPPA Model) แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ และสถิติทดสอบค่า t-test แบบ Dependent Sample</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการเปรียบเทียบความสามารถทางการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบซิปปาโมเดล (CIPPA Model) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดศรีโพธาราม หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบซิปปาโมเดล (CIPPA Model) อยู่ในระดับมากที่สุด</p> Chadaporn Sangawongratanamas ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศึกษาครุทรรศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JESs/article/view/1952 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาทักษะการสวมเสื้อยืดคอกลมของนักเรียนออทิสติก โดยใช้การวิเคราะห์งานร่วมกับสื่อสนับสนุนทางสายตา https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JESs/article/view/2074 <p>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาทักษะการสวมเสื้อยืดคอกลมของนักเรียนออทิสติก หน่วยบริการอำเภอเกาะคา ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดลำปาง โดยใช้รูปแบบวิจัยเชิงปฏิบัติการตามวงจร PAOR โดยคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายแบบเจาะจง เป็นนักเรียนออทิสติก เพศชาย อายุ 5 ปี จำนวน 1 คน ที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นบุคคล ออทิสติก หน่วยบริการอำเภอเกาะคา ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดลำปาง ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ใช้เวลาในการทดลองทั้งสิ้น 4 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย 1) แผนการสอนเฉพาะบุคคล (IIP) 2) แบบบันทึกพฤติกรรมทักษะการสวมเสื้อยืดคอกลม 3) ภาพฝึกการสวมเสื้อยืดคอกลมที่ออกแบบตามแนวคิดการวิเคราะห์งานร่วมกับสื่อสนับสนุนทางสายตา วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และการวิเคราะห์เชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาผลการวิจัยครั้งนี้พบว่า นักเรียนออทิสติกหน่วยบริการอำเภอเกาะคา<br />มีความสามารถในการสวมเสื้อยืดคอกลมที่สูงขึ้น โดยคะแนนเฉลี่ยก่อนการสอนเท่ากับ 0 และคะแนนเฉลี่ยระหว่างการสอนเท่ากับ 3.35 แสดงให้เห็นว่าภาพฝึกการสวมเสื้อยืดคอกลมที่ออกแบบตามแนวคิดการวิเคราะห์งานร่วมกับสื่อสนับสนุนทางสายตา สามารถช่วยพัฒนาความสามารถในการสวมเสื้อยืดคอกลมของนักเรียนออทิสติกได้ และหลังจากฝึกการสวมเสื้อยืดคอกลมโดยใช้สื่อภาพฝึกการสวมเสื้อยืดคอกลมที่ออกแบบตามแนวคิดการวิเคราะห์งานร่วมกับสื่อสนับสนุนทางสายตา นักเรียนใช้เวลาในการสวมเสื้อยืดคอกลมลดลงจาก 10 นาที เหลือ 1 นาที ซึ่งแสดงถึงการพัฒนาขึ้นร้อยละ 90 ข้อมูลเชิงคุณภาพสะท้อนว่านักเรียนสามารถสวมเสื้อยืดคอกลมได้ด้วยตนเอง มีความพยายามตั้งใจและภูมิใจในความสามารถของตนเอง ตลอดจนมีทัศนคติที่ดีต่อการสวมใส่เสื้อยืดคอกลม และสามารถลดการพึ่งพาจากผู้ดูแลหรือผู้ปกครองได้ในชีวิตประจำวัน</p> Pitchayasinee Suwansomsri ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศึกษาครุทรรศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JESs/article/view/2074 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้การจัดการเรียบนรู้ แบบสมองเป็นฐาน (Brain-Based Learning) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อย https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JESs/article/view/1951 <p>บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อพัฒนาทักษะอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสมองเป็นฐาน (Brain-Based Learning) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อย ก่อนเรียนและหลังเรียน 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อย ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบสมองเป็นฐาน (Brain-Based Learning) รูปแบบการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental research ) ด้วยวิธีการใช้กลุ่มทดลองกลุ่มเดียว เพื่อวัดผลก่อนและหลังการทดลอง (One group Pretest – Posttest Design) กลุ่มเป้าหมายได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อย โดยการเลือกแบบเจาะจง (Specific sample group) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้แบบสมองเป็นฐาน แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ และสถิติทดสอบค่า t-test แบบ Dependent Sample ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการพัฒนาทักษะอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสมองเป็นฐาน (Brain-Based Learning) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อย หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อย ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบสมองเป็นฐาน (Brain-Based Learning) อยู่ในระดับมากที่สุด</p> <p> </p> Pharit Poodee, Atthaphong Phiwhlaung ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศึกษาครุทรรศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JESs/article/view/1951 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700