วารสารวิจัยทางจิตวิทยา การศึกษาและสังคมศาสตร์ https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JPESS <p><strong>วารสารวิจัยทางจิตวิทยา การศึกษาและสังคมศาสตร์ (</strong><strong>JPESS)</strong></p> <p><strong>วารสารฯ จัดทำและตีพิมพ์โดย ภาควิชาวิจัยและจิตวิทยาประยุกต์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา</strong></p> คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา th-TH วารสารวิจัยทางจิตวิทยา การศึกษาและสังคมศาสตร์ 3027-642X ผลการจัดการเรียนรู้ตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารร่วมกับเทคนิคการอ่านแบบ SQ4R ที่มีต่อความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JPESS/article/view/1419 <p>การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนก่อนและหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้ตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารร่วมกับเทคนิคการอ่านแบบ SQ4R 2) ศึกษาดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้ตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารร่วมกับเทคนิคการอ่านแบบ SQ4R ต่อความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารร่วมกับเทคนิคการอ่านแบบ SQ4R กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวัดห้วยโป่ง จังหวัดระยอง ภาคเรียนที่ 2 ในปีการศึกษา 2567 จำนวน 1 ห้องเรียน มีจำนวนนักเรียน 36 คน ซึ่งได้มาด้วยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ 2) แบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจ การวิจัยในครั้งนี้ใช้แบบแผนการทดลองแบบ One Group Pretest-Posttest Design โดยสถิติที่ถูกใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที <em>t</em>-test และค่าดัชนีประสิทธิผล (Effectiveness Index: E.I.) ผลการวิจัยพบว่า 1) ความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนหลังจากเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้ตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร ร่วมกับเทคนิคการอ่านแบบ SQ4R หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ดัชนีประสิทธิผล (E.I.) ของการจัดการเรียนรู้ตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร ร่วมกับเทคนิคการอ่านแบบ SQ4R ที่มีต่อความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนมีค่าเท่ากับ 0.5021 และ 3) ความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร ร่วมกับเทคนิคการอ่านแบบ SQ4R ของนักเรียนอยู่ในระดับดี (Mean = 4.27, <em>S.D.</em> = 0.82)</p> <p> </p> <p><strong>เอกสารอ้างอิง</strong></p> <p>กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). <em>หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช</em> <em>2551</em>. โรงพิมพ์ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.</p> <p>กานต์ธิดา ทองจันทร์ และ สุดากาญจน์ ปัทมดิลก. (2565). การพัฒนาการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยใช้วิธีสอนแบบ SQ4R ร่วมกับการใช้ผังกราฟิกของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. <em>Journal of Buddhist Education and Research, 8</em>(1), 81-93. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/ jber/article/view/256296</p> <p>ใจทิพย์ เชื้อรัตนพงษ์. (2539). <em>การพัฒนาหลักสูตร: หลักการและแนวปฏิบัติ</em>. โรงพิมพ์อลีนเพรส.</p> <p>ฉวีวรรณ คูหาภินันท์. (2542). <em>การอ่านและการส่งเสริมการอ่าน </em>(<em>Reading and Reading Promotion)</em>. ศิลปาบรรณาคาร.</p> <p>ซารีป๊ะ รักดี. (2562). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบ 2W3P โดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติมชุด A little Guide เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. <em>วารสารเทคโนโลยีและสื่อสาร</em><em>การศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม</em><em>, 2</em>(5), 42-48.</p> <p>ปฏิพัทธ์ อุกฤษ. (2564). <em>การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนเพื่อการสื่อสารร่วมกับแบบฝึกทักษะที่ส่งเสริม</em><em>ความสามารถในการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ </em><em>3</em> [วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม]. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. https://fulltext.rmu.ac.th/fulltext/2564/ M131145/Ukrit%20Patipat.pdf</p> <p>พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2540). วิ<em>ธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์</em> (พิมพ์ครั้งที่ 7 ฉบับปรับปรุงใหม่). สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.</p> <p>พัชราวรรณ สุวรรณ, รุ่งฟ้า กิติญาณุสันต์ และ สิราวรรณ จรัสรวีวัฒน์. (2567). ผลการพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจและการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบ SQ4R ร่วมกับเทคนิคแผนผังความคิด. <em>วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา</em><em>, 35</em>(2), 62–83. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/edubuu/article/view/267990</p> <p>สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ. (2566). <em>สรุปผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน </em><em>(</em><em>O-Net)</em>. https://newonetresult.niets.or.th/AnnouncementWeb/Notice/FrBasicStat.aspx</p> <p>สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ. (2567). <em>สรุปผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-</em><em>Net). </em>https://newonetresult.niets.or.th/AnnouncementWeb/Notice/FrBasicStat.aspx</p> <p>สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). <em>แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.</em> <em>2560-2579.</em> บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.</p> <p>สำนักนิเทศและพัฒนามาตรฐานการศึกษา. (2545). <em>การนิเทศเพื่อพัฒนาการวิจัยในสถานศึกษา.</em> กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์การศาสนา.</p> <p>สุคนธ์ สินธพานนท์, ฟองจันทร์ สุขยิ่ง, จินตนา วีรเกียรติสุนทร และ พิวัสสา นภารัตน์. (2562). <em>หลากหลายวิธีสอน...เพื่อพัฒนาคุณภาพเยาวชนไทย</em>. ห้างหุ้นส่วนจำกัด 9119 เทคนิคพริ้นติ้ง.</p> <p>สุมิตรา อังวัฒนกุล. (2539). <em>วิธีสอนภาษาอังกฤษ. </em>สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.</p> <p>Richards, J. C. (2006). <em>Communicative language teaching today</em>. Cambridge University Press.</p> <p>Savignon, S. J. (2002). Communicative curriculum design for the 21st century. <em>English </em><em>Teaching Forum, 40</em>(1), 2-7.</p> <p>Widdowson, H. G. (1978). <em>Teaching language as communication</em>. Oxford: Oxford University.</p> <p> </p> <p> </p> เพชรรัตน์ ป่วนครบุรี สิราวรรณ จรัสรวีวัฒน์ ดุสิต ขาวเหลือง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยทางจิตวิทยา การศึกษาและสังคมศาสตร์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/ 2026-06-30 2026-06-30 22 1 1 14 ความเข้มแข็งทางจิตใจของนักเรียน อายุ 13 – 18 ปี ของโรงเรียนเแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JPESS/article/view/1428 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความเข้มแข็งทางจิตใจของนักเรียนอายุ 13 – 18 ปี 2) เปรียบเทียบความเข้มแข็งทางจิตใจระหว่างนักเรียนอายุ 13–15 ปี กับ 16–18 ปี 3) เปรียบเทียบความเข้มแข็งทางจิตใจระหว่างนักเรียนเพศชาย เพศหญิง และ LGBTQA+ โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 อายุระหว่าง 13–18 ปี ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี จำนวน 570 คน เครื่องมือวิจัย คือ แบบประเมินความเข้มแข็งทางใจในเด็ก อายุ 13-18 ปี ซึ่งพัฒนาโดยกองส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับความเข้มแข็งทางจิตใจของนักเรียนอายุ 13–18 ปี ของโรงเรียนเแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี จำนวน 570 คน มีระดับความเข้มแข็งทางจิตใจอยู่ในระดับต่ำ จำนวน 104 คน คิดเป็นร้อยละ 18.25 ระดับปานกลาง 397 คน คิดเป็นร้อยละ 69.65 และระดับสูง จำนวน 69 คน คิดเป็นร้อยละ 12.10 มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 21.191 (Mean = 21.191, <em>S.D.</em> = 4.614) 2) ระดับความเข้มแข็งทางจิตใจระหว่างนักเรียนอายุ 13–15 ปี มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 21.15 (Mean = 21.15, <em>S.D.</em> = 4.63) ความเข้มแข็งทางจิตใจระหว่างนักเรียนอายุ 16–18 ปี มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 21.27 (Mean = 21.27, <em>S.D.</em> = 4.59) คะแนนความเข้มแข็งทางจิตใจระหว่างนักเรียนอายุ 13–15 ปี กับนักเรียนอายุ 16–18 ปี ไม่แตกต่างกัน 3) ระดับความเข้มแข็งทางจิตใจระหว่างนักเรียนชายมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 21.66 (Mean = 21.66, <em>S.D.</em> = 4.47) นักเรียนหญิงมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 20.75 (Mean = 20.75, <em>S.D.</em> = 4.72) และนักเรียน LGBTQA+ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 21.19 (Mean = 21.19, <em>S.D.</em> = 4.61) ดังนั้น คะแนนความเข้มแข็งทางจิตใจระหว่างนักเรียนชาย นักเรียนหญิง และนักเรียน LGBTQA+ ไม่แตกต่างกันทางสถิติ</p> <p> </p> <p><strong>เอกสารอ้างอิง</strong></p> <p>กวินทรา คันธรส, ภานุวัฒน์ เจริญผล, ธีรวุฒิ ไหลมี และ ปณิดา เสนธรรม. (2565). ภาวะสุขภาพจิตและความทุกข์จากประสบการณ์ในอดีตของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ. <em>วารสารวิชาการสุขภาพภาคเหนือ</em><em>, 9</em>(2), 104-118.</p> <p>กาญจนา นาคปัจฉิมสกุล, พัชราภรณ์ ศรีสวัสดิ์ และ สุขอรุณ วงษ์ทิม. (2560). การศึกษาความสัมพันธ์ของปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อความแข็งแกร่งทางจิตใจของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในกรุงเทพมหานคร. <em>Veridian E-Journal, Silpakorn University, 10</em>(2), 1-15.</p> <p>กองส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2562). <em>คู่มือสร้างสรรค์พลังใจให้วัยทีน</em><em>.</em> บริษัท บียอนด์พับลิสชิ่ง จำกัด.</p> <p>ธนะดี สุริยะจันทร์หอม. (2566). ผลของโปรแกรมความทนทานทางใจของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่. <em>วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา</em><em>, 34</em>(3), 40-53. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/edubuu/article/ view/263118</p> <p>ธนะดี สุริยะจันทร์หอม. (2567). การวิเคราะห์องค์ประกอบความทนทานทางใจของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่. <em>วารสารราชภัฏเพชรบูรณ์สาร</em><em>, 26</em>(2), 57-70.</p> <p>นะฤเนตร จุฬากาญจน์, นุจรี ไชยมงคล และ ภรภัทร เฮงอุดมทรัพย์. (2564). ความเข้มแข็งทางจิตใจในวัยรุ่นตอนต้นที่อาศัยอยู่ในบ้านพักสำหรับเด็กและปัจจัยทำนาย. <em>วารสารไทยเภสัชศาสตร์และวิทยาการสุขภาพ</em><em>, 16</em>(4), 295-300. https://ejournals.swu.ac.th/index.php/pharm/article/view/141 20/11452</p> <p>พรรณวดี สมกิตติกานนท์ และ ถิรวรินทร์ บุญญาพิพรรธน์. (2564). การศึกษาความเข้มแข็งทางจิตใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1–6 ของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในเขตกรุงเทพมหานคร. <em>วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ</em><em>, 7</em>(1), 28–36. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/slc/ article/view/249069/169576</p> <p>สิริวัฒน์ ศรีเครือดง และ พรทิพย์ เกศตระกูล. (2567). ผลของโปรแกรมการสร้างความเข้มแข็งทางใจและการเห็นคุณค่าแท้ในตนเองของวัยรุ่น. <em>วารสารพุทธจิตวิทยา</em><em>, 9</em>(4), 634-645. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jbp/article/view/278215</p> <p>สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2566, 10 กรกฎาคม). <em>4 องค์ประกอบเติมเต็มความ</em><em>เข้มแข็งทางใจ</em>. https://dol.thaihealth.or.th/Media/Index/871173fb-f01e-ee11-80ff-00155db45636?isSuccess=False</p> <p>สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2564). <em>การพัฒนาทักษะชีวิตในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน</em>. กระทรวงศึกษาธิการ.</p> <p>อนัญญา จันทร์อยู่จริง. (2565). <em>ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเข้มแข็งทางจิตใจของนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต</em> [สารนิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต]. คณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต. https://psy.kbu.ac.th/ wp-content/uploads/2023/07/อนัญญา-จันทร์อยู่จริง.pdf</p> <p>Hjemdal, O., Vogel, P. A., Solem, S., Hagen, K., &amp; Stiles, T. C. (2011). The relationship between resilience and levels of anxiety, depression, and obsessive–compulsive symptoms in adolescents. <em>Clinical Psychology &amp; Psychotherapy, 18</em>(4), 314–321. https://doi.org/10.1002/cpp.719</p> <p>Krejcie, R. V., &amp; Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. <em>Educational and Psychological Measurement, 30</em>(3), 607–610. https://doi.org/10.1177/00131644 7003000308</p> <p>Lee, J. H., Nam, S. K., Kim, A.-R., Kim, B., Lee, M. Y., &amp; Lee, S. M. (2013). Resilience: A meta-analytic approach. <em>Journal of Counseling &amp; Development, 91</em>(3), 269–279. https://doi.org/10.1002/j.1556-6676.2013.00095.x</p> <p>Monika, X., &amp; Shikha, X. (2020). A study of academic resilience among students of secondary and higher secondary schools. <em>International Journal of Science and Research (IJSR), 9</em>(5), 1539–1542. https://dx.doi.org/10.21275/SR20526175818</p> <p>UNICEF Thailand. (2021). <em>Annual report 2020</em>. UNICEF. https://www.unicef.org/thailand/reports/unicef-thailand-annual-report-2020</p> เอกรัก ไชยสถาน กาญจนา มังครักษ์ นนทกร อุดมศรีอนันต์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยทางจิตวิทยา การศึกษาและสังคมศาสตร์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/ 2026-06-30 2026-06-30 22 1 15 27 การศึกษากลวิธีการตั้งชื่อตอนและการสะท้อนปัญหาสังคมยุคดิจิทัลผ่านลักษณะและพฤติกรรมตัวละครเด็กในวรรณกรรมเยาวชน “Becoming a Butterfly: การเดินทางของผีเสื้อหลากสี” https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JPESS/article/view/1454 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีการตั้งชื่อตอนและวิเคราะห์การสะท้อนปัญหาสังคมยุคดิจิทัลผ่านลักษณะและพฤติกรรมของตัวละครเด็กในวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง <em>Becoming a Butterfly: การเดินทางของผีเสื้อหลากสี</em> โดยเมริษา ยอดมณฑป ซึ่งใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ วิเคราะห์เนื้อหาและตีความเชิงวรรณศิลป์ภายใต้กรอบแนวคิดด้านการตั้งชื่อตอนและการสะท้อนภาพสังคม</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า (1) วรรณกรรมเรื่องนี้สะท้อนปัญหาสังคมยุคดิจิทัลผ่านตัวละครเด็ก 12 ตัวละครอย่างชัดเจน โดยใช้การตั้งชื่อตอนเป็นกลไกเชื่อมโยงโครงเรื่องกับประเด็นร่วมสมัย ได้แก่ ความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาสุขภาพจิต การกลั่นแกล้งทางออนไลน์ และความโดดเดี่ยวทางสังคม กลวิธีการตั้งชื่อตอนจำแนกได้ 4 ลักษณะ คือ การใช้คำนำหน้าชื่อตัวละครเด็กร่วมกับ (1) สัญลักษณ์ (2) สมญานาม (3) สถานการณ์สำคัญ และ (4) พฤติกรรมเด่น ซึ่งทำหน้าที่ชี้นำการตีความและสะท้อนภาวะทางอารมณ์ จิตใจ และสังคมของตัวละคร (2) ปัญหาที่ปรากฏสัมพันธ์กับมิติสุขภาพจิต ครอบครัว การถูกกลั่นแกล้ง ความโดดเดี่ยว และการค้นหาอัตลักษณ์ แม้จะเป็นประเด็นที่ปรากฏในทุกยุคสมัย แต่ในบริบทดิจิทัลกลับซับซ้อนและรุนแรงยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม วรรณกรรมเรื่องนี้มิได้เพียงสะท้อนปัญหา หากยังเสนอแนวคิดเชิงบวกในการเผชิญความยากลำบาก ผ่านการเน้นคุณค่าของสติ การเกื้อกูล และความเข้มแข็งทางจิตใจ ผลการวิจัยจึงชี้ว่าวรรณกรรมเยาวชนสามารถเป็นสื่อสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้ ส่งเสริมความเข้าใจ และสนับสนุนการพัฒนาทางอารมณ์และจิตใจของเด็กในสังคมยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> <p> </p> <p><strong>เอกสารอ้างอิง </strong></p> <p>กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2565). <em>รายงานสถานการณ์สุขภาพจิตเด็กและเยาวชนในยุคดิจิทัล</em>. https://www.dmh.go.th</p> <p>ตรีศิลป์ บุญขจร. (2547). <em>นวนิยายกับสังคมไทย (2475–2500)</em> (พิมพ์ครั้งที่ 3). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.</p> <p>เถกิง พันธุ์เถกิงอมร. (2541). <em>นวนิยายและเรื่องสั้น: การศึกษาเชิงวิเคราะห์และวิจารณ์</em>. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สถาบันราชภัฏสงขลา.</p> <p>ธัญญา สังขพันธานนท์. (2539). <em>วรรณกรรมวิจารณ์</em>. นาคร.</p> <p>พรรณทิตา ปานเอี่ยม. (2554). <em>การวิเคราะห์วรรณกรรมเยาวชนรางวัลแว่นแก้ว ปี พ.ศ. </em><em>2552 ประเภท</em><em>นวนิยาย </em>[วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร]. ศูนย์ข้อมูลการวิจัย Digital “วช.” https://doi.nrct.go.th/ListDoi/listDetail?Resolve_DOI=10.14457/SU.res.2011.74</p> <p>พิทยา ว่องกุล. (2540). <em>พลานุภาพแห่งวรรณกรรม </em>(พิมพ์ครั้งที่ 1). ดอกหญ้า.</p> <p>เมริษา ยอดมณฑป. (2563). <em>Becoming a butterfly: การเดินทางของผีเสื้อหลากสี</em>. แมงมุมบุ๊ค.</p> <p>รังสินี หลักเพชร. (2561). <em>ปัญหาเยาวชนและปัญหาสังคมในวรรณกรรมเยาวชนไทยร่วมสมัย</em> [วิทยานิพนธ์ปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD). https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/3208</p> <p>ศิวกานท์ ปทุมสูติ. (2553). <em>คู่มือการอ่านคิดวิเคราะห์</em>. นวสาส์นการพิมพ์.</p> <p>สายทิพย์ นุกูลกิจ. (2543). <em>วรรณกรรมไทยปัจจุบัน</em> (พิมพ์ครั้งที่ 4). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางเขน.</p> <p>สุเทพ สุวีรางกูร. (2551). <em>ปัญหาสังคม</em>. โอเดียนสโตร์.</p> <p>สุภาสิณี คุ้มไพรี. (2557). <em>การสืบทอดวรรณคดีและนิทานในวรรณกรรมเยาวชนไทยช่วงปี พ.ศ. 2545–2554 </em>[วิทยานิพนธ์ปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร]. Silpakorn University Repository: SURE. https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/4473</p> <p>สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. (2551, 5 พฤศจิกายน). <em>สมญานาม</em>. http://legacy.orst.go.th/?knowledges=สมญานาม-๕-พฤศจิกายน-๒๕๕๑</p> <p>อิงอร สุพันธุ์วนิช. (2547). <em>เลื่อมลายสายรุ้ง: ภาพสะท้อนสังคมไทยในนวนิยายปัจจุบัน</em>. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. https://doi.org/10.58837/CHULA.RES.2004.87</p> <p>Barthes, R. (1957). <em>Mythologies</em> (Collection Pierres vives). Éditions du Seuil.</p> <p>Chatman, S. (1978). <em>Story and discourse: Narrative structure in fiction and film</em>. Cornell University Press.</p> <p>TK Park. (2565, 6 มิถุนายน). <em>ชวนส่องเทรนด์วรรณกรรมเยาวชนและวัยรุ่นในยุคที่โลกเปลี่ยนเร็ว</em>. https://tkpark.or.th/tha/articles_detail/1654487443778/ชวนส่องเทรนด์วรรณกรรมเยาวชนและวัยรุ่นในยุคที่โลกเปลี่ยนเร็ว</p> ประภากร พาป้อ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยทางจิตวิทยา การศึกษาและสังคมศาสตร์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/ 2026-06-30 2026-06-30 22 1 28 42 แผนพัฒนาการแนะแนวและกิจกรรมแนะแนวในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2566-2570: การวิจัยเชิงพัฒนาเพื่อยกระดับสมรรถนะผู้เรียนและระบบการแนะแนว https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JPESS/article/view/1441 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินประสิทธิผลของแผนพัฒนาการแนะแนวและแผนกิจกรรมแนะแนวระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2566–2570 เพื่อยกระดับสมรรถนะผู้เรียนทั้งด้านการศึกษา อาชีพ และด้านส่วนตัว-สังคม และเสริมสร้างระบบแนะแนวของประเทศให้มีความชัดเจนและขับเคลื่อนได้จริงในทุกระดับ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานภายใต้กรอบวิจัยและพัฒนา (R &amp; D) ประกอบด้วยสองระยะ คือ 1) การพัฒนาแผนโดยอิงจากเอกสารต้นแบบระดับชาติและสากล พร้อมรับรองคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และ 2) การนำแผนไปใช้จริงในสถานศึกษาทุกภูมิภาค และประเมินผลจากการดำเนินงาน กลุ่มเป้าหมาย คือ ครูแนะแนว 345 คน จากโรงเรียนทั่วประเทศ ทำหน้าที่ประเมินสมรรถนะของนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมแนะแนวตามแผน รวมทั้งสิ้น 1,725 คน โดยใช้เครื่องมือที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงคุณภาพ</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า แผนมีคุณภาพในระดับสูงมาก ทั้งด้านเนื้อหา บริบท และความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ โดยมีฐานแนวคิดจากการแนะแนวแบบองค์รวม ทฤษฎีจิตสังคมของ Erikson แนวคิด PERMA และกรอบ CIPP Model แผนดังกล่าวส่งผลต่อพฤติกรรมเป้าหมายของผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การตั้งเป้าหมายทางการเรียน การวางแผนอาชีพ การสื่อสาร การรู้จักตนเอง และการจัดการอารมณ์นอกจากนี้ ข้อมูลจากครูแนะแนวสะท้อนถึงความจำเป็นในการออกแบบกลไกสนับสนุนที่ยืดหยุ่นตามบริบทของแต่ละพื้นที่ และข้อเสนอเชิงนโยบายในการสร้างระบบแนะแนวแบบองค์รวมที่ยั่งยืนสำหรับประเทศไทย</p> <p> </p> <p><strong>เอกสารอ้างอิง</strong></p> <p>จิราพร พงษ์ศักดิ์. (2564). แนวทางการพัฒนาระบบแนะแนวในโรงเรียนขนาดเล็ก. <em>วารสารศึกษาศาสตร์</em>, <em>39</em>(2), 99–116.</p> <p>สมเกียรติ ชูวัง. (2561). การประเมินระบบแนะแนวในโรงเรียนมัธยมศึกษา: กรณีศึกษากลุ่มโรงเรียนขนาดกลาง. <em>วารสารการวิจัยทางการศึกษา</em><em>, 21</em>(1), 45–60.</p> <p>สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566). <em>รายงานผลการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน </em><em>พ.ศ. 2566–2570</em>. กระทรวงศึกษาธิการ.</p> <p>สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2566). <em>แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่</em> <em>13</em>. สำนักนายกรัฐมนตรี.</p> <p>Erikson, E. H. (1963). <em>Childhood and society</em> (2nd ed.). W. W. Norton &amp; Company.</p> <p>Gysbers, N. C., &amp; Henderson, P. (2012). <em>Developing and managing your school guidance and counseling program</em> (5th ed.). American Counseling Association.</p> <p>Gysbers, N. C., &amp; Henderson, P. (2014). <em>Developing and managing a comprehensive school guidance and counseling program</em> (6th ed.). American Counseling Association.</p> <p>Lapan, R. T., Gysbers, N. C., &amp; Petroski, G. (2001). Helping seventh graders be safe and successful: a statewide study of the impact of comprehensive guidance programs. <em>Journal of Counseling and Development, 79</em>, 320–330.</p> <p>Office of the Basic Education Commission. (2023). <em>Basic education development plan 2023–2027 </em>[In Thai]. Ministry of Education.</p> <p>Seligman, M. E. P. (2011). <em>Flourish: A visionary new understanding of happiness and well-being</em>. Free Press.</p> <p>Steger, M. F., Oishi, S., &amp; Kashdan, T. B. (2009). Meaning in life across the life span: Levels and correlates of meaning in life from emerging adulthood to older adulthood. <em>The Journal of Positive Psychology, 4</em>(1), 43–52. https://doi.org/10.1080/17439760802303127</p> <p>Stufflebeam, D. L. (2007). <em>CIPP evaluation model checklist: A tool for applying the CIPP model to assess long-term enterprises</em>. Western Michigan University Evaluation Center. https://files.wmich.edu/s3fs-public/attachments/u350/2014/cippchecklist_mar07.pdf</p> <p>UNESCO. (2022). <em>Reimagining our futures together: A new social contract for education</em>. UNESCO Publishing.</p> <p>Yamane, T. (1973). <em>Statistics: An introductory analysis</em> (3rd ed.). Harper &amp; Row.</p> เกษศิรินทร์ สุวรรณสุนทร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยทางจิตวิทยา การศึกษาและสังคมศาสตร์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/ 2026-06-30 2026-06-30 22 1 43 57 วิธีการสอนขับร้องเพลงป๊อบออนไลน์บนแพลต์ฟอร์มติ๊กต็อกในประเทศจีน https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JPESS/article/view/1396 <p>วัตถุประสงค์ของการวิจัยนี้เพื่อ 1) วิเคราะห์ถึงข้อได้เปรียบเฉพาะตัวและปัญหาที่เกิดขึ้น ในการสอนขับร้องบนแพลตฟอร์มติ๊กต็อก 2) ศึกษาถึงวิธีการและเทคนิคการสอนออนไลน์ที่ถูกใช้บนแพลตฟอร์มติ๊กต็อก และ 3) พัฒนาแนวทางให้กับครูผู้สอนที่จะสอนบนติ๊กต็อก การศึกษานี้ใช้การสอนขับร้องดนตรีบนแพลตฟอร์มติ๊กต็อกของประเทศจีนเป็นกรณีศึกษา และใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ข้อมูลถูกรวบรวมผ่านการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างและการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วมกับครูสอนขับร้องที่มีการสอนขับร้องผ่านติ๊กต็อกและมีผู้ติดตามสูงจำนวน 5 ท่าน และผู้เรียนท่านละ 2 คน รวมผู้เรียนทั้งสิ้น 10 คน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เนื้อหาและการตรวจสอบแบบสามเส้า ข้อได้เปรียบหลักของการสอนขับร้องบนติ๊กต็อกคือการลดข้อจำกัดด้านเวลาและระยะทาง อุดมไปด้วยผู้สอนและทรัพยากรในการสอน ลดต้นทุนและช่วยทำให้การเรียนรู้น่าสนใจยิ่งขึ้น ข้อเสียเปรียบหลักคือสัญญาล่าช้า เสียงไม่ตรงกับการสื่อสารและขาดการโต้ตอบ ผลการศึกษาวิจัยในครั้งนี้สามารถนำมาสรุปเป็นแนวทางการสอนขับร้องเพลงบนติ๊กต็อกได้ทั้งหมด 7 ประการ ได้แก่ 1) ความสามารถในการร้องเพลงอย่างมืออาชีพ ความรู้ด้านดนตรี และเทคนิคในการขับร้อง 2) เครื่องมือในการสอนและการจัดสภาพแวดล้อมในการสอนที่กลมกลืน 3) การสร้างขั้นตอนและลำดับในการสอน 4) การผสานวิดีโอแบบสั้น ๆ ร่วมกับการถ่ายทอดสด 5) ความกล้าหาญที่จะสร้างลักษณะเฉพาะตนที่แปลกใหม่และไม่เหมือนใคร 6) การสอนผ่านความบันเทิงที่สามารถกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน และ 7) การสอนผู้เรียนตามทักษะของผู้เรียนโดยเน้นที่การประเมินผล และให้ข้อมูลย้อนกลับ แนวทางเหล่านี้สามารถช่วยครูผู้สอนขับร้องดนตรีบนติ๊กต็อกให้สามารถสอนบนออนไลน์ได้ดีขึ้นและช่วยสนับสนุนให้การสอนสัมฤทธิ์ผล</p> <p> </p> <p><strong>เอกสารอ้างอิง</strong></p> <p>Abidin, C., &amp; Vizcaíno-Verdú, A. (2023, March 29). <em>How ‘TeachTok’ is helping teachers </em><em>connect with their students on TikTok. </em>The Conversation. https://theconversation.com/how-teachtok-is-helping-teachers-connect-with-their-students-on-tiktok-202240</p> <p>Bates, A. W. (2019). <em>Teaching in a digital age: Guidelines for designing teaching and learning</em> (2nd ed.). Tony Bates Associates Ltd. https://pressbooks.bccampus.ca/teachinginadigitalagev2/</p> <p>Chen, M., Liu, S., &amp; Li, X. (2023). Innovation strategy of music teaching in colleges and universities based on the view of new media. <em>Frontiers in Educational Research,</em><em> 6</em>(5), 46-50. https://doi.org/10.25236/FER.2023.060509</p> <p>Chen, X., &amp; Wang, L. (2023). Short-form video platforms as supplementary tools for flipped learning: A case study of TikTok in vocal music education. <em>International Journal of Educational Technology in Higher Education, 20</em>(45), 1-16.</p> <p>Condro, W., Mahmud, Z., Luluk, F., &amp; Shuting, W. (2025). TikTok as an informal music learning platform: An analysis of the impact of music extracurricular activities on students of SMK 1 Pancasila Ambulu, Indonesia. <em>Virtuoso: Jurnal Pengkajian dan Penciptaan Musik. 8</em>(2), 105-123.</p> <p>Ding, N., Xu, X., &amp; Lewis, E. (2022). Short instructional videos for the TikTok generation. <em>Journal of Education for Business, 98</em>(4), 175–185. https://doi.org/10.1080/08832323.2022.21 03489</p> <p>Hidayatullah, R., Jazuli, M., Suharto, S., &amp; Syarif, M. I. (2021). Educators’ perceptions of TikTok as music instructional materials. <em>ISET: International Conference on Science, Education and Technology, 7</em>(1), 500–505.</p> <p>Hu, T., Rasool, U., Wang, L., Chen, H., &amp; Shi, H. (2025). The effectiveness of the TikTok flipped classroom method on students’ academic performance in folk art course. <em>Acta Psychologica, 257</em>, Article 105094. https://doi.org/10.1016/j.actpsy.2025.105094</p> <p>Li, X. (2021). Analysis and prospect of music teaching on short video platform [In Chinese]. <em>Chinese Music Journal, 4</em>(1), 168–171.</p> <p>Li, Y., &amp; Zhang, Q. (2024). The application of TikTok in flipped classroom for music theory teaching. <em>Journal of Music Education Technology, 18</em>(3), 112-127.</p> <p>O’Brien, H. L., Davoudi, N., &amp; Nelson, M. (2025). TikTok as information space: A scoping review of information behavior on TikTok. <em>Library &amp; Information Science Research, 47</em>(4), Article 101379. https://doi.org/10.1016/j.lisr.2025.101379</p> <p>O’Leary, E. J. (2023). Music education on YouTube and the challenges of platformization. <em>Action, Criticism, and Theory for Music Education</em>, <em>22</em>(4), 14–43. https://doi.org/10.22176/act22.4.14</p> <p>Pasawano, T. (2015). Results of enhanced learning with the edutainment format. <em>Procedia –</em><em>Social and Behavioral Sciences, 176</em>, 946–951. https://doi.org/10.1016/j.sbspro.2015.01.563</p> <p>People’s Network Science and Technology Channel. (2019, August 28). <em>Yisheng Ouba: Building a millionaire through Kuaishou's knowledge payment with vocal music lessons</em> [In Chinese]. http://m.people.cn/n4/0/2019/0828/c157-13130509-2_2.html</p> <p>Qiu, C. (2020). The importance of the American SLS vocal method in popular singing teaching [In Chinese]. <em>Explorations in Music, 37</em>(1), 120–124.</p> <p>Ren, L. (2021). The value and strategy of TikTok software application in music teaching [In Chinese]. <em>Journal of Kaifeng Vocational College of Culture &amp; Art, 5</em>(1), 145–146.</p> <p>Shi, Y. (2023). The use of mobile internet platforms and applications in vocal training: Synergy of technological and pedagogical solutions. <em>Interactive Learning Environments, 31</em>(6), 3780-3791. https://doi.org/10.1080/10494820.2021.1943456</p> <p>Siwei, Z., Pattananon, N., &amp; Kumjudpanpai, S. (2023). The promotion music education through social media in China: A case study of TikTok platform. <em>Journal of Modern Learning Development, 8</em>(2), 422–429. retrieved from https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jomld/article/view/259127</p> <p>Wali, S. M. (2025). Impact of short educational videos on learning and retention in undergraduate pharmacology education: A cross-sectional study. <em>BMC Medical Education, 25</em>(1), 1747. https://doi.org/10.1186/s12909-025-08410-1</p> <p>Weng, K. (2014). On the laws and characteristics of national vocal music teaching and its efficacy in teaching [In Chinese]. <em>Art Exploration, 28</em>(2).</p> <p>Wicks, D. (2019). Seth Riggs—His CCM Legacy. <em>Journal of Singing, 75</em>(4), 449-453.</p> <p>Yang, Y., Zhang, C., Zhang, S., &amp; Shen, J. (2025). TikTok in higher education: A systematic review of disciplinary applications, learning outcomes, and implementation factors. <em>Interactive Learning Environments,</em> 1–21. https://doi.org/10.1080/10494820.2025.2564736</p> <p>Zhao, Y. (2019). <em>Self-media public account—A new approach to music education </em>[Unpublished master’s thesis]. China Conservatory of Music.</p> <p>Zhong, Y. &amp; Shoa, X. (2025). Innovative models of music teaching in universities in the digital age. <em>Region - Educational Research and Reviews, 7</em>(7), 39 – 42. https://doi.org/10.32629/rerr.v7i7.4325.</p> ซีหยวน ฮู ตรีทิพ บุญแย้ม ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยทางจิตวิทยา การศึกษาและสังคมศาสตร์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/ 2026-06-30 2026-06-30 22 1 58 79