บทบาททางเพศภาวะในพื้นที่เศรษฐกิจกับการเสริมสร้างอำนาจให้กับผู้หญิง : กรณีศึกษาชาติพันธุ์อาข่าหมู่บ้านเปาปม-ดงยาง ตำบลนาพูน อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่
คำสำคัญ:
ผู้หญิงอาข่า, บทบาทเพศภาวะ, การต่อรองทางเพศภาวะ, การเสริมสร้างอำนาจให้กับผู้หญิง, พื้นที่เศรษฐกิจบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ศึกษาบทบาทของผู้หญิงอาข่าและการต่อรองทางเพศภาวะในพื้นที่เศรษฐกิจ ซึ่งนำไปสู่การส่งเสริมอำนาจให้กับผู้หญิง ในหมู่บ้านเปาปม-ดงยาง ตำบลนาพูน อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ งานวิจัยนี้ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสัมภาษณ์กลุ่ม กับผู้หญิงอาข่าจำนวน 7 คน และผู้ชายอาข่า 3 คน ผลการศึกษาพบว่าผู้หญิงอาข่าที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้มีบทบาทในพื้นที่เศรษฐกิจสูงจากการทำเกษตรเชิงพาณิชย์คือไร่ข้าวโพดและมันสําปะหลัง แม้ว่าจะไม่ได้มีการแบ่งงานอย่างชัดเจนระหว่างเพศ แต่ผู้หญิงอาข่ามีความสำคัญในภาคเกษตรที่ขาดไม่ได้ ด้วยการทำกิจกรรมร่วมกับผู้ชายแม้ว่าจะเป็นงานที่ใช้แรงกายน้อยกว่าก็ตาม นอกจากนี้ พวกเธอยังเป็นแรงงานรับจ้างนอกภาคเกษตรที่เป็นช่องทางสำคัญในการหารายได้ท่ามกลางความไม่แน่นอนของราคาผลผลิตและต้นทุนที่สูงขึ้นของภาคเกษตร ผู้หญิงบางคนเข้าสู่การทำสินค้าของที่ระลึกเมื่อหมู่บ้านได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐให้เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมกลุ่มชาติพันธุ์และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม บทบาทของผู้หญิงอาข่าในพื้นที่เศรษฐกิจที่มีนัยสำคัญมากขึ้นต่อครัวเรือน ทำให้พวกเธอมีอำนาจต่อรองทางเพศภาวะในหลายด้าน แม้ว่าพวกเธอจะยังคงรับบทบาทหลักในการดูแลบ้านและครอบครัวในฐานะภรรยาและแม่ แต่ก็ได้รับการยอมรับจากสังคมอาข่ามากขึ้นและได้รับความเท่าเทียมกับผู้ชายในการรับผิดชอบด้านการตัดสินใจของครัวเรือน ผู้หญิงอาข่าสามารถสร้างทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ในการใช้ชีวิตที่มีความหมายและสร้างคุณค่าในระดับปัจเจกที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคม
เอกสารอ้างอิง
กรองทอง สุดประเสริฐ. (2551). การปรับความสัมพันธ์ระหว่างเพศของผู้หญิงม้งค้าผ้าใยกัญชง: จากหมู่บ้านสู่ตลาดค้าผ้า (ปริญญานิพนธ์มหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
กองกิจการนิคมสร้างตนเองและพัฒนาชาวเขา กลุ่มกิจการชาวเขา. (2559). ทำเนียบชุมชนบนพื้นที่สูง. กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ. กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.
คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุในคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว. (2542). วัฒนธรรมพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดแพร่. กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และกรมศิลปากร.
ทวิช จตุวรพฤกษ์. (2538). พิธีกรรมเพื่อสืบทอดความเป็นชาติพันธุ์ของชาวเขายากจน: การศึกษาการปรับตัวทางวัฒนธรรมของชาวเขาเผ่าลีซอในจังหวัดเชียงใหม่ (ปริญญานิพนธ์มหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ทิพวรรณ อินนันทนานนท์. (2557). วัฒนธรรมชนเผ่าอาข่ากับเศรษฐกิจสร้างสรรค์. วารสารศิลปกรรมศาสตร์, 1(1), 80-96.
พิรัชพร สมุทรเพ็ชร, พลอยตะวัน ธูปเทียนทอง และบุศรินทร์ เลิศชวลิตสกุล. (2567, 22 ธันวาคม). บ้านเปาปม-ดงยาง. วิกิชุมชน. https://wikicommunity.sac.or.th/community/2356.
ไพโรจน์ คงทวีศักดิ์. (2550). อาข่าย็อง: พื้นที่การค้าในเมืองกับพลวัตทางชาติพันธุ์ของอาข่า. วารสารสังคมศาสตร์, 19(2), 62-99.
ไพโรจน์ คงทวีศักดิ์. (2555). อาข่าเร่ขาย: ชาติพันธุ์ ร่างกาย กับความเป็นคนอื่นที่เลี่ยงไม่ได้ (รายงานวิจัย). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ภัทรพันธ์ เสริมสวัสดิ์ศรี. (2557). การพัฒนาการท่องเที่ยวกับการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมของชาวอาข่า กรณีศึกษาหมู่บ้านอาข่าป่ากล้วย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย (ปริญญานิพนธ์มหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
ภานนท์ คุ้มสุภา และมาโนช ชุ่มเมืองปัก. (2564). กลวิธีการสื่อสารของกิจการเพื่อสังคมกาแฟอาข่าอาม่ากับการขับเคลื่อนธุรกิจและการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรชาวอาข่า. วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการสื่อสาร, 4(1), 1-15.
ศรีศักร วัลลิโภดม และวลัยลักษณ์ ทรงศิริ. (2551). นครแพร่จากอดีตมาปัจจุบัน ภูมินิเวศวัฒนธรรม ระบบความเชื่อ และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง”. (ม.ป.ป.). บ้านดงยางอาข่า. https://www.xn--b3c3da.com/home/pdf/village/582/
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). (2559, 12 มกราคม). โล้ชิงช้าของอาข่า. ประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย. https://rituals.sac.or.th/detail.php?id=7.
สุสัณหา ยิ้มแย้ม และรังสิยา นารินทร์. (2558). พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศและความรุนแรงในครอบครัวของสตรีอาข่า. วารสารพยาบาล, 42(4), 146-155.
อนันตา สุขวัฒน์. (2564). พลวัตวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์อาข่าผาหมี จังหวัดเชียงราย. วารสารสังคมศาสตร์วิชาการ, 14(1), 29-48.
Chantaruphan, P. (2019). Constructing the self-image of Akha women in cross-cultural marriages. Damrong Journal of the Faculty of Archeology, Silpakorn University, 18(1), 89-116.
Food and Agriculture Organization of the United Nations. (2011). The State of Food and Agriculture 2010-11, Women in agriculture: Closing the gender gap for development. FAO.
Habtezion, S. (2016). Gender, climate change and food security. UNDP.
Jost, C., Kyazze, F., Naab, J., Neelormi, S., Kinyangi, J., Zougmore, R., Aggarwal, P., Bhatta, G., Chaudhury, M., Tapio-Bistrom, M., Nelson, S. & Kristjanson, P. (2016). Understanding gender dimensions of agriculture and climate change in smallholder farming communities. Climate and Development, 8(2), 133–144.
Kabeer, N. (1999). Resources, agency, achievements: Reflections on the measurement of women’s empowerment. Development and Change, 30, 435-464.
Tooker, D. E. (2004). Modular modern: Shifting forms of collective identity among the Akha of Northern Thailand. Anthropological Quarterly, 77(2), 243-288.
Toyota, M. (1998). Urban migration and cross-border networks: A deconstruction of the Akha identity in Chiang Mai. Southeast Asian Studies, 35(4), 803-829.
Trupp, A. (2015a). Akha souvenir sellers in Thailand’s urban tourist areas: Social, economic, and political structures. Rian Thai: International Journal of Thai Studies, 8, 1-26.
Trupp, A. (2015b). Agency, social capital, and mixed embeddedness among Akha ethnic minority street vendors in Thailand’s tourist areas. Sojourn: Journal of Social Issues in Southeast Asia, 30(3), 780-818.
Trupp, A., & Sunanta Sirijit. (2017). Gendered practices in urban ethnic tourism in Thailand. Annals of Tourism Research, 64, 76-86.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 จุดยืน: วารสารสตรีนิยมไทย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
##default.contextSettings.thaijo.licenseTerms##