จุดยืน: วารสารสตรีนิยมไทย https://so18.tci-thaijo.org/index.php/WSC <p>stance: the thai feminist review<br />ISSN: 1905-954X E-ISSN: 2697-6196<br />Publication Frequency:<br />Aims and Scope : </p> th-TH ##default.contextSettings.thaijo.licenseTerms## Tue, 30 Jun 2026 22:38:31 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 บทบรรณาธิการ บทบาททางเพศ, feminization of victimhood, and Feminist Methodology https://so18.tci-thaijo.org/index.php/WSC/article/view/2751 <p>-</p> ไพบูลย์ เฮงสุวรรณ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 จุดยืน: วารสารสตรีนิยมไทย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so18.tci-thaijo.org/index.php/WSC/article/view/2751 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700 บทบาททางเพศภาวะในพื้นที่เศรษฐกิจกับการเสริมสร้างอำนาจให้กับผู้หญิง : กรณีศึกษาชาติพันธุ์อาข่าหมู่บ้านเปาปม-ดงยาง ตำบลนาพูน อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ https://so18.tci-thaijo.org/index.php/WSC/article/view/2748 <p>บทความวิจัยนี้ศึกษาบทบาทของผู้หญิงอาข่าและการต่อรองทางเพศภาวะในพื้นที่เศรษฐกิจ ซึ่งนำไปสู่การส่งเสริมอำนาจให้กับผู้หญิง ในหมู่บ้านเปาปม-ดงยาง ตำบลนาพูน อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ งานวิจัยนี้ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสัมภาษณ์กลุ่ม กับผู้หญิงอาข่าจำนวน 7 คน และผู้ชายอาข่า 3 คน ผลการศึกษาพบว่าผู้หญิงอาข่าที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้มีบทบาทในพื้นที่เศรษฐกิจสูงจากการทำเกษตรเชิงพาณิชย์คือไร่ข้าวโพดและมันสําปะหลัง แม้ว่าจะไม่ได้มีการแบ่งงานอย่างชัดเจนระหว่างเพศ แต่ผู้หญิงอาข่ามีความสำคัญในภาคเกษตรที่ขาดไม่ได้ ด้วยการทำกิจกรรมร่วมกับผู้ชายแม้ว่าจะเป็นงานที่ใช้แรงกายน้อยกว่าก็ตาม นอกจากนี้ พวกเธอยังเป็นแรงงานรับจ้างนอกภาคเกษตรที่เป็นช่องทางสำคัญในการหารายได้ท่ามกลางความไม่แน่นอนของราคาผลผลิตและต้นทุนที่สูงขึ้นของภาคเกษตร ผู้หญิงบางคนเข้าสู่การทำสินค้าของที่ระลึกเมื่อหมู่บ้านได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐให้เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมกลุ่มชาติพันธุ์และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม บทบาทของผู้หญิงอาข่าในพื้นที่เศรษฐกิจที่มีนัยสำคัญมากขึ้นต่อครัวเรือน ทำให้พวกเธอมีอำนาจต่อรองทางเพศภาวะในหลายด้าน แม้ว่าพวกเธอจะยังคงรับบทบาทหลักในการดูแลบ้านและครอบครัวในฐานะภรรยาและแม่ แต่ก็ได้รับการยอมรับจากสังคมอาข่ามากขึ้นและได้รับความเท่าเทียมกับผู้ชายในการรับผิดชอบด้านการตัดสินใจของครัวเรือน ผู้หญิงอาข่าสามารถสร้างทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ในการใช้ชีวิตที่มีความหมายและสร้างคุณค่าในระดับปัจเจกที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคม</p> พิรัชพร สมุทรเพ็ชร, บุศรินทร์ เลิศชวลิตสกุล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 จุดยืน: วารสารสตรีนิยมไทย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so18.tci-thaijo.org/index.php/WSC/article/view/2748 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700 การทำให้ภาวะความเป็นเหยื่อกลายเป็นเรื่องของเพศหญิง: การทบทวนแนวคิดเรื่องเพศภาวะ อำนาจ และการปรากฏร่างในวาทกรรมการค้ามนุษย์ https://so18.tci-thaijo.org/index.php/WSC/article/view/2749 <p>วาทกรรมกระแสหลักเกี่ยวกับภาวะความเป็นเหยื่อในปัญหาการค้ามนุษย์ มักมุ่งเน้นไปที่ภาพตัวแทนของ "เหยื่อในอุดมคติ" (Ideal victim) ซึ่งภาพลักษณ์ดังกล่าวคือหญิงสาวจากกลุ่มประเทศซีกโลกใต้ (Global South) ผู้มีลักษณะสยบยอม ไร้ที่พึ่ง และอ่อนต่อโลก ซึ่งถูกบังคับให้เข้าสู่ขบวนการทาสกาม การทำให้ภาวะความเป็นเหยื่อกลายเป็นเรื่องของเพศหญิงเช่นนี้ (Feminization of victimhood) ส่งผลให้กลุ่มประชากรผู้ชายและเด็กชายที่ถูกค้ามนุษย์ ซึ่งมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นกลับต้องถูกบดบังไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคแรงงานบังคับและการแสวงหาประโยชน์ในรูปแบบอื่น ๆ งานวิจัยชิ้นนี้ใช้การวิเคราะห์แนวคิดเชิงคุณภาพ (Qualitative conceptual analysis) โดยประยุกต์ใช้กรอบแนวคิดสตรีนิยมที่โดดเด่น 3 แนวคิด ได้แก่ ทฤษฎีการแสดงบทบาทเชิงโครงสร้างส่วนปลาย (Performativity) ของจูดิธ บัตเลอร์ (Judith Butler) การวิพากษ์แนวคิดหลังอาณานิคมว่าด้วยการทำให้เป็นเนื้อเดียวกัน (Homogenization) ของจันทรา ตัลปาเด โมฮันตี (Chandra Talpade Mohanty) และทฤษฎีอัตลักษณ์ทับซ้อนเชิงวิพากษ์ (Critical race intersectionality) ของคิมเบอร์เล ครินชอว์ (Kimberlé Crenshaw) เพื่อรื้อสร้างมิติทางเพศภาวะ ชาติพันธุ์ และโครงสร้างที่ซ่อนอยู่ในวาทกรรมการค้ามนุษย์ ข้อสรุปของงานวิจัยชิ้นนี้โต้แย้งว่า วาทกรรมกระแสหลักเกี่ยวกับภาวะความเป็นเหยื่อได้เข้ามาผลิตสร้างอัตบุคคลทางเพศภาวะ (Gendered subjects) ผ่านกระบวนการทางวาทกรรม ตอกย้ำทวิลักษณ์แบบปิตาธิปไตย (Patriarchal binaries) และสร้างความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างที่กีดกันพฤติกรรมการแสวงหาความช่วยเหลือของผู้ชายที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ ผลการวิจัยเผยให้เห็นว่าวาทกรรมกระแสหลักดังกล่าวได้ตอกย้ำทวิลักษณ์แบบปิตาธิปไตยผ่านการแสดงบทบาท (Performatively) โดยผูกโยงความเป็นหญิงเข้ากับความเปราะบาง และผูกโยงความเป็นชายเข้ากับความแกร่งกร้าวไม่สะทกสะท้าน การสร้างความหมายผ่านกระบวนการทางวาทกรรมนี้ ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการรับรู้ตนเองของเหยื่อเพศชาย บีบให้พวกเขาต้องเก็บกดบาดแผลทางจิตใจไว้ภายใน และต้อง "แสดงออก" ถึงความเป็นชายตามขนบกระแสหลัก (Hegemonic masculinity) เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตีตราทางสังคม ส่งผลให้ผู้รอดชีวิตเพศชายต้องเผชิญกับภาวะเมินเฉยของสถาบันที่มีรากเหง้าฝังลึก (Institutional blindness) ขาดแคลนทรัพยากรในการช่วยเหลืออย่างรุนแรง และต้องเผชิญกับอุปสรรคเชิงโครงสร้างในการเข้าถึงกระบวนการขอความช่วยเหลือ</p> วรรณวรินทร์ เย็นสุข ลิขสิทธิ์ (c) 2026 จุดยืน: วารสารสตรีนิยมไทย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so18.tci-thaijo.org/index.php/WSC/article/view/2749 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700 ไกลกว่าผู้สังเกตการณ์ที่วางตัวเป็นกลาง : จุดยืนของผู้วิจัยและความรู้ในระเบียบวิธีวิจัยแบบสตรีนิยม https://so18.tci-thaijo.org/index.php/WSC/article/view/2750 <p>บทความเชิงทฤษฎีนี้เสนอว่า วิธีวิทยาสตรีนิยมไม่ควรถูกเข้าใจเพียงในฐานะการวิพากษ์ภาพของ “ผู้สังเกตการณ์ที่แยกตัวออกจากสิ่งที่ศึกษา” เท่านั้น หากยังเป็นกรอบคิดสำหรับพิจารณาว่าความรู้ได้รับความชอบธรรม มีความรับผิดรับชอบ และมีข้อจำกัดอย่างไร บทความนี้มีข้อเสนอหลักคือ การอ่านตัวบทและข้อถกเถียงคลาสสิกในวิธีวิทยาสตรีนิยมใหม่ ในฐานะการปรับทิศทางจากประเด็นเรื่องการเป็นตัวแทน ไปสู่คำถามเรื่องความชอบธรรม และจากภาวะวิสัยแบบแยกตัวออกห่าง ไปสู่การตีความที่มีความรับผิดรับชอบ ผ่านการอ่านเชิงทฤษฎีและการตีความงาน Women Writing Culture ทฤษฎีจุดยืนสตรีนิยม แนวคิดเรื่ององค์ความรู้ที่ตั้งอยู่บนบริบทของ Donna Haraway และสตรีนิยมหลังโครงสร้างนิยมของ Chris Weedon บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า วิธีวิทยาสตรีนิยมมิได้ปฏิเสธภาวะวิสัยหรือแทนที่ภาวะวิสัยด้วยประสบการณ์ของผู้หญิงอย่างง่าย หากเข้าใจความรู้สตรีนิยมในฐานะความรู้ที่ตั้งอยู่บนบริบท มีลักษณะเป็นบางส่วน มีการใคร่ครวญตนเอง และถูกหล่อหลอมโดยความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ไม่เท่าเทียม ด้วยเหตุนี้ บทความนี้มุ่งมีส่วนสนับสนุนสาขาสตรีศึกษา เพศภาวะศึกษา และเพศวิถีศึกษา โดยเสนอให้เข้าใจวิธีวิทยาสตรีนิยมในฐานะปฏิบัติการของการตีความที่มีความรับผิดรับชอบ มากกว่าการปฏิเสธภาวะวิสัยหรือการอ้างอิงประสบการณ์ของผู้หญิงโดยตรง</p> ตาอิกิ อราคาวา ลิขสิทธิ์ (c) 2026 จุดยืน: วารสารสตรีนิยมไทย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so18.tci-thaijo.org/index.php/WSC/article/view/2750 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700