ช่อดอกปีบปริทัศน์
https://so18.tci-thaijo.org/index.php/chorparitas
<p><strong>วารสารช่อดอกปีบปริทัศน์ </strong><span style="font-weight: 400;">เป็นวารสารของคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เริ่มจัดพิมพ์วารสารฉบับแรกเมื่อปี พ.ศ. 2567 เป็นปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม – เมษายน 2568) </span><span style="font-weight: 400;">โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตีพิมพ์และเผยแพร่ผลงานทางวิชาการที่มีคุณภาพ ในลักษณะของ</span><span style="font-weight: 400;">บทความวิจัย (Research Article)</span><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">บทความวิชาการ (Academic Article) และบทความปริทรรศน์ (Review Article) </span><span style="font-weight: 400;">ในสาขา</span><span style="font-weight: 400;">ด้านศิลปศาสตร์ (Liberal Arts) มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (Humanities and Social Science) </span><span style="font-weight: 400;">และสาขาวิชาอื่น ๆ หรือสหวิทยาการด้านศิลปศาสตร์ อาทิ การท่องเที่ยว </span><span style="font-weight: 400;">การโรงเเรมและอุตสาหกรรมบริการ</span><span style="font-weight: 400;"> โลจิสติกส์ ภาษาและการสื่อสาร ภาษาศาสตร์ ภาษาศาสตร์ประยุกต์ วรรณคดีทั้งของไทยและต่างประเทศ ศิลปะและวัฒนธรรม ศิลปกรรม นาฏศิลป์ ดนตรีไทย ดนตรีตะวันตก</span><span style="font-weight: 400;"> ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมศึกษา </span><span style="font-weight: 400;">จิตวิทยา</span><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">คหกรรมศาสตร์ </span><span style="font-weight: 400;">รัฐศาสตร์ มานุษยวิทยา พัฒนาสังคม </span><span style="font-weight: 400;"> สังคมวิทยา </span><span style="font-weight: 400;">ศึกษาศาสตร์ วิธีการสอน การจัดการเรียนรู้ การวัดผลประเมินผล </span></p> <p><strong>กำหนดออกปีละ 3 ฉบับ คือ </strong></p> <p><span style="font-weight: 400;">ฉบับที่ 1 มกราคม - เมษายน </span></p> <p><span style="font-weight: 400;">ฉบับที่ 2 พฤษภาคม - สิงหาคม </span></p> <p><span style="font-weight: 400;">ฉบับที่ 3 กันยายน - ธันวาคม </span></p> <p><span style="font-weight: 400;">เผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ คือ </span></p> <p><span style="font-weight: 400;">https://so18.tci-thaijo.org/index.php/chorparitas</span></p>
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย / Faculty of Liberal Arts Rajamangala University of Technology Srivijaya
th-TH
ช่อดอกปีบปริทัศน์
3088-1781
<p><em><span style="font-weight: 400;">Journal of TCI is licensed under a Creative Commons </span></em><a href="https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/"><em><span style="font-weight: 400;">Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)</span></em></a><em><span style="font-weight: 400;"> licence, unless otherwise stated. Please read our Policies page for more information...</span></em></p>
-
แนวทางการสอนรายวิชานันทนาการระดับปริญญาตรีโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง (EMI)
https://so18.tci-thaijo.org/index.php/chorparitas/article/view/1932
<p>บทความวิชาการฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมและสังเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับแนวทางการจัดการเรียนการสอนรายวิชาในระดับปริญญาตรีโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง (English as a Medium of Instruction: EMI) โดยอาศัยการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเอกสาร (Documentary Analysis) จากแหล่งข้อมูลทุติยภูมิ ได้แก่ งานวิจัยและบทความวิชาการ รายงานเชิงนโยบายของสถาบันอุดมศึกษา และเอกสารภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการสะท้อนประสบการณ์ตรงของผู้เขียนจากการเข้าร่วมโครงการพัฒนาบุคลากรเพื่อเสริมสร้างทักษะภาษาอังกฤษในต่างประเทศ หลักสูตร Professional Development Training: English as a Medium of Instruction ณ มหาวิทยาลัยวิกตอเรีย ประเทศแคนาดา ผลการสังเคราะห์องค์ความรู้และประสบการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การเสนอแนวทางการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ EMI ที่เหมาะสมกับบริบทของรายวิชานันทนาการในระดับปริญญาตรี ซึ่งครอบคลุมการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ การใช้ภาษาอังกฤษอย่างคำนึงถึงระดับผู้เรียน และการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมของผู้เรียน นอกจากนี้ องค์ความรู้ที่ได้ยังสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงหลักสูตร และประยุกต์ขยายผลสู่การจัดการเรียนการสอนรายวิชาอื่น ๆ ในระดับปริญญาตรีได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของสถาบันอุดมศึกษาไทย</p>
สราทตรา เล่งไพบูลย์
ยุทธภูมิ สุวรรณเวช
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ช่อดอกปีบปริทัศน์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-04-22
2026-04-22
2 1
70
82
-
การบริหารจัดการที่ส่งผลต่อคุณภาพการให้บริการของงานบริการวิชาการแก่สังคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
https://so18.tci-thaijo.org/index.php/chorparitas/article/view/1800
<p> การวิจัยเรื่อง การบริหารจัดการที่ส่งผลต่อคุณภาพการให้บริการของงานบริการวิชาการแก่สังคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาการบริหารจัดการงานบริการวิชาการแก่สังคมในด้านนโยบาย บุคลากร เทคโนโลยีและนวัตกรรม และการติดตามและประเมินผล (2) ศึกษาคุณภาพการให้บริการของงานบริการวิชาการแก่สังคม และ (3) วิเคราะห์การบริหารจัดการที่ส่งผลต่อคุณภาพการให้บริการ กลุ่มประชากรคือบุคลากรคณะวิศวกรรมศาสตร์ จำนวน 162 คน กลุ่มตัวอย่างจำนวน 115 คน กำหนดตามตารางเครจซีและมอร์แกน ได้รับแบบสอบถามที่สมบูรณ์จำนวน 95 ชุด เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า การบริหารจัดการงานบริการวิชาการแก่สังคมโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากในทุกด้าน โดยด้านบุคลากรมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือด้านการติดตามและประเมินผล ด้านนโยบาย และด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ขณะที่คุณภาพการให้บริการของงานบริการวิชาการแก่สังคมอยู่ในระดับมากทั้งด้านคุณภาพเชิงเทคนิคและคุณภาพด้านหน้าที่ ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า การบริหารจัดการงานบริการวิชาการแก่สังคมส่งผลต่อคุณภาพการให้บริการอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยด้านบุคลากรและด้านการติดตามและประเมินผลมีผลในระดับนัยสำคัญที่ระดับ 0.01 และด้านนโยบายมีผลในระดับนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 ขณะที่ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมไม่ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ตัวแปรด้านการบริหารจัดการสามารถอธิบายความผันแปรของคุณภาพการให้บริการได้ร้อยละ 91.60 ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าการให้ความสำคัญกับการบริหารทรัพยากรบุคคล การติดตามและประเมินผลอย่างเป็นระบบ และการกำหนดนโยบายที่ชัดเจน มีบทบาทสำคัญต่อการยกระดับคุณภาพการให้บริการวิชาการแก่สังคมของสถาบันอุดมศึกษา</p>
สมยศ แสงจันทร์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ช่อดอกปีบปริทัศน์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-04-22
2026-04-22
2 1
1
14
-
การศึกษาแรงจูงใจของนักศึกษามหาวิทยาลัยที่มีต่อการท่องเที่ยว จุดกางเต็นท์อุทยานแห่งชาติในจังหวัดนครราชสีมา
https://so18.tci-thaijo.org/index.php/chorparitas/article/view/1870
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแรงจูงใจของนักศึกษามหาวิทยาลัยที่มีต่อการท่องเที่ยวจุดกางเต็นท์ในอุทยานแห่งชาติจังหวัดนครราชสีมาและเปรียบเทียบความแตกต่างของแรงจูงใจจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล กลุ่มตัวอย่างคือนักศึกษามหาวิทยาลัยในจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 400 คน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน t-test และ One-way ANOVA ผลการวิจัยพบว่า นักศึกษามีระดับแรงจูงใจในการท่องเที่ยวจุดกางเต็นท์โดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านการประชาสัมพันธ์และด้านสิ่งดึงดูดใจมีค่าเฉลี่ยสูงสุด นอกจากนี้สถานภาพและระดับชั้นปีของนักศึกษามีผลต่อระดับแรงจูงใจในการท่องเที่ยวแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการจัดการแหล่งท่องเที่ยวจุดกางเต็นท์ในอุทยานแห่งชาติให้สอดคล้องกับความต้องการของนักศึกษาและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน</p>
ปรเมษฐ์ สักพันธ์
เนตรณภางค์ ทองศรี
วัลย์ลิกา เจริญศิลป์
นพรัตน์ ทรงสายชลชัย
พุธิตา พรหมภู่
ศศิธร รัตนประยูร
จิตนภา สมบูรณ์ศิลป์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ช่อดอกปีบปริทัศน์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-04-22
2026-04-22
2 1
15
29
-
ผลกระทบจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ชายหาดอำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา
https://so18.tci-thaijo.org/index.php/chorparitas/article/view/1938
<p><span class="fontstyle0">การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ผลกระทบจากการท่องเที่ยวบริเวณชายหาดในอำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ตามองค์ประกอบการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และ 2) แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ในทัศนะของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พื้นที่ศึกษาครอบคลุมสวนสองทะเล ชายหาดสมิหลา ชายหาดชลาทัศน์ หาดเก้าเส้ง และหาดบ่ออิฐ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เครื่องมือวิจัยโดยการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง กับกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 25 คน ประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และนักท่องเที่ยว วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา ผลการศึกษาพบว่า 1) ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดความตระหนักในการ อนุรักษ์ แต่ยังเผชิญปัญหาขยะมูลฝอยและมลพิษทางน้ำจากการจัดการที่ไม่เพียงพอ ด้านเศรษฐกิจ ช่วยสร้าง รายได้และการจ้างงานในท้องถิ่น แต่มีความเปราะบางสูงหากพึ่งพาการท่องเที่ยวเพียงด้านเดียว และ ด้าน สังคมและวัฒนธรรม ส่งเสริมความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ แต่เสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตดั้งเดิมเพื่อ ตอบสนองการค้า สำหรับ 2) แนวทางการพัฒนาที่สำคัญคือ การเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน การ จัดการขยะอย่างเป็นระบบ การยกระดับคุณภาพสินค้าและอาหารท้องถิ่น และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ ชุมชนในการตัดสินใจ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาและการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน</span> </p>
สุวนันท์ ชูทุ่งยอ
ชนิตรา แก้วมีศรี
นาชีร่า จันทอง
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ช่อดอกปีบปริทัศน์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-04-22
2026-04-22
2 1
30
42
-
ความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต่อคุณภาพการให้บริการร้านอาหาร ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
https://so18.tci-thaijo.org/index.php/chorparitas/article/view/1999
<p>การวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาลักษณะประชากรศาสตร์ของ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการร้านอาหารในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 2) เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต่อคุณภาพการให้บริการร้านอาหารในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 3) เพื่อเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต่อคุณภาพการให้บริการร้านอาหารในอำเภอหาดใหญ่ โดยจําแนกตามลักษณะประชากรศาสตร์ การดำเนินวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย โดยใช้การสุ่มแบบหลายขั้นตอน คือ การสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง และสุ่มแบบสะดวกจากนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 400 คน วิเคราะห์ข้อมูล เป็นสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (𝑥̅) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบสมติฐานใช้สถิติิเชิงอนุมาน โดยใช้ t-test เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยระหว่างกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่มและ F-test วิเคราะห์ความ แปรปรวนทางเดียว เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างตั้งแต่ 2 กลุ่มขึ้นไป มีความแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยโปรแกรมสําเร็จรูป SPSS</p> <p> ผลการวิจัย พบว่า 1) นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 36-48 ปี อาชีพธุรกิจ ส่วนตัว/ค้าขาย รายได้เฉลี่ยต่อเดือนระหว่าง 15,000-30,000 บาท/เดือน สถานภาพแต่งงาน และมีสัญชาติมาเลเซีย 2) โดยภาพรวมของความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติ (𝑥̅ = 3.9939, S.D. = 0.609290) จําแนกเป็นด้านความเป็นรูปธรรมของการบริการ (𝑥̅ = 4.068, S.D. = 0.671) ด้านความ เข้าใจและเห็นอกเห็นใจในผู้รับบริการ (𝑥̅ = 3.993, S.D. = 0.609) ด้านความเชื่อถือไว้วางใจได้ (𝑥̅ = 3.992, S.D. = 0.696) ด้านการตอบสนองต่อผู้รับบริการ (𝑥̅ = 3.973, S.D. = 0.700) และด้านการให้ ความมั่นใจแก่ผู้รับบริการ (𝑥̅ = 3.953, S.D. = 0.799) ตามลำดับ 3) เปรียบเทียบความพึงพอใจของ นักท่องเที่ยวต่างชาติจำแนกตามลักษณะส่วนบุคคล พบว่า ภาพรวมความพึงพอใจในแต่ละด้าน มีผลต่อระดับนัยสําคัญทางสถิติ ด้านความเป็นรูปธรรมของการบริการ ผลต่อระดับนัยสําคัญทางสถิติที่ 0.05 ใน ด้านสัญชาติ ด้านความเชื่อถือไว้วางใจได้ ผลต่อระดับนัยสําคัญทางสถิติที่ 0.05 ในด้านอาชีพ ด้านการ ตอบสนองต่อผู้รับบริการ ผลต่อระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ในด้านรายได้เฉลี่ยต่อเดือน และสัญชาติ ด้านการตอบสนองต่อผู้รับบริการ ผลต่อระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ในด้านสัญชาติ ด้านการใส่ใจผู้ มาใช้บริการ ผลต่อระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ในด้านสัญชาติ และอาชีพ จากการศึกษา พบว่า ความพึงพอใจด้านที่ส่งผลต่อนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต่อคุณภาพการให้บริการร้านอาหารในอำเภอหาดใหญ่มากที่สุด คือ ด้านความเชื่อถือไว้วางใจได้ (Reliability) ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถของร้านอาหารในการให้บริการได้ตรงตามที่สัญญาไว้ ความถูกต้องแม่นยำ และความสม่ำเสมอในการให้บริการ ดังนั้น ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐานการบริการอย่างต่อเนื่อง และฝึกอบรมพนักงานให้สามารถให้บริการได้อย่างน่าเชื่อถือ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ</p>
อริชา อร่ามวงศ์วิวัฒน์
รุ่งวรินทร์ มรรคคงคา
ศิริประภา บุญสุวรรณ
ธนินทร์ สังขดวง
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ช่อดอกปีบปริทัศน์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-04-22
2026-04-22
2 1
43
54
-
การใช้แป้งข้าวช่อขิงทดแทนแป้งสาลีในคุกกี้เนย
https://so18.tci-thaijo.org/index.php/chorparitas/article/view/1990
<div><span lang="TH">งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุกกี้เนยที่ใช้แป้งข้าวช่อขิงแทนแป้งสาลี โดยหาสูตรมาตรฐานของคุกกี้เนย และหาปริมาณของแป้งข้าวช่อขิงที่ทดแทนแป้งสาลี </span>5 <span lang="TH">ระดับ ได้แก่ร้อยละ </span>0, 40, 60, 80 <span lang="TH">และ </span>100 <span lang="TH">ตามลำดับ รวมถึงวิเคราะห์คุณภาพทางกายภาพเคมี ต้นทุน และคุณค่าทางโภชนาการ</span></div> <div><span lang="TH">พบว่า สูตรมาตราฐานของคุกกี้เนย คือสูตรที่ </span>2 <span lang="TH">คิม (</span>2565) <span lang="TH">เนื่องจากมีคะแนนทดสอบการยอมรับทางประสาทสัมผัสด้านลักษณะปรากฏ เนื้อสัมผัส รสชาติ กลิ่น สี และความชอบโดยรวมสูงที่สุดการทดแทนแป้งสาลีด้วยแป้งข้าวช่อขิง ร้อยละ </span>80 <span lang="TH">มีคะแนนทดสอบการยอมรับทางประสาทสัมผัสด้านลักษณะปรากฏ เนื้อสัมผัส รสชาติ กลิ่น สี และความชอบโดยรวมสูงที่สุด รวมเป็น </span>7.70, 7.50, 7.60, 7.70, 7.30, 7.10 <span lang="TH">ตามลำดับ มีค่าสี </span>L* , a* <span lang="TH">และ </span>b* <span lang="TH">เท่ากับ </span>16.97, 23.36,15.48 <span lang="TH">ตามลำดับ ค่าความเเข็ง เท่ากับ </span>2.53 <span lang="TH">กิโลกรัม ค่าน้ำอิสระ เท่ากับ </span>0.45 <span lang="TH">ค่าความชื้น เท่ากับ ร้อยละ </span>9.03 คุณค่าทางโภชนาการจะได้พลังงานทั้งหมด 260.05 <span lang="TH">กิโลแคลอรี่ มีโปรตีน </span>3.26 <span lang="TH">กรัม คาร์โบไฮเดรต </span>42.52 <span lang="TH">กรัม ไขมัน </span>17.28 <span lang="TH">กรัม แคลเซียม </span>42.52<span lang="TH">มิลลิกรัม โซเดียม </span>225.91 <span lang="TH">มิลลิกรัม ไฟเตต </span>15.10 <span lang="TH">มิลลิกรัม โพแทสเซียม </span>49.08 <span lang="TH">มิลลิกรัม </span></div>
ปิยณัติ มัจฉา
ปาณิสรา คงชู
จิรัชยา สมจิตต์
น้ำฝน ชูพูล
รุ่งทิพย์ วัฒนวรกิต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ช่อดอกปีบปริทัศน์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-04-22
2026-04-22
2 1
55
69