Journal of Digital Education and Learning Engineering https://so18.tci-thaijo.org/index.php/delethailand <p class="whitespace-pre-wrap break-words"><em>วารสาร Journal of Digital Education and Learning Engineering (JDELE)</em> เป็นวารสารอย่างเป็นทางการที่จัดทำโดย <strong>สมาคมการศึกษาดิจิทัลและวิศวกรรมการเรียนรู้</strong> โดยมีความมุ่งหมายเพื่อให้เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับครูผู้สอน อาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญ ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาดิจิทัลและวิศวกรรมการเรียนรู้ทั่วโลก</p> <p class="whitespace-pre-wrap break-words">วารสาร JDELE นั้นตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานทางวิชาการทางการศึกษาทั้งในลักษณะที่เป็นมุมมองและหลักคิดเชิงทฤษฎี การพัฒนาด้านระเบียบวิธี แนวปฏิบัติงานการสอน ข้อค้นพบสำคัญจากโครงการพัฒนา และงานวิจัยเชิงประจักษ์ที่มีคุณภาพสูง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการประยุกต์ใช้ระบบ เครือข่าย เครื่องมือ ทรัพยากร และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ของเทคโนโลยีดิจิทัล ที่นำไปสู่การพัฒนาทางการจัดการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ และคลอบคลุมในทุกรูปแบบและทุกระดับ</p> <p class="whitespace-pre-wrap break-words">วารสาร JDELE มีกำหนดออกการตีพิมพ์เผยแพร่แบบราย 3 เดือน ปีละ 4 ฉบับ ดังนี้</p> <ul> <li>ฉบับที่ 1 (มกราคม – มีนาคม)</li> <li>ฉบับที่ 2 (เมษายน – มิถุนายน)</li> <li>ฉบับที่ 3 (กรกฎาคม – กันยายน)</li> <li>ฉบับที่ 4 (ตุลาคม – ธันวาคม)</li> </ul> <p class="whitespace-pre-wrap break-words"><strong>บรรณาธิการหลัก:</strong> รองศาสตราจารย์ ดร.พัชรินทร์ ปัญจบุรี, รองศาสตราจารย์ ดร.ศศิธร ชูแก้ว<br /><strong>หมายเลข ISSN:</strong> 3088-1552<span class="info_value"> (Online)<br />© สมาคมการศึกษาดิจิทัลและวิศวกรรมการเรียนรู้<br /></span></p> th-TH delethailand@gmail.com (Digital Education and Learning Engineering Association (สมาคมการศึกษาดิจิทัลและวิศวกรรมการเรียนรู้)) delethailand@gmail.com (Dr.Pawat Chaipidech (ดร.ภาวัต ไชยพิเดช)) Tue, 30 Dec 2025 17:48:31 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การประยุกต์ปัญญาประดิษฐ์ในเกมมิฟิเคชันแบบปรับตัวเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้คณิตศาสตร์: การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ https://so18.tci-thaijo.org/index.php/delethailand/article/view/1752 <p>เกมมิฟิเคชันเป็นแนวทางที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องในด้านการศึกษา เนื่องจากสามารถเสริมสร้างแรงจูงใจ ความสนุก และความมีส่วนร่วมของผู้เรียน โดยเฉพาะในการเรียนคณิตศาสตร์ที่ต้องอาศัยความเข้าใจอย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตาม เกมมิฟิเคชันทั่วไปอาจไม่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างผู้เรียนได้อย่างเพียงพอ จึงเกิดแนวคิดการพัฒนาเกมมิฟิเคชันแบบปรับตัวซึ่งปรับองค์ประกอบให้เหมาะสมกับผู้เรียน โดยเฉพาะเมื่อผสานกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการใช้องค์ประกอบของเกมมิฟิเคชันแบบปรับตัวในการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เปรียบเทียบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการพัฒนาองค์ประกอบของระบบเกมมิฟิเคชันแบบปรับตัวและวิเคราะห์แนวโน้มรวมถึงข้อเสนอแนะสำหรับการออกแบบในอนาคต โดยใช้วิธีการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบจากฐานข้อมูลวิชาการระดับนานาชาติ ได้แก่ Scopus, ScienceDirect และ SpringerLink ผลการคัดเลือกได้บทความที่ผ่านเกณฑ์เพื่อนำมาวิเคราะห์จำนวนทั้งสิ้น 5 เรื่อง ผลการศึกษาพบว่า เกมมิฟิเคชันแบบปรับตัวในการเรียนคณิตศาสตร์นิยมใช้องค์ประกอบด้านคะแนน ความก้าวหน้า และเป้าหมาย เพื่อเสริมแรงจูงใจและตอบสนองความแตกต่างรายบุคคล ขณะเดียวกัน การประยุกต์ใช้ AI ส่วนใหญ่เน้นการปรับเนื้อหาและโต้ตอบกับผู้เรียน แต่ยังขาดการสนับสนุนการตัดสินใจของครูผู้สอนและการบริหารจัดการระบบการเรียนรู้ในภาพรวม แนวโน้มจึงสะท้อนถึงโอกาสพัฒนาไปสู่การออกแบบที่ครอบคลุมและยั่งยืนยิ่งขึ้น</p> ปริญญา ชมนก, วนินทร พูนไพบูลย์พิพัฒน์, พัชรินทร์ ปัญจบุรี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Journal of Digital Education and Learning Engineering https://so18.tci-thaijo.org/index.php/delethailand/article/view/1752 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 ชุดการเรียนรู้การควบคุมการเคลื่อนที่ของวัตถุบนสายพานลำเลียงแบบลาดเอียง https://so18.tci-thaijo.org/index.php/delethailand/article/view/1761 <p>การศึกษาครั้งนี้ได้พัฒนาชุดการเรียนรู้การควบคุมการเคลื่อนที่บนสายพานลำเลียงแบบลาดเอียง โดยได้จำลองการแก้ปัญหาในภาคอุตสาหกรรมมีการใช้งานสายพานลำเลียงหลายประเภท แต่การขนย้ายวัสดุระหว่างระดับความสูงที่แตกต่างกันยังต้องอาศัยการควบคุมที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดการสูญเสียและเพิ่มความแม่นยำ ในกระบวนการเรียนการสอนด้านการควบคุมการเคลื่อนที่และตำแหน่งจำเป็นต้องมีสื่อการสอนที่ช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริงมากขึ้น ดังนั้น การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์หลัก คือ 1) เพื่อพัฒนาชุดการเรียนรู้การควบคุมการเคลื่อนที่ของวัตถุบนสายพานลำเลียงแบบลาดเอียง 2) เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรู้ของผู้เรียนโดยมีชุดการเรียนรู้การควบคุมการเคลื่อนที่ของวัตถุบนสายพานลำเลียงแบบลาดเอียงในการเรียนรู้ 3) เพื่อประเมินการมีส่วนร่วมของผู้เรียนในการเรียนรู้รายวิชาควบคุมการเคลื่อนที่และตำแหน่งโดยมีชุดการเรียนรู้การควบคุมการเคลื่อนที่ของวัตถุบนสายพานลำเลียงแบบลาดเอียงในการเรียนรู้ ขอบเขตของการศึกษาครอบคลุมการออกแบบและสร้างต้นแบบชุดการเรียนรู้ การทดสอบการทำงานของเซนเซอร์และระบบควบคุม รวมถึงการประเมินผลการใช้งานจริงในชั้นเรียน โดยเป้าหมาย คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชาวิศวกรรมเเมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ จำนวน 36 คน ผลการศึกษาพบว่า ชุดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นสามารถใช้งานได้จริงในห้องเรียน ช่วยให้นักศึกษาเข้าใจหลักการควบคุมความเร็วและการประยุกต์ใช้การควบคุมแบบพีไอดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรมทำให้เกิดการเรียนรู้ในเชิงบวก</p> สุภัทรชัย โภคภิรมย์, ณภัทร โพธิ์ทอง ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Journal of Digital Education and Learning Engineering https://so18.tci-thaijo.org/index.php/delethailand/article/view/1761 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 การพัฒนาชุดการเรียนรู้ระบบการผลิตอัตโนมัติในโรงงาน https://so18.tci-thaijo.org/index.php/delethailand/article/view/1779 <p>การศึกษาครั้งนี้ได้นำเสนอการพัฒนาชุดการเรียนรู้ระบบการผลิตอัตโนมัติในโรงงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างต้นแบบระบบลำเลียงสำหรับการบรรจุภัณฑ์ในอุตสาหกรรมสำหรับใช้ในการควบคุมการทำงานในระบบโรงงานอุตสาหกรรมอัตโนมัติด้วย โปรแกรมเมเบิลลอจิกคอนโทรลเลอร์และเทคโนโลยีการประมวลผลภาพ เพื่อใช้ในการตรวจสอบคุณภาพและตรวจจับฝาขวดที่ปิดสนิทร่วมกับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่งสำหรับการแสดงผลสถานะและคุณภาพการผลิตแบบเรียลไทม์ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 2 สาขาวิศวกรรมแมคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ จำนวน 22 คน เข้าร่วมกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ ผลการทดลองพบว่า ชุดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้ได้จริงและมีประสิทธิภาพตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ นอกงจากนี้ ผู้เรียนมีส่วนร่วมต่อการเรียนรู้เทคโนโลยีระบบการผลิตอัตโนมัติในเชิงบวก ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนเรื่องที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี</p> ปองพล การสมมิตร, ดิษฐ์กรณ์ วงศ์สวาสด์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Journal of Digital Education and Learning Engineering https://so18.tci-thaijo.org/index.php/delethailand/article/view/1779 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 การใช้เกม Interland เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัยของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น https://so18.tci-thaijo.org/index.php/delethailand/article/view/1829 <p>ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของผู้เรียน การส่งเสริมความรู้และทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัยจึงเป็นประเด็นสำคัญของการจัดการเรียนรู้ในระดับมัธยมศึกษา อย่างไรก็ตาม การจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการสอนแบบเดิมอาจไม่สามารถกระตุ้นความสนใจและการมีส่วนร่วมของผู้เรียนได้อย่างเพียงพอ การนำเกมเพื่อการเรียนรู้ เช่น เกม Interland ซึ่งออกแบบมาเพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยและการเป็นพลเมืองดิจิทัล จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถตอบสนองต่อบริบทการเรียนรู้ของผู้เรียนในปัจจุบันได้ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกม Interland ต่อความรู้ความเข้าใจและแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ในการเรียนรู้เรื่องการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย การวิจัยครั้งนี้ใช้แบบแผนการวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น แบบกลุ่มทดลองกลุ่มเดียว โดยการทดสอบก่อนและหลังการทดลอง กับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 57 คน ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกม Interland เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจเรื่องการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย และแบบสอบถามแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ paired sample <em>t</em>-test ผลการวิจัยพบว่า คะแนนความรู้ความเข้าใจของนักเรียนหลังเรียนด้วยเกม Interland สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกจากนี้ นักเรียนมีระดับแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ในการเรียนรู้ในระดับสูง ผลการวิจัยสะท้อนให้เห็นว่า เกม Interland เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่มีศักยภาพในการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจและแรงจูงใจในการเรียนรู้เรื่องการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการเป็นพลเมืองดิจิทัลของผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม</p> นลินนิภา กองโส ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Journal of Digital Education and Learning Engineering https://so18.tci-thaijo.org/index.php/delethailand/article/view/1829 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 กรอบแนวคิดห้องเรียนหุ่นยนต์แบบผสมผสานเพื่อยกระดับสมรรถนะหุ่นยนต์ของผู้เรียนในโรงเรียนไทย https://so18.tci-thaijo.org/index.php/delethailand/article/view/1782 <p>บทความนี้นำเสนอกรอบการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการด้านการเรียนรู้หุ่นยนต์ในรูปแบบผสมผสาน ด้วยการเชื่อมโยงการเรียนรู้ผ่านสนามจริง (Physical Robotics) การเรียนรู้ผ่านระบบจำลองหุ่นยนต์ (Robotics Simulator) และการใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์เพื่อการเรียนรู้ด้านหุ่นยนต์ (AI Tools for Robotics Learning) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาด้านหุ่นยนต์ในประเทศไทยให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล ทั้งนี้ แม้ว่าประเทศไทยมีความก้าวหน้าในการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีให้แก่เยาวชนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สถานศึกษาในประเทศไทยยังคงเผชิญข้อจำกัดที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านหุ่นยนต์ อันได้แก่ ความเหลื่อมล้ำทางทรัพยากร ค่าใช้จ่ายด้านอุปกรณ์ที่มีมูลค่าสูง ข้อจำกัดด้านเวลาในการเรียนรู้หุ่นยนต์ผ่านการปฏิบัติจริงของผู้เรียน และข้อจำกัดด้านความพร้อมของครู เป็นต้น กรอบแนวคิดที่นำเสนอในบทความนี้จึงมุ่งลดข้อจำกัดดังกล่าว ตลอดจนขยายความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับการคิดเชิงตรรกะ การพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา และการเชื่อมโยงการเรียนรู้กับทักษะอาชีพด้านหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ในอนาคต นอกจากนี้ยังได้นำเสนอการสังเคราะห์องค์ความรู้จากงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ ชี้ให้เห็นประโยชน์ทางการศึกษา ยกตัวอย่างกรณีศึกษา และนำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อสร้างแนวทางใหม่สำหรับการพัฒนาห้องเรียนหุ่นยนต์ที่มีประสิทธิภาพ เข้าถึงได้ ตลอดจนตอบโจทย์การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่มุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนอย่างยั่งยืนตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอนาคต</p> จิรพิพัฒน์ ธัญพงษ์ภัทร, พรธิดา แก้วกมล, สมเกียรติ น่วมนา, ธัชก วงษ์คำชัย ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Journal of Digital Education and Learning Engineering https://so18.tci-thaijo.org/index.php/delethailand/article/view/1782 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 Technology-Enhanced Chinese Language Learning: Effects of Interactive Intelligent Tools on Engagement and Cognitive Outcomes in Thai Primary Classrooms https://so18.tci-thaijo.org/index.php/delethailand/article/view/1741 <p>This study examines the impact of intelligent, technology-enhanced teaching tools on young learners’ engagement and cognitive development in primary Chinese language classrooms. Using a quasi-experimental design with 60 sixth-grade students, the study compared lessons supported by animated materials, multimodal resources, and gamified platforms with traditional instruction. Learning analytics from classroom video logs showed that students in the technology-enhanced group sustained exceptionally high levels of engagement (≥ 95%) with minimal fluctuation (CV &lt; 5%), indicating stable and continuous motivation across instructional stages. Cognitive outcomes also improved markedly, with an average post-test gain of 8.47 points and a very large effect size (Cohen’s <em>d</em> = 1.62). Students further reported clearer comprehension—especially for abstract vocabulary—when learning activities incorporated animation, contextualized input, and immediate feedback. The findings demonstrate that intelligent teaching tools can significantly enhance learning efficiency, deepen cognitive processing, and create more responsive and motivating classroom environments. The study also highlights key design implications for engineering intelligent learning environments, particularly the integration of multimodal scaffolding, attention-stabilizing features, and interactive feedback loops to support effective technology-enhanced instruction in resource-limited primary school settings.</p> Yaxin Xu, Krittawaya Thongkoo, Kannika Daungcharone ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Journal of Digital Education and Learning Engineering https://so18.tci-thaijo.org/index.php/delethailand/article/view/1741 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 Enhancing Chinese Writing Proficiency through E-Writing Integrated with the Production-Oriented Approach: A Study of Junior High School Students https://so18.tci-thaijo.org/index.php/delethailand/article/view/1757 <p>With the increasing demand for learning Chinese, Thai students face numerous challenges arising from the structure and complexity of Chinese characters. This study aims to explore how to effectively combine E-writing applications with a Production-Oriented Approach (POA) to enhance students' Chinese writing skills using E-writing platforms with 50 Thai junior high school students. This research demonstrates that the combination of E-writing and POA teaching methods can enhance students' writing abilities and learning motivation, offering an effective solution for teaching Chinese writing and possessing significant theoretical and practical value.</p> Xiaoge Lu, Kannika Daungcharone, Krittawaya Thongkoo ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Journal of Digital Education and Learning Engineering https://so18.tci-thaijo.org/index.php/delethailand/article/view/1757 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้บอร์ดเกมต่อการพัฒนาความรู้ความเข้าใจการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย: ผลลัพธ์เบื้องต้นสู่ข้อเสนอการสร้างดิจิทัลบอร์ดเกม https://so18.tci-thaijo.org/index.php/delethailand/article/view/1813 <p>ในการจัดการเรียนการสอนครูผู้สอนได้เผชิญกับปัญหาการขาดความพร้อมของคอมพิวเตอร์และนักเรียนส่วนใหญ่ขาดความตระหนักรู้ในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความรู้ความเข้าใจ ความก้าวหน้าความรู้ความเข้าใจ และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ของนักเรียน ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้บอร์ดเกม Cyberland เรื่อง ความปลอดภัยทางดิจิทัล ผ่านกลไกการเล่นที่ผสาน เป้าหมายเกม กติกา สถานการณ์ และผลลัพธ์เชิงพฤติกรรม<br />เข้าด้วยกัน ผ่านการดำเนินการวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบกึ่งทดลอง ภายใต้แผนการทดลองแบบ Control Group Pretest Posttest Design กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 2 กลุ่ม ผลการวิจัยจากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ โดยใช้สถิติ t-test จากการทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ฉบับก่อนเรียนและหลังเรียน และแบบสอบถามแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ แบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ พบว่า นักเรียนกลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความรู้ความเข้าใจหลังเรียนแตกต่างจากนักเรียนกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้นักเรียนกลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความรู้ความเข้าใจก่อนเรียนมากกว่าหลังเรียนอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งการจัดการเรียนรู้ดังกล่าวยังสนับสนุนแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ในการเรียนรู้<br />ของนักเรียนอย่างมีนัยสำคัญ ผลการศึกษานี้สนับสนุนแนวคิดที่ว่านักเรียนสามารถพัฒนาความรู้ความเข้าใจการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัยได้ดีขึ้นผ่านการเรียนรู้โดยใช้บอร์ดเกม ทั้งนี้ จากผลลัพธ์ดังกล่าว บทความนี้ได้เสนอแนวทาง<br />การพัฒนาดิจิทัลบอร์ดเกมที่บูรณาการแนวคิดความเป็นพลเมืองดิจิทัล ความยั่งยืนของการเรียนรู้ และการเรียนรู้ที่เสริมพลังด้วยปัญญาประดิษฐ์ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเรียนรู้ให้มีความต่อเนื่อง เป็นรายบุคคล และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบในระยะยาว</p> กานต์ธิดา อันทะปัญญา, พัชรินทร์ ปัญจบุรี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Journal of Digital Education and Learning Engineering https://so18.tci-thaijo.org/index.php/delethailand/article/view/1813 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 การพัฒนากลวิธีการสอนแบบ C-MIAP ร่วมกับปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง เพื่อส่งเสริม การเรียนรู้ เรื่อง พื้นฐานระบบควบคุม สำหรับผู้เรียนอุดมศึกษา https://so18.tci-thaijo.org/index.php/delethailand/article/view/1827 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนากลวิธีการสอนแบบ C-MIAP ร่วมกับปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ เรื่อง พื้นฐานระบบควบคุม 2) ศึกษาความก้าวหน้าทางการเรียนรู้ 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ 4) ศึกษาการยอมรับเทคโนโลยีของผู้เรียน กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้เรียนระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม จำนวน 19 คน ที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชางานไฟฟ้าในการควบคุมทางอุตสาหกรรมสำหรับ ครุศาสตร์อุตสาหกรรม โดยเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยกลวิธีการสอน แบบ C-MIAP ร่วมกับปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทั้งก่อนเรียนและหลังเรียน และแบบประเมินการยอมรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่าความก้าวหน้าทางการเรียนรู้ (Normalized Gain) และการทดสอบสถิติแบบวิลคอกซัน (Wilcoxon Signed Rank Test) ผลการวิจัยพบว่า 1) กลวิธีการสอนที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นร่วมมือ (C) ขั้นกระตุ้นความสนใจ (M) ขั้นให้ความรู้ (I) ขั้นประยุกต์ใช้ความรู้ (A) และขั้นวัดผลและสรุปผล (P) 2) ผู้เรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนรู้โดยภาพรวมเท่ากับ 0.74 แปลผลอยู่ในระดับสูง 3) ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 และ 4) ผู้เรียนมีการยอมรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้างในภาพรวมอยู่ในระดับมาก</p> อดุลย์ พัดวี, พรชัย กิจเจริญ, วริยา เย็นเปิง ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Journal of Digital Education and Learning Engineering https://so18.tci-thaijo.org/index.php/delethailand/article/view/1827 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700