วารสารครุศาสตร์และการพัฒนามนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ https://so18.tci-thaijo.org/index.php/edusskru <p>วารสารครุศาสตร์และการพัฒนามนุษย์ เป็นวารสารที่ตีพิมพ์เผยแพร่บทความวิจัยและบทความวิชาการที่ครอบคลุมสาขาวิชาทางการศึกษา ศึกษาศาสตร์ จิตวิทยา สหวิทยาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยเป็นบทความวิชาการและบทความวิจัย มีกำหนดการตีพิมพ์ราย 4 เดือน (จัดพิมพ์ 3 ฉบับต่อปี)</p> คณะครุศาสตร์และการพัฒนามนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ th-TH วารสารครุศาสตร์และการพัฒนามนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ 3057-1898 <p>บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์และการพัฒนามนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ </p> <p>ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง</p> ผู้บริหารเชิงคุณธรรมสู่การสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล https://so18.tci-thaijo.org/index.php/edusskru/article/view/1661 <p>บทความวิชาการเรื่องผู้บริหารเชิงคุณธรรมที่มีผลต่อการสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริหารสถานศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายแนวคิดและบทบาทของผู้บริหารเชิงคุณธรรมในยุคดิจิทัลที่มีผลต่อการสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริหารสถานศึกษา โดยอ้างอิงการสังเคราะห์จากงานวิจัยและเอกสารทางวิชาการ ผลการสังเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า คุณธรรมและจริยธรรม ได้แก่ ความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส ความยุติธรรม ความรับผิดชอบ และการเป็นแบบอย่างที่ดีเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างความไว้วางใจ ขณะที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทเป็นกลไกเสริมที่ช่วยยืนยันและขยายคุณธรรมดังกล่าวให้ปรากฏเชิงประจักษ์ ตรวจสอบได้ และเข้าถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในวงกว้าง ผลการวิเคราะห์เชิงสังเคราะห์สามารถสรุปเป็น 6 ด้านของการสร้างความเชื่อมั่น ได้แก่ (1) การสร้างระบบข้อมูลที่โปร่งใส (2) การสื่อสารอย่างเปิดเผย และต่อเนื่อง (3) การพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลของผู้บริหาร (4) การส่งเสริมการมีส่วนร่วมในรูปแบบดิจิทัล (5) การจัดกลไกตรวจสอบ และรายงานผล และ (6) การเป็นแบบอย่างที่จับต้องได้ โดยทั้งหกมิตินี้เชื่อมโยงกับกรอบแนวคิด ITT Model ซึ่งเน้นการบูรณาการคุณธรรม เป็นฐานรากภายใน เทคโนโลยีดิจิทัล เป็นกลไกภายนอก และความเชื่อมั่น เป็นผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ดังนั้น ภาวะผู้นำเชิงคุณธรรมดิจิทัลจึงมิใช่เพียงแนวคิดเชิงทฤษฎี แต่เป็นแนวทางปฏิบัติที่สามารถสร้างความศรัทธา ความน่าเชื่อถือ และการยอมรับจากครู บุคลากร ผู้ปกครอง และชุมชน อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพและความมั่นคงของสถานศึกษาในยุคดิจิทัลได้อย่างแท้จริง</p> ทิพวรรณ เพ็ชรสัจจะ ศรุติพงศ์ ภูวัชร์วรานนท์ มุจลินทร์ ผลกล้า ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะครุศาสตร์และการพัฒนามนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-30 2026-08-30 6 2 ภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมกับการบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัลดิสรัปชัน https://so18.tci-thaijo.org/index.php/edusskru/article/view/1682 <p>ภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมกับการบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัลดิสรัปชัน มีเป้าหมายเพื่อศึกษา วิเคราะห์ และอธิบายแนวคิดภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมที่สามารถประยุกต์ใช้ในการบริหารสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพ และมีจริยธรรมภายใต้บริบทของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี</p> <p>ผู้เขียนได้ค้นพบองค์ความรู้เกี่ยวกับองค์ประกอบของภาวะผู้นำเชิงจริยธรรม 3 ประการ ได้แก่ ความซื่อสัตย์&nbsp; เป็นรากฐานของความน่าเชื่อถือ ความยุติธรรม คือ การตัดสินใจบนพื้นฐานของความถูกต้อง และความรับผิดชอบ คือ การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ ซึ่งภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการบริหารสถานศึกษาให้เกิดความโปร่งใส และสามารถปรับตัวได้ในยุคดิจิทัล</p> ณัฐริกาญจน์ คงแก้ว ศรุติพงศ์ ภูวัชร์วรานนท์ มุจลินทร์ ผลกล้า ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะครุศาสตร์และการพัฒนามนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-30 2026-08-30 6 2 15 27 การพัฒนาความสามารถในการอ่านคำที่มีสระลดรูปของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้สื่อกระดานล่องหนร่วมกับแอปพลิเคชันเกมเพื่อการเรียนรู้ https://so18.tci-thaijo.org/index.php/edusskru/article/view/1835 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนาความสามารถในการอ่านคำที่มีสระลดรูป และ (2) เปรียบเทียบความสามารถในการอ่านคำที่มีสระลดรูปก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อกระดานล่องหนร่วมกับแอปพลิเคชันเกมเพื่อการเรียนรู้ ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 7 คน ซึ่งเป็นนักเรียนที่มีปัญหาด้านการอ่านคำที่มีสระลดรูป โดยผู้วิจัยศึกษาจากประชากรทั้งหมด เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความสามารถในการอ่านคำที่มีสระลดรูป จำนวน 5 แผน รวมเวลา 10 ชั่วโมง แบบทดสอบความสามารถในการอ่านคำที่มีสระลดรูป จำนวน 15 คำ สื่อกระดานล่องหน และแอปพลิเคชันเกมเพื่อการเรียนรู้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่ามัธยฐาน ค่าพิสัยควอไทล์ และสถิติทดสอบวิลคอกซันสำหรับข้อมูลที่สัมพันธ์กัน</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า หลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อกระดานล่องหนร่วมกับแอปพลิเคชันเกมเพื่อการเรียนรู้ นักเรียนทุกคนมีความสามารถในการอ่านคำที่มีสระลดรูปอยู่ในระดับดีมาก และผลการเปรียบเทียบก่อนและหลังเรียนพบว่า ความสามารถในการอ่านคำที่มีสระลดรูปหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงให้เห็นว่าการจัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อกระดานล่องหนร่วมกับแอปพลิเคชันเกมเพื่อการเรียนรู้สามารถส่งเสริมความสามารถในการอ่านคำที่มีสระลดรูปของนักเรียนระดับประถมศึกษาได้</p> พัชยากรณ์ พูลเกตุ โสภณ ชัยวัฒนกุลวานิช บิสมีลา รีสะอิ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะครุศาสตร์และการพัฒนามนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-30 2026-08-30 6 2 28 37 การวิเคราะห์พฤติกรรมการมีส่วนร่วมของผู้เรียนจากวีดิโอชั้นเรียนโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ https://so18.tci-thaijo.org/index.php/edusskru/article/view/2940 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) วิเคราะห์พฤติกรรมผู้เรียนจากคลิปวีดิโอการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ และ (2) เพื่อวิเคราะห์ความถี่และการกระจายของพฤติกรรมผู้เรียนที่จำแนกจากคลิปวีดิโอการจัดการเรียนรู้ตามระดับชั้นและช่วงเวลาของบทเรียน ข้อมูลที่ใช้ ได้แก่ คลิปวีดิโอของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 1 (วัดเจียงอี) อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 9 ห้องเรียน นักเรียน 227 คน โดยตัดวีดิโอเป็นคลิปสั้น กำหนดให้ 1 คลิป แทน 1 พฤติกรรม รวม 4,782 คลิป ใช้กรอบการจำแนกพฤติกรรมผู้เรียน (Behavioral Codebook) 4 ประเภท ได้แก่ การยกมือ (B01) การเขียน (B02) การปฏิสัมพันธ์กับครู (B03) และ การปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน (B04) ร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ Gemini และตรวจสอบผลกับผู้ประเมินบุคคล</p> <p> ผลการวิจัย พบว่า B04 พบมากที่สุด 2,039 คลิป (ร้อยละ 42.64) รองลงมา B02 จำนวน 1,557 คลิป (ร้อยละ 32.56) B03 จำนวน 615 คลิป (ร้อยละ 12.86) และ B01 จำนวน 571 คลิป (ร้อยละ 11.94) ตามลำดับ ช่วงเวลา 11–20 นาที มีจำนวนคลิปพฤติกรรมรวมมากที่สุด และผลการจำแนกสอดคล้องกับผู้ประเมินบุคคลทั้ง 4,782 คลิป คิดเป็นร้อยละ 100.00</p> ทองอุ่น มั่นหมาย ดนุพล สืบสำราญ พยุงศักดิ์ คงศิลา ปาวีณา ฉ่ำกิ่ง เอกเทศ แสงลับ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะครุศาสตร์และการพัฒนามนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-30 2026-08-30 6 2 38 54