การสร้างจิตสำนึกทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของเยาวชน ในเขตเทศบาลเมืองนครปฐม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

ผู้แต่ง

  • สรวิชญ์ วัฒนะกุลธนาชัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์ราชบุรี
  • สมชาย ชูเมือง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์ราชบุรี

คำสำคัญ:

จิตสำนึกทางการเมือง, ประชาธิปไตย, เยาวชน

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับการมีจิตสำนึกทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของเยาวชนในเขตเทศบาลเมืองนครปฐม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม 2) ความสัมพันธ์ระหว่างหลักสาราณียธรรม 6 กับ การมีจิตสำนึกทางการเมือง และ 3) นำเสนอการบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อการสร้างจิตสำนึกทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของเยาวชน ในเขตเทศบาลเมืองนครปฐม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี การวิจัยเชิงปริมาณ ประชากรกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ เยาวชน อายุตั้งแต่ 18 – 25 ปีบริบูรณ์ โดยโดยใช้วิธีการวิจัยเชิงสำรวจจากแบบสอบถาม แจกแบบข้อมูลสอบถามให้แก่เยาวชนกลุ่มตัวอย่างในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองนครปฐม จำนวน 359 ชุด นำมาวิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบค่าทีและค่าเอฟ และการวิจัยเชิงคุณภาพ เป็นแบบสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 9 รูปหรือคน แบ่งเป็น 4 กลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา

ผลการวิจัยพบว่า

  1. ระดับการสร้างจิตสำนึกทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของเยาวชนในเขตเทศบาลเมืองนครปฐม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม โดยรวม พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน อยู่ในระดับมากที่สุด 3 ด้าน โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย และมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก 1 ด้าน
  2. ความสัมพันธ์ระหว่างหลักสาธารณียธรรม 6 กับการสร้างจิตสำนึกทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของเยาวชนในเขตเทศบาลเมืองนครปฐม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม โดยภาพรวม มีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับสูง (R = 0.852**) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 จึงยอมรับสมมติฐาน
  3. การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อการสร้างจิตสำนึกทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของเยาวชน พบว่า ด้านเมตตากายกรรม การเข้าร่วมกิจกรรมสาธารณะเพื่อช่วยเหลือชุมชนอย่างเต็มใจ ด้านหลักเมตตาวจีกรรม แสดงความคิดเห็นทางการเมืองด้วยถ้อยคำที่สุภาพและสร้างสรรค์ ด้านหลักเมตตามโนกรรม คิดหาวิธีแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมโดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม ด้านหลักสาธารณโภคี ยินดีแบ่งปันสิ่งของหรือทรัพยากรส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือกิจกรรมสังคม ด้านหลักสีลสามัญญตา หลีกเลี่ยงการกระทำผิดกฎหมายหรือจริยธรรมเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนด้านหลักทิฏฐิสามัญญตา เคารพความคิดเห็นที่ต่างจากตนเองและใช้เหตุผลในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

เอกสารอ้างอิง

คุณากร กรสิงห์ และณัฐชัย นิ่มนวล.(2558). การเสริมสร้างกระบวนการพัฒนาจิตสำนึกทางการเมืองแบบมีส่วนร่วมของเยาวชนระดับอุดมศึกษา ในจังหวัดนครสวรรค์. วารสารวิชาการและวิจัยสังคมศาสตร์,(10)พิเศษ,29-42.

เชษฐา ทรัพย์เย็น.(2560). การปกครองตนเองผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมและการมีจิตสำนึกประชาธิปไตยของประชาสังคม.วารสาร มจร.สังคมศาสตร์ปริทรรศน์.(6)1,153-159.

ปัณณทัต บนขุนทด, ริรร์ พิมมานุรักษ์, ธนัชพร หาได้, และ สันติ คู่กระสังข์.(2562). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชุมชนตำบลอิสาณ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น,(6)1,209-222.

พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต).(2543). กระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคนสู่ประชาธิปไตย. กรุงเทพฯ: สหธรรมิก.

พระสมุห์อมร อมโร (สีดำ).(2562). แนวทางการประยุกต์ใช้หลักสาราณียธรรมในการมีส่วนร่วมของชุมชนบ้านช่อง ตำบลช่อง อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง.วารสารมหาจุฬานาครทัศน์,(6)4,1727-1742.

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช (2560). สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.สืบค้น 20 มกราคม 2567,จาก https://www.parliament.go.th

สุกิจ ชัยมุกสิก และคณะ.(2562). การพัฒนาจิตสำนึกความเป็นพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยของบุคคลผู้เคย ต้องโทษคดีทางอาญาในเขตพื้นที่จังหวัดเลยตามหลักสาราณียธรรม.วารสารสถาบันวิจัยญาณสังวร, มจร.(10)2,73-89.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

06/30/2026