การพัฒนาระบบดิจิทัลที่มีผลต่อคุณภาพการให้บริการประชาชน โดยการประยุกต์ตามหลักพุทธธรรมของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี
คำสำคัญ:
การพัฒนาระบบดิจิทัล, คุณภาพการให้บริการ, หลักพุทธธรรม, ศูนย์ดำรงธรรม, จังหวัดสุพรรณบุรีบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาคุณภาพการให้บริการประชาชนของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี 2. ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพให้บริการประชาชนของศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดสุพรรณบุรีและ 3. นำเสนอการพัฒนาระบบดิจิทัลที่มีผลต่อคุณภาพการให้บริการประชาชนโดยการประยุกต์ตามหลักพุทธธรรมของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี การวิจัยเป็นแบบผสานวิธี การวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนที่มาใช้บริการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี 391 คน เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ การวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญคือ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม นักวิชาการด้านพระพุทธพุทธศาสนา และนักวิชาการด้านรัฐประศาสนศาสตร์ รวม 18 รูปหรือคน เก็บข้อมูลด้วยแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง และการสนทนากลุ่มเฉพาะ จำนวน 10 รูปหรือคน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1. คุณภาพการให้บริการประชาชนของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน 2. ปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพให้บริการประชาชนของศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดสุพรรณบุรี พบว่า การพัฒนาระบบดิจิทัลและหลักสังคหวัตถุ 4 ส่งผลต่อคุณภาพการให้บริการประชาชนของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุพรรณบุรีทุกด้าน อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.01 โดยการพัฒนาระบบดิจิทัล สามารถร่วมกันทำนายความผันแปรได้ร้อยละ 64.4 ส่วนหลักสังคหวัตถุ 4 ทำนายได้ร้อยละ 74.3 และ 3. การพัฒนาระบบดิจิทัลที่มีผลต่อคุณภาพการให้บริการประชาชนโดยการประยุกต์ตามหลักพุทธธรรมของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นผลจากการพัฒนาระบบดิจิทัล และหลักสังคหวัตถุ 4 ทำให้บุคลากรให้บริการด้วยความเป็นธรรมและไม่เอนเอียง ระยะเวลารอการให้บริการลดลงเมื่อใช้ระบบดิจิทัล การให้บริการเป็นไปตามความจำเป็นของประชาชน มีการบำรุงรักษาระบบดิจิทัลอย่างสม่ำเสมอ และมีการปรับปรุงระบบเพื่อตอบสนองต่อเทคโนโลยีใหม่
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. (2564). แผนยุทธศาสตร์ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2566-2570. กรุงเทพฯ: กรมส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล.
จรูญศักดิ์ สุนทรเดชา. (2562). การพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพผู้สูงอายุด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ฉัตรชัย นาถ้ำพลอย และคณะ. (2566). การพัฒนาการบริการสาธารณะของนิติบุคคล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารอาคารชุดในจังหวัดปทุมธานี. วารสาร มจร พุทธปัญญาปริทรรศน์, 8(6), 237-249.
ธำรงเกียรติ อุทัยสาง และคณะ. (2566). การบริหารข้อมูลข่าวสารในยุคโซเชียลมีเดียโดยบูรณาการหลักกาลามสูตรของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. วารสารพุทธนวัตกรรมและการจัดการ, 6(2), 29-43.
ปิยะ ปะตังทา และคณะ. (2566). การพัฒนาสมรรถนะเชิงพุทธเพื่อการเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัล ของบุคลากรศาลปกครอง. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 12(2), R1-R13.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
รพีพัฒน์ พรหมจันทร์. (2565). นวัตกรรมการบริหารงานของภาครัฐในยุคดิจิทัล. วารสารรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 8(3), 184-194.
วิลาสินี สัตยาชัย. (2564). ความคิดเห็นของประชาชนผู้รับบริการต่อการให้บริการของศูนย์ดำรงธรรม อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว (รายงานการวิจัย). ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี. (2566) คู่มือการปฏิบัติงานของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี. สุพรรณบุรี: ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี.
ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี. (2567). รายงานการวิจัยเกี่ยวกับคุณภาพการให้บริการประชาชน. สืบค้น 25 กันยายน 2567, จาก https://shorturl.asia/JfyIu
สราวุธ เบญจกุล. (2567). พุทธบูรณาการเพื่อส่งเสริมการพัฒนาสมรรถนะเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัลของบุคลากรบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน). วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 13(6), 237-249.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2567). ระบบราชการ 4.0 ยึดหลักธรรมาภิบาลเพื่อประโยชน์ของประชาชน. สืบค้น 25 มกราคม 2567, จาก https://shorturl.asia/T79WB
Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis. (3rd ed.). New York: Harper and Row.



