การเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมืองของประชาชนต่อนักการเมืองท้องถิ่นในระบอบประชาธิปไตย

ผู้แต่ง

  • พระมหาสุดใจ คุนาพันธ์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • พิทยพล กองพงษ์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • ส่งสุข ภาแก้ว คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

คำสำคัญ:

การเสริมสร้าง, ความไว้วางใจทางการเมือง, นักการเมือง, ระบอบประชาธิปไตย

บทคัดย่อ

บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากรอบแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความไว้วางใจทางการเมือง และนำเสนอแนวทางการเสริมสร้างความไว้วางใจของประชาชนต่อนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย โดยอาศัยการวิเคราะห์เอกสารและวรรณกรรมทางวิชาการที่สำคัญ ความไว้วางใจทางการเมืองเป็นระดับความมั่นใจที่ประชาชนมีต่อรัฐบาล ผู้นำทางการเมือง และระบบราชการ ในด้านความซื่อสัตย์ ประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความเป็นธรรม ซึ่งเป็นทุนทางสถาบันที่มีความสำคัญต่อเสถียรภาพและความยั่งยืนของระบอบประชาธิปไตย โดยปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความไว้วางใจ ประกอบด้วย 1. คุณภาพและผลสัมฤทธิ์ของนโยบายสาธารณะ 2. ประสิทธิผลขององค์การและทีมงานภาครัฐ 3. การสื่อสารทางการเมืองที่เปิดกว้างและมีปฏิสัมพันธ์ 4. บุคลิกภาพและภาวะผู้นำของนักการเมือง และ 5. ระดับทุนทางสังคมและการมีส่วนร่วมของประชาชน การเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมืองต้องอาศัยกระบวนการเชิงบูรณาการ โดยเริ่มจากการสถาปนาความชอบธรรมผ่านหลักนิติธรรม ความโปร่งใส และระบบตรวจสอบที่เข้มแข็ง ควบคู่กับการกำหนดและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะที่ตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ผู้นำทางการเมืองจำเป็นต้องมีบุคลิกภาพที่น่าเชื่อถือ มีจริยธรรม และสื่อสารอย่างสม่ำเสมอและจริงใจ เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมและลดช่องว่างทางการรับรู้ ขณะเดียวกัน ภาครัฐต้องเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางนโยบาย เพื่อเสริมสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมและสะสมทุนทางสังคม

เอกสารอ้างอิง

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน. (2558). หลักธรรมาภิบาล. สืบค้นเมื่อ 4 มีนาคม 2569 จาก https://shorturl.asia/LMk3Q.

กฤษณ์สัมพันธ์ เมนะสูต. (2559). กรอบนโยบายสาธารณะที่ดี ที่พรรคการเมืองควรนำไปใช้ในยุคปฏิรูป. สืบค้นเมื่อ 4 มีนาคม 2569 จาก https://www.matichon.co.th/columnists/news_310799.

กษิต ภิรมย์. (2566). นักการเมืองคือใคร? และควรทำอะไร?. สืบค้นเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2569 จาก https://www.naewna.com/politic/columnist/54128.

เกษรศิริ อรุณชัยพร. (2559). ทุนทางสังคม. วารสารวิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง, 5(2), 1–8.

โกวิทย์ พวงงาม. (2554). การปกครองท้องถิ่นไทย (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: เอ็กซเปอร์เน็ท.

ชลลดา ทวีคูณ. (2556). เทคนิคการพัฒนาบุคลิกภาพ. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร.

ชาญชัย อาจินสมาจาร. (2544). การบริหารการศึกษา. กรุงเทพฯ: ศูนย์สื่อเสริมกรุงเทพ.

ต้นโมกข์. (2557). ความชอบธรรม : ทฤษฎีทั่วไป และความชอบธรรมในรัฐไทย ตอนที่ 4. สืบค้นเมื่อ 4 มีนาคม 2569 จาก https://www.gotoknow.org/posts/568976.

นิภา ทัตตานนท์. (2567). ความไว้วางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีต่อนักการเมืองท้องถิ่น. วารสารวิชาการสังคมศาสตร์สมัยใหม่ (Online), 1(4), 13–24.

ปริญ บุญฉลวย. (2556). วัฒนธรรมองค์การ องค์การการเรียนรู้กับประสิทธิผลองค์การของศาลยุติธรรม: ตัวแบบสมการโครงสร้าง (ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนาสังคมและการจัดการสิ่งแวดล้อม). กรุงเทพฯ: สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์.

ปาริชาติ ชุมพงศ์ และคณะ. (2568). การสื่อสารของนักการเมืองท้องถิ่นที่มีผลต่อการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์, 7(4), 74–87.

พระมหาธนวัฒน์ ปริยตฺติเมธี และคณะ. (2568). การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมความไว้วางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีต่อพรรคการเมืองในจังหวัดเลย. วารสารวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์, 7(4), 17–32.

วุฒิสาร ตันไชย. (2546). การกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. นนทบุรี: สถาบันพระปกเกล้า.

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน. (2550). คู่มือแนวทางการสร้างมาตรฐานความโปร่งใสของส่วนราชการ. นนทบุรี: สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน.

อภิชัย พิทยานุรักษกุล และคณะ. (2567). การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมความไว้วางใจของประชาชนที่มีผลต่อการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งนายกเทศมนตรีในจังหวัดชลบุรี. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 7(4), 379–390.

Adam, F. & Roncevic, B. (2003). Social Capital: Recent Debates and Research Trends. Social Science Information, 42, 155–183.

Coleman, J. S. (1998). Social Capital in the Creation of Human Capital. American Journal of Sociology, 94, S95–S120.

McNair, B. (2003). An Introduction to Political Communication (2nd ed.). New York: Routledge.

Woodcock, M. (1989). Team Development Manual. Great Britain: Billing & Son.

Woolcock, M. & Narayan, D. (1999). Social Capital: Implications for Development Theory, Research, and Policy. The World Bank Research Observer, 15(2), 225–249.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

25-06-2026