พุทธบูรณาการส่งเสริมการป้องกันการทุจริตในภาครัฐของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

ผู้แต่ง

  • พัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • สุรพล สุยะพรหม คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • เกียรติศักดิ์ สุขเหลือง คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

คำสำคัญ:

พุทธบูรณาการ, การป้องกันการทุจริต, หลักสัมมัปปธาน 4

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาการป้องกันการทุจริตในภาครัฐของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 2. ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการป้องกันการทุจริตในภาครัฐของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และ 3. นำเสนอพุทธบูรณาการส่งเสริมการป้องกันการทุจริตในภาครัฐของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ใช้ระเบียบวิจัยแบบผสานวิธี ทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 18 รูปหรือคน สนทนากลุ่มเฉพาะ 10 รูปหรือคน และใช้แบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่าง 354 คน วิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนาและวิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน

ผลการวิจัยพบว่า 1. การป้องกันการทุจริตในภาครัฐของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากทุกด้าน มีการปลูกฝังวิธีคิดความพอเพียง จิตสำนึกความซื่อสัตย์สุจริตให้แก่ประชาชนและเพิ่มประสิทธิภาพกลไกมาตรการกฎหมายและการคุ้มครองพยาน 2. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการป้องกันการทุจริตในภาครัฐ พบว่า การบริหารจัดการสามารถเรียงลำดับตามผลสมการได้ดังนี้ ด้านการนำ ด้านการควบคุม ด้านการวางแผน และด้านการจัดองค์กร ซึ่งสามารถร่วมกันทำนาย ได้ร้อยละ 60.1 ด้วยการส่งเสริมบุคลากรให้ทำงาน ตรวจสอบ และวางแผน เพื่อให้เกิดความชัดเจน โปร่งใสและเป็นอิสระ และพบว่าหลักสัมมัปปธาน 4 สามารถเรียงลำดับตามผลสมการได้ ดังนี้ อนุรักขนาปธาน การรักษากุศลธรรม ภาวนาปธาน การเสริมสร้างความมั่นคง สังวรปธาน การดูแลรักษา และปหานปธาน การปกป้องคุ้มครอง ซึ่งสามารถร่วมกันทำนายได้ร้อยละ 25.4 เพื่อส่งเสริมให้ยึดหลักความซื่อสัตย์ในการทำงาน พัฒนาคุณธรรมจริยธรรม สร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้บุคลากร และ 3. พุทธบูรณาการด้วยการนำหลักสัมมัปปธาน 4 และหลักการบริหารจัดการภาครัฐสมัยใหม่มาบูรณาการเข้าด้วยกันเพื่อพัฒนาความเพียรอย่างถูกต้องและนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อสร้างความรับผิดชอบ มีธรรมาภิบาล และส่งเสริมความโปร่งใสในองค์กรภาครัฐต่อไป

เอกสารอ้างอิง

ชนะพงษ์ กล้ากสิกิจ และคณะ. (2562). ประสิทธิผลการบริหารจัดการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในจังหวัดกำแพงเพชร. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 6(4), 786-802.

ดิฐภัทร บวรชัย. (2562). รูปแบบการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีศึกษาระดับสถานีตำรวจ. วารสารบริหารการศึกษา มศว, 16(30), 50-62.

บงกช สุทัศน์ ณ อยุธยา. (2557). การสร้างจิตสำนึกของความเป็นไทย ค่านิยม เพื่อการต่อต้านป้องกันการทุจริต คอร์รัปชั่น. วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 6(11), 248-264.

ปิยะธิดา อภัยภักดิ์. (2561). แนวทางการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นในหน่วยงานภาครัฐ. วารสารบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม, 13(1), 1-12.

พรเทพ จันทรนิภ. (2558). การพัฒนารูปแบบการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นในภาครัฐเพื่อการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีในสังคมไทย. วารสารเกษมบัณฑิต, 16(1), 88–101.

พระธนบูลย์ สุวณฺโณ (หันมนตรี). (2563). การนำหลักสาราณียธรรมมาส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของชุมชนทุ่งละออง ตำบลบางวัน อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 7(1), 57–68.

พระสุจินตนินท หนูชูสีห์สกุล. (2568). วิเคราะห์สัมมัปปธาน 4 เพื่อการบรรลุธรรม. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย, 7(1), 149–158.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

รินทอง แก้วทุม. (2560). การบริหารการพัฒนาเชิงพุทธขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดมหาสารคาม. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 6(2-04), 539–552.

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ. (2560). แผนแม่บทบูรณาการป้องกัน ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560–2579). นนทบุรี: สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ.

_____. (2567). สถานการณ์การทุจริตประเทศไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. นนทบุรี: สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ.

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี. (2566). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่สิบสาม พ.ศ. 2566–2570. กรุงเทพฯ: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.

สุขอุษา นุ่นทอง และคณะ. (2561). การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการสถานศึกษานอกสถานที่ตั้งมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 7(2), 86–98.

อำพล ปุญญา. (2560). รูปแบบการบริหารจัดการน้าตามหลักพุทธวิธีของจังหวัดพิจิตร. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 6(2-04), 161–178.

Likert, R. (1967). The method of constructing an attitude scale. In M. Fishbein (Ed.), Readings in attitude theory and measurement (pp. 90–95). New York, NY: John Wiley & Sons.

United Nations Office on Drugs and Crime & World Bank. (2007). Stolen Asset Recovery (StAR) Initiative: Challenges, Opportunities, and Action Plan. Vienna, Austria & Washington, DC: United Nations Office on Drugs and Crime and World Bank.

Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). New York: Harper & Row.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

25-09-2026