การบริหารรัฐกิจในยุคเปลี่ยนผ่านดิจิทัล : จากระบบราชการดั้งเดิมสู่รัฐบาลอัจฉริยะและการสร้างคุณค่าสาธารณะ

ผู้แต่ง

  • จีรภาดา นามบุรี นักวิชาการอิสระ
  • วรชัย ธนกันต์ธัช นักวิชาการอิสระ
  • สุเทพ สุดเอี่ยม นักวิชาการอิสระ

คำสำคัญ:

การบริหารรัฐกิจ, ยุคดิจิทัล, รัฐบาลอัจฉริยะ, การสร้างคุณค่าสาธารณะ

บทคัดย่อ

บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา “การบริหารรัฐกิจในยุคเปลี่ยนผ่านดิจิทัล : จากระบบราชการดั้งเดิมสู่รัฐบาลอัจฉริยะและการสร้างคุณค่าสาธารณะ” ผลการศึกษาพบว่า การบริหารรัฐกิจยุคใหม่สู่การเป็นรัฐบาลอัจฉริยะ (Smart Governance) คือ การปฏิรูปกระบวนทัศน์และกลไกการทำงานภาครัฐให้มีความยืดหยุ่น คล่องตัว และขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเพื่อสร้างคุณค่าสาธารณะอย่างแท้จริง ผ่านองค์ประกอบสำคัญ 5 ประการ ดังนี้ ประการแรก การเปลี่ยนผ่านกระบวนทัศน์ จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนบทบาทรัฐจากการเป็นผู้ควบคุมและใช้อำนาจสั่งการไปสู่การเป็นผู้อำนวยความสะดวก ที่เน้นการบริหารกิจการสาธารณะแนวใหม่ผ่านเครือข่ายความร่วมมือ แทนการรวมศูนย์อำนาจ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสาธารณะท่ามกลางความซับซ้อน ประการที่สอง กลไกการขับเคลื่อนภาครัฐอัจฉริยะประกอบด้วย 1. ความคล่องตัว (Agility) ในการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง 2. การตัดสินใจบนฐานข้อมูล โดยใช้ข้อมูลเป็นหัวใจในการกำหนดนโยบายและบริการสาธารณะเพื่อความแม่นยำและการตอบสนองเชิงรุก และ 3. การบูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงาน ทลายการทำงานแบบแยกส่วน เพื่อการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างรัฐ เอกชน และประชาชนอย่างไร้รอยต่อ ประการที่สาม หัวใจของการสร้างคุณค่าสาธารณะ มิใช่เพียงการปฏิบัติตามภารกิจตามกฎหมาย หากแต่คือการสร้างผลลัพธ์ที่ตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในยุคหลังความปกติ โดยอาศัยกระบวนการร่วมสร้างสรรค์ เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมกันนิยามปัญหาและผลิตนวัตกรรมสาธารณะ ประการที่สี่ การพัฒนาทุนมนุษย์และทักษะแห่งอนาคต มุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะดิจิทัลเชิงพลวัต ที่ครอบคลุมมากกว่าการใช้เครื่องมือเทคโนโลยี คือ การวิเคราะห์ข้อมูล การจัดการเครือข่าย และสมรรถนะเชิงพลวัตที่พร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลง ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของบุคลากรให้มีความกล้าในการทดลอง เรียนรู้ และปรับเปลี่ยนวิธีคิด ประการสุดท้าย ผลสัมฤทธิ์ที่คาดหวัง คือ 1. ความยืดหยุ่นเชิงยุทธศาสตร์ ที่ครอบคลุมความยืดหยุ่นของกฎระเบียบและความสามารถในการตรวจจับ ตอบสนองต่อปัญหาแบบเวลาจริง และ 2. ความไว้วางใจผ่านการสร้างรัฐบาลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นที่ไว้วางใจของพลเมืองในระยะยาว

เอกสารอ้างอิง

ทศพร ศิริสัมพันธ์. (2549). การบริหารราชการแนวใหม่ : บริบทและเทคนิควิธี (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ.

วรเดช จันทรศร. (2552). ทฤษฎีการนำนโยบายสาธารณะไปปฏิบัติ (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: สมาคมนักวิจัยมหาวิทยาลัยไทย (TURA).

ศุภชัย ยาวะประภาษ และปิยากร หวังมหาพร. (2564). นโยบายสาธารณะระดับท้องถิ่นไทย (พิมพ์ครั้งที่ 2). สืบค้นเมื่อ 2 มีนาคม 2569 จาก https://elibrarycub.com/Sample_ebook/S_9020.pdf.

Janssen, M. & van der Voort, H. (2016). Adaptive governance: Towards a dynamic approach for managing complex IT projects. Government Information Quarterly, 33(1), 1-5.

Janssen, M. et al. (2020). Data-driven policy making: Capacity, epistemological, political and ethical challenges. Policy Design and Practice, 3(2), 101-113.

Mergel, I. (2016). Agile innovations in the public sector. Government Information Quarterly, 33(3), 515-523.

Mulgan, G. (2009). The Art of Public Strategy: Mobilizing Power and Knowledge for the Common Good. Oxford: Oxford University Press.

Osborne, S. P. (2010). The New Public Governance: Emerging Perspectives on the Theory and Practice of Public Governance. London: Routledge.

Rittel, H. W. J. & Webber, M. M. (1973). Dilemmas in a general theory of planning. Policy Sciences, 4(2), 155–169.

World Economic Forum. (2018). Agile Governance: Reimagining Policy-making in the Fourth Industrial Revolution. White Paper. Geneva: World Economic Forum.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

25-06-2026