การพัฒนาเครื่องมือวัดสมรรถนะการวิเคราะห์ปัญหาเครื่องยนต์เล็ก สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ การวิจัยเชิงผสมผสานแบบลำดับเชิงสำรวจ

-

ผู้แต่ง

  • Chakarin Nakronchai Loei Rajabhat University
  • ภัทราพร เกษสังข์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย
  • ชัยมงคล ปินะสา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย

คำสำคัญ:

สมรรถนะ, การวิเคราะห์ปัญหา, เครื่องยนต์เล็ก, การวิจัยเชิงผสมผสาน, เครื่องมือวัดผล

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบและพฤติกรรมบ่งชี้ของสมรรถนะการวิเคราะห์ปัญหาเครื่องยนต์เล็ก ตามมุมมองของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 2) พัฒนาเครื่องมือวัดสมรรถนะการวิเคราะห์ปัญหาเครื่องยนต์เล็กและตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือที่พัฒนาขึ้น ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงผสมผสานแบบลำดับเชิงสำรวจ แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการสนทนากลุ่ม (Focus Group) จากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ประกอบด้วย ครูผู้สอน 5 ท่าน และนักเรียน 7 คน ที่ได้จากการเลือกแบบเจาะจง ระยะที่ 2 การพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือเชิงปริมาณ โดยนำไปทดลองใช้ (Try-out) กับกลุ่มตัวอย่างนักเรียนสาขาช่างยนต์ จำนวน 30 คน ที่เคยเรียนรายวิชานี้ ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งชั้น การรายงานข้อมูลได้แก่ การวิเคราะห์เนื้อหา การหาค่าดัชนีความเที่ยงตรง ค่าความยาก ค่าอำนาจจำแนก และค่าความเชื่อมั่นผลการวิจัยพบว่า 1) สมรรถนะการวิเคราะห์ปัญหาเครื่องยนต์เล็ก ประกอบด้วย 5 มิติ ได้แก่ ความปลอดภัยและวินัย ความรับผิดชอบ ความเพียรพยายามในการแก้ปัญหา การทำงานเป็นทีม และการใช้เทคโนโลยีและจรรยาบรรณ 2) เครื่องมือวัดสมรรถนะที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 3 ฉบับ ได้แก่ แบบทดสอบความรู้ 30 ข้อ ผลการตรวจสอบคุณภาพพบว่า ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 1 มีค่าความยาก อยู่ระหว่าง 0.43-0.76 มีค่าอำนาจจำแนก อยู่ระหว่าง 0.55-0.88 และมีค่าความเชื่อมั่น (KR-20) เท่ากับ 0.92 แบบประเมินทักษะปฏิบัติ (Rubrics) 30 ข้อ ผลการตรวจสอบคุณภาพพบว่า มีค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหา (CVI) เท่ากับ 1.00 มีค่าความเชื่อมั่น (Cronbach’s Alpha) เท่ากับ 0.94 และแบบวัดคุณลักษณะทางวิชาชีพ 30 ข้อ ผลการตรวจสอบคุณภาพพบว่า   มีค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหา (CVI) เท่ากับ 1.00 มีค่าความเชื่อมั่น (Cronbach’s Alpha) เท่ากับ 0.93 ตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพระดับดีมากและสามารถนำไปใช้ประเมินสมรรถนะผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 10. สุวีริยาสาส์น.

ประสิทธิ์ พงษ์ศิริและคณะ. (2563). การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการวิเคราะห์ปัญหาเครื่องยนต์เล็กสำหรับนักเรียนอาชีวศึกษา. วารสารวิชาการครูอาชีวศึกษา, 4(2), 45-56.

พิเชษฐ์ มณีวงษ์. (2562). การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือวัดและประเมินผลตามฐานสมรรถนะรายวิชาเครื่องยนต์เล็ก. วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, 7(2), 89-102.

Bloom, B. S., Engelhart, M. D., Furst, E. J., Hill, W. H., & Krathwohl, D. R. (1956). Taxonomy of educational objectives: The classification of educational goals. Handbook I: Cognitive domain. David McKay.

Creswell, J. W., & Plano Clark, V. L. (2018). Designing and conducting mixed methods research (3rd ed.). SAGE Publications.

Hodge, S. (2014). Interpreting vocational education and training: Classifications and practices. Springer. https://doi.org/10.1007/978-3-319-27209-2

Jonassen, D. H. (2011). Learning to solve problems: A handbook for designing problem-solving learning environments. Routledge.

Krathwohl, D. R., Bloom, B. S., & Masia, B. B. (1964). Taxonomy of educational objectives: The classification of educational goals. Handbook II: Affective domain. David McKay.

Mulder, M. (Ed.). (2017). Competence-based vocational and professional education: Bridging the worlds of work and education. Springer. https://doi.org/10.1007/978-3-319-41713-4

Stiggins, R. J., & Chappuis, J. (2012). An introduction to student-involved assessment for learning. 6th ed. Pearson.

Sullivan, R. (2005). The competency-based approach to training. McGraw-Hill Education

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

เผยแพร่ 2026-06-30 — ปรับปรุง 2026-07-02

เวอร์ชัน

รูปแบบการอ้างอิง

Nakronchai, C. ., เกษสังข์ ภ. ., & ปินะสา ช. (2026). การพัฒนาเครื่องมือวัดสมรรถนะการวิเคราะห์ปัญหาเครื่องยนต์เล็ก สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ การวิจัยเชิงผสมผสานแบบลำดับเชิงสำรวจ : -. วารสารศึกษาครุทรรศน์, 1(3), 1–10. สืบค้น จาก https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JESs/article/view/2128 (Original work published 30 มิถุนายน 2026)