ความเข้มแข็งทางจิตใจของนักเรียน อายุ 13 – 18 ปี ของโรงเรียนเแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี
คำสำคัญ:
ความเข้มแข็งทางจิตใจ, สุขภาพจิต, วัยรุ่นบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความเข้มแข็งทางจิตใจของนักเรียนอายุ 13 – 18 ปี 2) เปรียบเทียบความเข้มแข็งทางจิตใจระหว่างนักเรียนอายุ 13–15 ปี กับ 16–18 ปี 3) เปรียบเทียบความเข้มแข็งทางจิตใจระหว่างนักเรียนเพศชาย เพศหญิง และ LGBTQA+ โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 อายุระหว่าง 13–18 ปี ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี จำนวน 570 คน เครื่องมือวิจัย คือ แบบประเมินความเข้มแข็งทางใจในเด็ก อายุ 13-18 ปี ซึ่งพัฒนาโดยกองส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับความเข้มแข็งทางจิตใจของนักเรียนอายุ 13–18 ปี ของโรงเรียนเแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี จำนวน 570 คน มีระดับความเข้มแข็งทางจิตใจอยู่ในระดับต่ำ จำนวน 104 คน คิดเป็นร้อยละ 18.25 ระดับปานกลาง 397 คน คิดเป็นร้อยละ 69.65 และระดับสูง จำนวน 69 คน คิดเป็นร้อยละ 12.10 มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 21.191 (Mean = 21.191, S.D. = 4.614) 2) ระดับความเข้มแข็งทางจิตใจระหว่างนักเรียนอายุ 13–15 ปี มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 21.15 (Mean = 21.15, S.D. = 4.63) ความเข้มแข็งทางจิตใจระหว่างนักเรียนอายุ 16–18 ปี มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 21.27 (Mean = 21.27, S.D. = 4.59) คะแนนความเข้มแข็งทางจิตใจระหว่างนักเรียนอายุ 13–15 ปี กับนักเรียนอายุ 16–18 ปี ไม่แตกต่างกัน 3) ระดับความเข้มแข็งทางจิตใจระหว่างนักเรียนชายมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 21.66 (Mean = 21.66, S.D. = 4.47) นักเรียนหญิงมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 20.75 (Mean = 20.75, S.D. = 4.72) และนักเรียน LGBTQA+ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 21.19 (Mean = 21.19, S.D. = 4.61) ดังนั้น คะแนนความเข้มแข็งทางจิตใจระหว่างนักเรียนชาย นักเรียนหญิง และนักเรียน LGBTQA+ ไม่แตกต่างกันทางสถิติ
เอกสารอ้างอิง
กวินทรา คันธรส, ภานุวัฒน์ เจริญผล, ธีรวุฒิ ไหลมี และ ปณิดา เสนธรรม. (2565). ภาวะสุขภาพจิตและความทุกข์จากประสบการณ์ในอดีตของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ. วารสารวิชาการสุขภาพภาคเหนือ, 9(2), 104-118.
กาญจนา นาคปัจฉิมสกุล, พัชราภรณ์ ศรีสวัสดิ์ และ สุขอรุณ วงษ์ทิม. (2560). การศึกษาความสัมพันธ์ของปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อความแข็งแกร่งทางจิตใจของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในกรุงเทพมหานคร. Veridian E-Journal, Silpakorn University, 10(2), 1-15.
กองส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2562). คู่มือสร้างสรรค์พลังใจให้วัยทีน. บริษัท บียอนด์พับลิสชิ่ง จำกัด.
ธนะดี สุริยะจันทร์หอม. (2566). ผลของโปรแกรมความทนทานทางใจของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 34(3), 40-53. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/edubuu/article/ view/263118
ธนะดี สุริยะจันทร์หอม. (2567). การวิเคราะห์องค์ประกอบความทนทานทางใจของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่. วารสารราชภัฏเพชรบูรณ์สาร, 26(2), 57-70.
นะฤเนตร จุฬากาญจน์, นุจรี ไชยมงคล และ ภรภัทร เฮงอุดมทรัพย์. (2564). ความเข้มแข็งทางจิตใจในวัยรุ่นตอนต้นที่อาศัยอยู่ในบ้านพักสำหรับเด็กและปัจจัยทำนาย. วารสารไทยเภสัชศาสตร์และวิทยาการสุขภาพ, 16(4), 295-300. https://ejournals.swu.ac.th/index.php/pharm/article/view/141 20/11452
พรรณวดี สมกิตติกานนท์ และ ถิรวรินทร์ บุญญาพิพรรธน์. (2564). การศึกษาความเข้มแข็งทางจิตใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1–6 ของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ, 7(1), 28–36. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/slc/ article/view/249069/169576
สิริวัฒน์ ศรีเครือดง และ พรทิพย์ เกศตระกูล. (2567). ผลของโปรแกรมการสร้างความเข้มแข็งทางใจและการเห็นคุณค่าแท้ในตนเองของวัยรุ่น. วารสารพุทธจิตวิทยา, 9(4), 634-645. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jbp/article/view/278215
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2566, 10 กรกฎาคม). 4 องค์ประกอบเติมเต็มความเข้มแข็งทางใจ. https://dol.thaihealth.or.th/Media/Index/871173fb-f01e-ee11-80ff-00155db45636?isSuccess=False
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2564). การพัฒนาทักษะชีวิตในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กระทรวงศึกษาธิการ.
อนัญญา จันทร์อยู่จริง. (2565). ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเข้มแข็งทางจิตใจของนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต [สารนิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต]. คณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต. https://psy.kbu.ac.th/ wp-content/uploads/2023/07/อนัญญา-จันทร์อยู่จริง.pdf
Hjemdal, O., Vogel, P. A., Solem, S., Hagen, K., & Stiles, T. C. (2011). The relationship between resilience and levels of anxiety, depression, and obsessive–compulsive symptoms in adolescents. Clinical Psychology & Psychotherapy, 18(4), 314–321. https://doi.org/10.1002/cpp.719
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. https://doi.org/10.1177/00131644 7003000308
Lee, J. H., Nam, S. K., Kim, A.-R., Kim, B., Lee, M. Y., & Lee, S. M. (2013). Resilience: A meta-analytic approach. Journal of Counseling & Development, 91(3), 269–279. https://doi.org/10.1002/j.1556-6676.2013.00095.x
Monika, X., & Shikha, X. (2020). A study of academic resilience among students of secondary and higher secondary schools. International Journal of Science and Research (IJSR), 9(5), 1539–1542. https://dx.doi.org/10.21275/SR20526175818
UNICEF Thailand. (2021). Annual report 2020. UNICEF. https://www.unicef.org/thailand/reports/unicef-thailand-annual-report-2020
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยทางจิตวิทยา การศึกษาและสังคมศาสตร์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.











