การส่งบทความ

แบบฟอร์มต้นฉบับ สามารถดูตัวอย่างได้ที่ ....................
Link การส่งบทความ คลิก

ขั้นตอนการส่งบทความเพื่อขอรับการตีพิมพ์วารสารเสียงและศิลป์

  1. การลงทะเบียนและส่งต้นฉบับ

ผู้นิพนธ์ลงทะเบียนผู้ใช้งานในระบบวารสารอิเล็กทรอนิกส์ ThaiJO ของวารสารเสียงและศิลป์ และดำเนินการส่งต้นฉบับผ่านเมนู “ส่งบทความ” (Make a Submission) กรณีที่เคยลงทะเบียนแล้ว สามารถเข้าสู่ระบบเพื่อดำเนินการส่งต้นฉบับได้โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่

ก่อนส่งบทความ ผู้นิพนธ์ต้องจัดเตรียมต้นฉบับให้ถูกต้องและครบถ้วนตามรูปแบบและคำแนะนำสำหรับผู้นิพนธ์ที่วารสารเสียงและศิลป์กำหนด

  1. การตรวจสอบและพิจารณาเบื้องต้น

กองบรรณาธิการตรวจสอบต้นฉบับในเบื้องต้น โดยพิจารณาความครบถ้วนขององค์ประกอบบทความ รูปแบบการเขียน ความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และขอบเขตของวารสาร คุณภาพทางวิชาการเบื้องต้น และการคัดลอกหรือความซ้ำซ้อนของผลงานทางวิชาการ

หากบทความไม่สอดคล้องกับขอบเขตหรือหลักเกณฑ์ของวารสาร กองบรรณาธิการอาจปฏิเสธบทความในขั้นตอนนี้โดยไม่ส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิประเมิน

  1. การตรวจสอบรูปแบบต้นฉบับ

บทความที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นจะได้รับการตรวจสอบรูปแบบการจัดพิมพ์ตามข้อกำหนดของวารสาร หากพบข้อบกพร่อง กองบรรณาธิการจะส่งต้นฉบับคืนให้ผู้นิพนธ์ดำเนินการแก้ไขก่อนเข้าสู่กระบวนการประเมินคุณภาพทางวิชาการ

  1. การส่งบทความให้ผู้ทรงคุณวุฒิประเมิน

เมื่อบทความผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นและมีรูปแบบถูกต้องตามข้อกำหนดแล้ว กองบรรณาธิการจะคัดเลือกและส่งบทความให้ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญตรงหรือสัมพันธ์กับเนื้อหาของบทความ จำนวน 2-3 ท่าน เพื่อประเมินคุณภาพทางวิชาการ

การประเมินใช้รูปแบบปกปิดข้อมูลทั้งสองฝ่าย (Double-blind Peer Review) โดยผู้นิพนธ์และผู้ทรงคุณวุฒิจะไม่ทราบข้อมูลระบุตัวตนของกันและกัน

  1. การแจ้งผลการประเมิน

เมื่อได้รับผลการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิครบถ้วนแล้ว กองบรรณาธิการจะแจ้งผลการพิจารณาแก่ผู้นิพนธ์ผ่านระบบ ThaiJO หรืออีเมลที่ลงทะเบียนไว้ โดยผลการพิจารณาอาจเป็นกรณีใดกรณีหนึ่ง ได้แก่ รับตีพิมพ์ รับตีพิมพ์โดยมีเงื่อนไขให้แก้ไข หรือไม่รับตีพิมพ์

  1. การแก้ไขบทความตามข้อเสนอแนะ

กรณีบทความได้รับผลให้แก้ไข ผู้นิพนธ์ต้องดำเนินการปรับปรุงบทความตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิและกองบรรณาธิการ พร้อมจัดทำคำชี้แจงการแก้ไขในประเด็นต่าง ๆ ตามที่วารสารกำหนด

หากผู้นิพนธ์ไม่สามารถแก้ไขตามข้อเสนอแนะบางประเด็น ต้องชี้แจงเหตุผลทางวิชาการประกอบอย่างชัดเจน และส่งต้นฉบับฉบับแก้ไขกลับเข้าสู่ระบบ ThaiJO ภายในระยะเวลาที่กองบรรณาธิการกำหนด

  1. การตรวจสอบบทความภายหลังการแก้ไข

กองบรรณาธิการตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนของบทความภายหลังการแก้ไข หากเห็นว่าการแก้ไขมีสาระสำคัญหรือจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติม กองบรรณาธิการอาจส่งบทความกลับไปยังผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อพิจารณาอีกครั้ง

  1. การพิจารณารับรองบทความ

เมื่อบทความผ่านกระบวนการประเมินและได้รับการแก้ไขจนมีความถูกต้องสมบูรณ์ตามมาตรฐานของวารสารแล้ว บรรณาธิการและกองบรรณาธิการจะพิจารณาผลการประเมินทั้งหมดเพื่อมีคำตัดสินขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับการรับบทความเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่

  1. การออกหนังสือตอบรับการตีพิมพ์

บทความที่ได้รับอนุมัติให้ตีพิมพ์อย่างเป็นทางการแล้ว กองบรรณาธิการจะจัดทำหนังสือตอบรับการตีพิมพ์บทความ (Letter of Acceptance) ให้แก่ผู้นิพนธ์ผ่านระบบหรือช่องทางที่วารสารกำหนด

หนังสือตอบรับจะออกให้ภายหลังจากบทความผ่านกระบวนการประเมิน การแก้ไข และได้รับอนุมัติจากบรรณาธิการเรียบร้อยแล้วเท่านั้น

  1. การจัดลำดับและเผยแพร่บทความ

กองบรรณาธิการจะดำเนินการตรวจพิสูจน์ต้นฉบับ จัดรูปแบบ และจัดลำดับบทความที่ได้รับการตอบรับเข้าสู่ฉบับที่เหมาะสม ก่อนดำเนินการเผยแพร่ตามกำหนดการของวารสารเสียงและศิลป์ ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ปีละ 3 ฉบับ

ทั้งนี้ การได้รับหนังสือตอบรับการตีพิมพ์มิได้หมายความว่าบทความจะได้รับการเผยแพร่ในฉบับถัดไปทันที การกำหนดฉบับและลำดับการเผยแพร่บทความอยู่ในดุลยพินิจของกองบรรณาธิการ โดยพิจารณาจากความพร้อม ความเหมาะสม และจำนวนบทความในแต่ละฉบับ

หมายเหตุเกี่ยวกับค่าธรรมเนียม

ในระหว่างที่วารสารเสียงและศิลป์อยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อเข้าสู่ฐานข้อมูลศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (Thai-Journal Citation Index Centre: TCI) วารสารยังไม่มีการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์บทความ ดังนั้น ผู้นิพนธ์ไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมในกระบวนการส่ง พิจารณา ประเมิน และตีพิมพ์บทความในระยะเวลาดังกล่าว

คำแนะนำสำหรับผู้นิพนธ์ การเขียนและส่งต้นฉบับ

  1. การเตรียมต้นฉบับ

          ต้นฉบับบทความวิจัยต้องจัดทำในกระดาษขนาด B5 (JIS) ขนาด 18.2 × 25.7 เซนติเมตร ความยาวไม่เกิน 15 หน้ากระดาษ ตามรูปแบบที่วารสารเสียงและศิลป์กำหนด และจัดพิมพ์โดยใช้โปรแกรม Microsoft Word เวอร์ชัน 2007 ขึ้นไป

  1. การตั้งค่าหน้ากระดาษ

          กำหนดระยะขอบกระดาษด้านบน (Top Margin) 2.54 เซนติเมตร ด้านซ้าย (Left Margin) ด้านขวา (Right Margin) และด้านล่าง (Bottom Margin) ด้านละ 2 เซนติเมตร

  1. รูปแบบตัวอักษร

          ใช้ตัวอักษร TH SarabunPSK ตลอดทั้งบทความ โดยชื่อหัวข้อใช้ตัวหนา ขนาด 14 Point จัดชิดซ้ายหน้ากระดาษ ส่วนเนื้อหาใช้ตัวอักษรปกติ ขนาด 14 Point และจัดข้อความแบบกระจายเต็มแนว (Justified)

  1. องค์ประกอบของบทความวิจัย

          4.1 ชื่อเรื่อง

          ชื่อเรื่องต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีความยาวไม่เกินภาษาละ 2 บรรทัด และสามารถสื่อถึงสาระสำคัญของบทความได้อย่างชัดเจน ใช้ตัวอักษร TH SarabunPSK ตัวหนา ขนาด 14 Point และจัดกึ่งกลางหน้ากระดาษ

          4.2 ชื่อผู้นิพนธ์

          ระบุชื่อและนามสกุลของผู้นิพนธ์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยใช้ชื่อเต็มและไม่ต้องระบุคำนำหน้าชื่อ กรณีมีผู้นิพนธ์มากกว่า 1 คน ให้ใส่ตัวเลขยกกำกับท้ายนามสกุลเพื่อเชื่อมโยงกับข้อมูลหน่วยงานของผู้นิพนธ์แต่ละคน และใส่เครื่องหมายดอกจัน (*) กำกับผู้นิพนธ์ที่เป็นผู้ประสานงานบทความ (Corresponding Author) ชื่อผู้นิพนธ์ใช้ตัวอักษร TH SarabunPSK ตัวหนา ขนาด 14 Point และจัดกึ่งกลางหน้ากระดาษ

          4.3 ข้อมูลสังกัดและที่อยู่ของผู้นิพนธ์

          ระบุข้อมูลของผู้นิพนธ์แต่ละคนในเชิงอรรถส่วนล่างของหน้ากระดาษ โดยตัวเลขกำกับต้องตรงกับตัวเลขที่กำกับไว้หลังชื่อผู้นิพนธ์ ประกอบด้วยตำแหน่งทางวิชาการหรือสถานภาพของผู้นิพนธ์ (ถ้ามี) หน่วยงานหรือสถาบันต้นสังกัด และอีเมล

          ตัวอย่าง เช่น นักศึกษาระดับ...... สาขาวิชา...... คณะ...... มหาวิทยาลัย...... อีเมล...... หรือ อาจารย์สาขาวิชา...... คณะ...... มหาวิทยาลัย...... อีเมล...... หรือ ตำแหน่ง...... บริษัท...... อีเมล......

          ใช้ตัวอักษร TH SarabunPSK ตัวเอียง ขนาด 12 Point จัดชิดซ้ายหน้ากระดาษ

          4.4 บทคัดย่อ (Abstract)

          บทคัดย่อต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ความยาวไม่เกิน 350 คำ โดยนำเสนอสาระสำคัญของการวิจัยอย่างกระชับและชัดเจน ครอบคลุมวัตถุประสงค์ วิธีดำเนินการวิจัย ผลการวิจัย และข้อสรุปสำคัญ   ใช้ตัวอักษร TH SarabunPSK ตัวปกติ ขนาด 14 Point และจัดข้อความแบบกระจายเต็มแนว

          4.5 คำสำคัญ (Keywords)

          กำหนดคำสำคัญทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จำนวน 3-5 คำ โดยวางไว้ใต้บทคัดย่อของแต่ละภาษา คำสำคัญภาษาอังกฤษให้คั่นแต่ละคำด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,)

          4.6 เนื้อหาของบทความวิจัย ประกอบด้วยหัวข้อต่อไปนี้

                    4.6.1 บทนำ
                    อธิบายความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา สถานการณ์หรือบริบทที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเหตุผลที่นำไปสู่การศึกษาวิจัย โดยควรมีการทบทวนแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม

                    4.6.2 วัตถุประสงค์ของการวิจัย
                    ระบุจุดมุ่งหมายของการวิจัยให้ชัดเจน กระชับ และสอดคล้องกับประเด็นปัญหาและวิธีดำเนินการวิจัย

                    4.6.3 วิธีดำเนินการวิจัย
                    อธิบายรูปแบบและวิธีดำเนินการวิจัยให้ชัดเจนตามลักษณะของงานวิจัย โดยอาจประกอบด้วยประชากรและกลุ่มตัวอย่างหรือผู้ให้ข้อมูล วิธีการคัดเลือกหรือสุ่มตัวอย่าง แหล่งข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ สถิติหรือวิธีการที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ตลอดจนประเด็นด้านจริยธรรมการวิจัยที่เกี่ยวข้อง

                    4.6.4 ผลการวิจัย
                    นำเสนอผลที่ได้จากการวิจัยตามลำดับและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการวิจัย อาจนำเสนอด้วยข้อความ ตาราง กราฟ แผนภูมิ แผนภาพ หรือภาพประกอบตามความเหมาะสม

                    กรณีใช้ตาราง ควรออกแบบให้เรียบง่าย อ่านได้ชัดเจน ไม่มีสีพื้นหรือองค์ประกอบตกแต่งที่ไม่จำเป็น และควรใช้เฉพาะตารางที่มีความจำเป็นต่อการนำเสนอผลการวิจัย

                    กรณีใช้ภาพประกอบ ต้องเป็นภาพที่มีความคมชัด มีหมายเลขและคำบรรยายภาพอย่างถูกต้อง และผู้นิพนธ์ต้องมีสิทธิ์ในการใช้ภาพดังกล่าวหรือระบุแหล่งที่มาตามหลักวิชาการ

                    4.6.5 สรุปและอภิปรายผลการวิจัย
                    สรุปสาระสำคัญของผลการวิจัยและอภิปรายผลโดยเชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์ สมมติฐานหรือคำถามวิจัย แนวคิด ทฤษฎี และผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง พร้อมอธิบายเหตุผลหรือข้อค้นพบที่เกิดขึ้น และแสดงให้เห็นถึงประโยชน์หรือการนำผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้

                    4.6.6 ข้อเสนอแนะ
                    ควรแบ่งเป็นข้อเสนอแนะจากผลการวิจัยหรือข้อเสนอแนะสำหรับการนำผลไปใช้ และข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป โดยต้องมีความสัมพันธ์กับผลการวิจัยที่ได้

                    4.6.7 กิตติกรรมประกาศ (ถ้ามี)
                    ระบุข้อความขอบคุณบุคคล หน่วยงาน หรือองค์กรที่มีส่วนสนับสนุน ช่วยเหลือ หรือให้ความร่วมมือในการดำเนินการวิจัย รวมถึงระบุแหล่งทุนสนับสนุนการวิจัย (ถ้ามี)

                    4.6.8 เอกสารอ้างอิงและการอ้างอิง
                    การอ้างอิงในเนื้อหาและการจัดทำรายการเอกสารอ้างอิงท้ายบทความ ให้ใช้รูปแบบ APA ฉบับที่ 7 (APA 7th Edition) ตามหลักเกณฑ์ที่วารสารกำหนด โดยผู้นิพนธ์ต้องตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนของข้อมูลอ้างอิง และตรวจสอบให้รายการที่อ้างอิงในเนื้อหาปรากฏในรายการเอกสารอ้างอิงท้ายบทความอย่างครบถ้วน รวมถึงรายการเอกสารอ้างอิงท้ายบทความต้องเป็นแหล่งข้อมูลที่มีการอ้างอิงไว้ในเนื้อหา  รายการเอกสารอ้างอิงให้เรียงตามลำดับอักษร โดยเริ่มจากเอกสารภาษาไทย และตามด้วยเอกสารภาษาต่างประเทศ ทั้งนี้ การเขียนชื่อผู้แต่ง ปีที่เผยแพร่ ชื่อเรื่อง ชื่อวารสาร ชื่อหนังสือ เลข DOI และข้อมูลแหล่งเผยแพร่อื่น ๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ APA ฉบับที่ 7 (APA 7th Edition)