จริยธรรมการตีพิมพ์

ประกาศกองบรรณาธิการ
วารสารเสียงและศิลป์
เรื่อง จริยธรรมและจรรยาบรรณประจำกองบรรณาธิการ

นโยบายการจัดทำวารสารเสียงและศิลป์

          วารสารเสียงและศิลป์ เป็นวารสารวิชาการที่จัดทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่องค์ความรู้ ผลงานวิจัย และผลงานวิชาการที่เกี่ยวข้องกับดนตรี ศิลปะ วัฒนธรรม และศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งเปิดพื้นที่ทางวิชาการสำหรับนักวิจัย อาจารย์ นิสิต นักศึกษา บุคลากรทางการศึกษา ศิลปิน และผู้สนใจทั่วไป ในการนำเสนอผลงาน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการและวิชาชีพ

          วารสารมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการศึกษา การวิจัย และการสร้างสรรค์องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับดนตรีและศิลปะ ตลอดจนศาสตร์ที่มีความเชื่อมโยงในมิติทางการศึกษา สังคม วัฒนธรรม ธุรกิจ เทคโนโลยี และการประยุกต์ใช้ โดยสนับสนุนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการเผยแพร่ผลงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อวงวิชาการ วิชาชีพ และสังคม

          วารสารเสียงและศิลป์รับพิจารณาบทความวิจัย บทความวิชาการ และบทความประเภทอื่นตามขอบเขตที่วารสารกำหนด สำหรับนักวิจัย อาจารย์ นิสิต นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไปที่มีความประสงค์จะเสนอต้นฉบับเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารเสียงและศิลป์ สามารถส่งบทความมายังกองบรรณาธิการได้โดยตรงผ่านระบบการจัดการวารสารอิเล็กทรอนิกส์ ThaiJO ทั้งนี้ บทความที่เสนอตีพิมพ์จะต้องเป็นผลงานที่ไม่เคยได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารหรือแหล่งเผยแพร่ทางวิชาการอื่นมาก่อน และต้องไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาตีพิมพ์จากวารสารหรือแหล่งเผยแพร่อื่นในเวลาเดียวกัน

          บทความที่ส่งมายังกองบรรณาธิการจะได้รับการตรวจสอบความครบถ้วน ความถูกต้องเบื้องต้น ความสอดคล้องกับขอบเขตของวารสาร ตลอดจนรูปแบบและมาตรฐานทางวิชาการตามที่วารสารกำหนด เมื่อผ่านการพิจารณาเบื้องต้นแล้ว บทความจะเข้าสู่กระบวนการประเมินคุณภาพทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญตรงหรือสัมพันธ์กับเนื้อหาของบทความ อย่างน้อย 2-3 ท่าน ก่อนที่กองบรรณาธิการจะพิจารณาอนุมัติให้ตีพิมพ์เผยแพร่

          กระบวนการพิจารณาและประเมินบทความของวารสารยึดหลักความเป็นธรรม ความโปร่งใส ความเป็นอิสระทางวิชาการ และการรักษาความลับของผู้นิพนธ์และผู้ทรงคุณวุฒิ โดยการตัดสินใจรับหรือปฏิเสธบทความจะพิจารณาจากคุณภาพทางวิชาการ ความถูกต้องของเนื้อหา ความเหมาะสมกับขอบเขตของวารสาร และผลการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ โดยปราศจากอคติหรือผลประโยชน์ทับซ้อน

          ผู้นิพนธ์ต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูล เนื้อหา แนวคิด ผลการวิจัย การอ้างอิง และข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความ รวมถึงต้องปฏิบัติตามหลักจริยธรรมการวิจัยและจริยธรรมการตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการอย่างเคร่งครัด

          บทความใด ๆ ที่ได้รับการพิจารณาและอนุมัติให้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารเสียงและศิลป์ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท มิวสิค เดลี่ จำกัด การนำข้อความ เนื้อหา ภาพ ตาราง หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความไปพิมพ์ซ้ำ เผยแพร่ หรือใช้ประโยชน์ในรูปแบบอื่น ต้องได้รับอนุญาตจากบริษัท มิวสิค เดลี่ จำกัด เป็นลายลักษณ์อักษร หรือมีการอ้างอิงแหล่งที่มาอย่างถูกต้องและเหมาะสมตามหลักวิชาการ

          เนื้อหาต้นฉบับ ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ผลการศึกษา และข้อสรุปที่ปรากฏในบทความเป็นความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์แต่เพียงผู้เดียว มิได้ถือเป็นความคิดเห็นหรือจุดยืนของกองบรรณาธิการวารสารเสียงและศิลป์ หรือบริษัท มิวสิค เดลี่ จำกัด ทั้งนี้ กองบรรณาธิการไม่รับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เกิดจากข้อมูลหรือเนื้อหาที่ผู้นิพนธ์นำเสนอ เว้นแต่เป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในกระบวนการจัดทำและเผยแพร่ของวารสาร

จริยธรรมของบรรณาธิการ (Editor)

  1. บรรณาธิการและกองบรรณาธิการมีหน้าที่พิจารณาบทความในเบื้องต้นก่อนเข้าสู่กระบวนการประเมินคุณภาพของวารสาร โดยพิจารณาจากคุณภาพของเนื้อหา ความถูกต้องตามหลักวิชาการ และความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และขอบเขตของวารสาร รวมถึงตรวจสอบการคัดลอกผลงานทางวิชาการก่อนนำบทความเข้าสู่กระบวนการประเมิน ทั้งนี้ การพิจารณารับหรือปฏิเสธบทความต้องดำเนินการด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และปราศจากอคติ
  2. บรรณาธิการและกองบรรณาธิการต้องรักษาความลับและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้นิพนธ์และผู้ทรงคุณวุฒิ โดยไม่นำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบทความไปเปิดเผยแก่บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาบทความ
  3. บรรณาธิการและกองบรรณาธิการเป็นผู้พิจารณาและคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญตรงหรือสัมพันธ์กับศาสตร์ของบทความนั้น ๆ โดยผู้ทรงคุณวุฒิต้องไม่สังกัดหน่วยงานเดียวกับผู้นิพนธ์ และต้องไม่มีความสัมพันธ์หรือผลประโยชน์ที่อาจส่งผลต่อความเป็นกลางในการประเมินบทความ
  4. กระบวนการประเมินคุณภาพบทความของวารสารใช้การประเมินแบบปกปิดข้อมูลทั้งสองฝ่าย (Double-blind Peer Review) โดยผู้นิพนธ์ไม่ทราบชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้ทรงคุณวุฒิไม่ทราบชื่อผู้นิพนธ์ เพื่อป้องกันอคติและความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการประเมิน
  5. บรรณาธิการต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) กับผู้นิพนธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาบทความ และต้องไม่แสวงหาผลประโยชน์หรือสิ่งตอบแทนอื่นใดจากกระบวนการพิจารณาและตีพิมพ์บทความ
  6. เมื่อได้รับบทความเข้าสู่ระบบวารสาร หากกองบรรณาธิการตรวจพบว่าบทความมีการคัดลอกผลงาน การตีพิมพ์ซ้ำ หรือมีลักษณะเป็นการลอกเลียนผลงานทางวิชาการของผู้อื่นอย่างชัดเจน กองบรรณาธิการมีสิทธิ์ปฏิเสธการพิจารณาตีพิมพ์บทความดังกล่าว หากพบความคล้ายคลึงเฉพาะบางส่วนและสามารถแก้ไขได้ บรรณาธิการอาจแจ้งให้ผู้นิพนธ์ดำเนินการปรับแก้ก่อนนำบทความเข้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อไป
  7. บรรณาธิการสงวนสิทธิ์ในการระงับ ยกเลิก หรือถอดถอนบทความ หากตรวจพบภายหลังว่าบทความมีการกระทำที่ขัดต่อจริยธรรมการวิจัย จริยธรรมการตีพิมพ์ หรือมีข้อมูลหรือหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการประพฤติผิดทางวิชาการ

จริยธรรมของผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาบทความ (Reviewer)

  1. ผู้ทรงคุณวุฒิต้องประเมินคุณภาพบทความด้วยความเป็นธรรม เป็นกลาง และใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญทางวิชาการอย่างเต็มความสามารถ พร้อมให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่มีเหตุผลและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพของบทความ
  2. ผู้ทรงคุณวุฒิต้องพิจารณาว่าบทความที่ได้รับมอบหมายมีเนื้อหาสอดคล้องกับความรู้และความเชี่ยวชาญของตนหรือไม่ หากเห็นว่าเนื้อหาไม่ตรงกับความเชี่ยวชาญ หรือไม่สามารถประเมินบทความได้อย่างเหมาะสม ต้องแจ้งกองบรรณาธิการและปฏิเสธการประเมินโดยเร็ว
  3. ผู้ทรงคุณวุฒิต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้นิพนธ์หรือบทความที่ได้รับมอบหมาย หากพบหรือสงสัยว่ามีความสัมพันธ์หรือผลประโยชน์ที่อาจส่งผลต่อความเป็นกลางในการประเมิน ต้องแจ้งกองบรรณาธิการและถอนตัวจากการประเมินบทความดังกล่าว
  4. ผู้ทรงคุณวุฒิต้องรักษาความลับของบทความและข้อมูลที่ได้รับจากกระบวนการประเมิน ไม่นำเนื้อหา ข้อมูล ผลการวิจัย แนวคิด หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความไปเปิดเผย เผยแพร่ หรือใช้ประโยชน์เพื่อประโยชน์ส่วนตนก่อนที่บทความจะได้รับการเผยแพร่อย่างเป็นทางการ
  5. ผู้ทรงคุณวุฒิต้องประเมินบทความโดยยึดหลักวิชาการและคุณภาพของผลงานเป็นสำคัญ ไม่ใช้ความคิดเห็นส่วนบุคคลที่ไม่มีเหตุผลทางวิชาการมาประกอบการตัดสิน และต้องไม่ใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมต่อผู้นิพนธ์

จริยธรรมของผู้นิพนธ์ (Author)

  1. ผู้นิพนธ์และผู้นิพนธ์ร่วมต้องมีความซื่อสัตย์ทางวิชาการ และรับผิดชอบต่อผลงานที่เสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ ต้องไม่นำผลงาน แนวคิด ข้อมูล หรือข้อความของผู้อื่นมาเป็นผลงานของตนเองโดยปราศจากการอ้างอิงอย่างถูกต้อง
  2. ผู้นิพนธ์ต้องรับรองว่าบทความที่ส่งมายังวารสารเสียงและศิลป์เป็นผลงานที่ไม่เคยได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารหรือแหล่งเผยแพร่ทางวิชาการอื่นมาก่อน และต้องไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารหรือช่องทางเผยแพร่อื่นในเวลาเดียวกัน
  3. ผู้นิพนธ์ต้องจัดเตรียมและเขียนบทความตามรูปแบบ หลักเกณฑ์ และคำแนะนำสำหรับผู้นิพนธ์ที่วารสารเสียงและศิลป์กำหนด รวมถึงดำเนินการตามขั้นตอนของวารสารภายในระยะเวลาที่กำหนด
  4. ผู้นิพนธ์ต้องอ้างอิงผลงานทางวิชาการของผู้อื่นอย่างถูกต้องและครบถ้วนเมื่อมีการนำผลงาน แนวคิด ข้อมูล หรือข้อความเหล่านั้นมาใช้ในบทความ และต้องจัดทำรายการอ้างอิงท้ายบทความตามรูปแบบ APA ตามที่วารสารกำหนด
  5. ผู้นิพนธ์ต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูล ผลการวิจัย การวิเคราะห์ และข้อสรุปที่นำเสนอในบทความ และต้องไม่นำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จ บิดเบือนข้อมูล หรือสร้างข้อมูลขึ้นโดยไม่มีหลักฐานรองรับ
  6. ผู้นิพนธ์ต้องตรวจสอบความถูกต้องของการใช้ภาษา การสะกดคำ รูปแบบการนำเสนอ ตาราง ภาพประกอบ และองค์ประกอบอื่นของบทความให้มีความถูกต้องและเหมาะสมตามหลักวิชาการก่อนส่งต้นฉบับ
  7. ผู้นิพนธ์ต้องระบุชื่อผู้มีส่วนร่วมในการจัดทำบทความตามบทบาทและการมีส่วนร่วมที่เกิดขึ้นจริง และต้องไม่ระบุชื่อบุคคลที่ไม่มีส่วนร่วมในผลงานเป็นผู้นิพนธ์หรือผู้นิพนธ์ร่วม
  8. ผู้นิพนธ์ต้องยอมรับและปฏิบัติตามกระบวนการพิจารณาบทความ การประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และการตัดสินของกองบรรณาธิการตามหลักเกณฑ์ของวารสาร
  9. ผู้นิพนธ์ต้องติดต่อและประสานงานกับกองบรรณาธิการด้วยความสุภาพและเหมาะสมผ่านช่องทางที่วารสารกำหนด

การอ่านประเมินต้นฉบับ (Peer Review Process)

บทความต้นฉบับทุกบทความที่เสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารเสียงและศิลป์ จะได้รับการพิจารณาตามกระบวนการ ดังนี้

  1. กองบรรณาธิการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายตรวจสอบรูปแบบการเขียน ความครบถ้วนขององค์ประกอบบทความ ความสอดคล้องกับขอบเขตของวารสาร และคุณภาพของเนื้อหาในเบื้องต้น รวมถึงตรวจสอบการคัดลอกผลงานทางวิชาการตามเกณฑ์ที่วารสารกำหนด
  2. เมื่อบทความผ่านการตรวจสอบเบื้องต้น กองบรรณาธิการจะพิจารณาคุณภาพและความเหมาะสมของบทความ หากพบข้อบกพร่องที่สามารถแก้ไขได้ อาจส่งกลับให้ผู้นิพนธ์ปรับปรุงแก้ไขก่อนเข้าสู่กระบวนการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ หากบทความไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ขอบเขต หรือมาตรฐานของวารสาร กองบรรณาธิการมีสิทธิ์ปฏิเสธบทความในขั้นตอนนี้
  3. บทความที่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นจะได้รับการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญตรงหรือสัมพันธ์กับเนื้อหาของบทความ จำนวน 2-3 ท่าน โดยผู้ทรงคุณวุฒิต้องไม่สังกัดหน่วยงานเดียวกับผู้นิพนธ์ และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้นิพนธ์หรือบทความที่ประเมิน
  4. การประเมินบทความดำเนินการในรูปแบบปกปิดข้อมูลทั้งสองฝ่าย (Double-blind Peer Review) โดยไม่มีการเปิดเผยชื่อและข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของผู้นิพนธ์แก่ผู้ทรงคุณวุฒิ และไม่มีการเปิดเผยชื่อของผู้ทรงคุณวุฒิแก่ผู้นิพนธ์
  5. เมื่อได้รับผลการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิครบถ้วนแล้ว กองบรรณาธิการจะพิจารณาผลการประเมินและแจ้งผลแก่ผู้นิพนธ์ ซึ่งอาจมีผลเป็นการรับตีพิมพ์ รับตีพิมพ์โดยมีเงื่อนไขให้แก้ไข หรือไม่รับตีพิมพ์ ทั้งนี้ การตัดสินขั้นสุดท้ายในการรับบทความเพื่อตีพิมพ์เป็นอำนาจของบรรณาธิการและกองบรรณาธิการวารสารเสียงและศิลป์

การแก้ไขบทความ (Article Editing)

บทความทุกฉบับที่ผ่านการประเมินคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว ต้องดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้

  1. เมื่อผู้นิพนธ์ได้รับผลการประเมินและข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องดำเนินการปรับปรุงแก้ไขบทความตามข้อเสนอแนะภายในระยะเวลาที่กองบรรณาธิการกำหนด หากมีข้อเสนอแนะบางประเด็นที่ผู้นิพนธ์เห็นว่าไม่สามารถแก้ไขหรือไม่สมควรแก้ไข ผู้นิพนธ์ต้องชี้แจงเหตุผลทางวิชาการอย่างชัดเจน เพื่อให้กองบรรณาธิการพิจารณาตามความเหมาะสม
  2. ผู้นิพนธ์ต้องตรวจสอบต้นฉบับภายหลังการแก้ไขอย่างละเอียด ทั้งด้านความถูกต้องของเนื้อหา ภาษา การอ้างอิง ตาราง ภาพประกอบ และรายการอ้างอิง เพื่อให้บทความมีความสมบูรณ์ตามมาตรฐานของวารสาร
  3. กองบรรณาธิการอาจตรวจสอบการแก้ไขบทความอีกครั้ง หรือส่งกลับให้ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาซ้ำ หากเห็นว่าการแก้ไขมีสาระสำคัญหรือจำเป็นต้องได้รับการยืนยันจากผู้ประเมิน
  4. หากผู้นิพนธ์ไม่ดำเนินการแก้ไขตามข้อเสนอแนะ ไม่ชี้แจงเหตุผลในประเด็นที่ไม่ได้แก้ไข หรือไม่ส่งบทความฉบับแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดโดยไม่มีเหตุอันสมควร กองบรรณาธิการอาจยุติการพิจารณาหรือไม่อนุมัติให้ตีพิมพ์บทความดังกล่าว
  5. การอนุมัติบทความเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่จะดำเนินการเมื่อบทความผ่านกระบวนการประเมินและการแก้ไขตามหลักเกณฑ์ของวารสารเสียงและศิลป์เรียบร้อยแล้ว โดยการตัดสินของบรรณาธิการถือเป็นที่สิ้นสุด

การชำระค่าธรรมเนียม (Payment of Charges)

  1. ในระหว่างที่วารสารเสียงและศิลป์อยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อเข้าสู่ฐานข้อมูลศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (Thai-Journal Citation Index Centre: TCI) วารสารยังไม่มีการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์บทความ
  2. วารสารไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ คณะกรรมการ ผู้รับผิดชอบ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเรียกเก็บค่าธรรมเนียมโดยให้ผู้นิพนธ์โอนชำระเงินเข้าบัญชีธนาคารอื่นใดที่มิใช่บัญชีของบริษัท มิวสิค เดลี่ จำกัด ในกรณีที่วารสารมีการกำหนดค่าธรรมเนียมในอนาคต ผู้นิพนธ์จะได้รับหนังสือแจ้งเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอย่างเป็นทางการเป็นลายลักษณ์อักษร และจะต้องดำเนินการชำระตามรายละเอียดและระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหนังสือดังกล่าวเท่านั้น
  3. วารสารไม่มีนโยบายเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเพื่อแลกกับกระบวนการ วิธีการ สิทธิพิเศษ การเร่งรัดการพิจารณา หรือการดำเนินการใด ๆ ที่อาจส่งผลต่อความเป็นธรรมและความเป็นอิสระของกระบวนการพิจารณาบทความ หรือขัดต่อหลักจริยธรรมและจรรยาบรรณของวารสาร
  4. กองบรรณาธิการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ประจำวารสาร ผู้ปฏิบัติหน้าที่ หรือผู้ช่วยบรรณาธิการ เป็นผู้ประสานงานกับผู้นิพนธ์ในขั้นตอนต่าง ๆ ของกระบวนการพิจารณาและตีพิมพ์บทความตามที่ได้รับมอบหมาย

 

กำหนดออกเผยแพร่ (Publication Frequency)

วารสารเสียงและศิลป์ มีกำหนดเผยแพร่ปีละ 3 ฉบับ โดยกองบรรณาธิการจะพิจารณาจำนวนบทความที่เผยแพร่ในแต่ละฉบับตามความเหมาะสม ดังนี้

ฉบับที่ 1 เดือนกันยายน – ธันวาคม

ฉบับที่ 2 เดือนมกราคม – เมษายน

ฉบับที่ 3 เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม

ทั้งนี้ กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการกำหนดจำนวนบทความและการจัดลำดับบทความสำหรับการตีพิมพ์เผยแพร่ในแต่ละฉบับตามความเหมาะสมและมาตรฐานทางวิชาการของวารสาร

ติดต่อประสานงานได้ที่

บริษัท มิวสิค เดลี่ จำกัด

E-mail:  journalofsoundandarts@gmail.com, musicdailycoltd@gmail.com

Facebook: journal of sound and arts