การพัฒนาโมบายแอปพลิเคชันเพื่อยกระดับทักษะภาษาไทย โดยใช้แนวคิดไมโครเลิร์นนิงสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 3

Main Article Content

กัสมี สวัสดิภาพ
อัสรีนา ซากาปลายะ
ผการัตน์ ทองจันทร์
สุรเชษฐ์ สังขพันธ์
เจ๊ะอีลยาส โตะตาหยง
ศิริลักษณ์ อินทสโร
พระรักษ์ อมรศักดิ์

บทคัดย่อ

ในยุคดิจิทัล เทคโนโลยีการเรียนรู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทักษะทางภาษา โดยเฉพาะแนวคิดไมโครเลิร์นนิง ซึ่งเน้นการจัดเนื้อหาเป็นหน่วยการเรียนรู้ขนาดสั้นที่มีเป้าหมายชัดเจน สามารถช่วยลดความซับซ้อนของเนื้อหาและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในผู้เรียนระดับประถมศึกษาที่มีช่วงความสนใจจำกัด การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโมบายแอปพลิเคชันเพื่อยกระดับทักษะภาษาไทยที่ใช้แนวคิดไมโครเลิร์นนิงสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 3 และเพื่อประเมินประสิทธิภาพของโมบายแอปพลิเคชัน พร้อมทั้งเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนก่อนและหลังการใช้งาน กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 30 คน จากโรงเรียนบ้านลุโบะดาโต๊ะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัย ได้แก่ โมบายแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้น แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย และแบบประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ โดยเครื่องมือวิจัยผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน และมีค่าดัชนีความสอดคล้องของเนื้อหา 0.86 อยู่ในระดับที่ยอมรับได้  การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา การทดสอบ t-test แบบกลุ่มตัวอย่างสัมพันธ์ และการประเมินประสิทธิภาพสื่อการเรียนรู้ตามเกณฑ์มาตรฐาน E1/E2 ผลการวิจัยพบว่า โมบายแอปพลิเคชันที่พัฒนามีค่าประสิทธิภาพตามเกณฑ์ E1/E2 = 0.82/0.89 สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 คะแนนเฉลี่ยหลังเรียน สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สะท้อนให้เห็นว่าผู้เรียนมีพัฒนาการทักษะภาษาไทยดีขึ้นหลังการใช้งาน ความพึงพอใจของผู้ใช้ต่อแอปพลิเคชันมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.30 ซึ่งอยู่ในระดับมาก ผลการวิจัยยืนยันว่าการประยุกต์ใช้แนวคิดไมโครเลิร์นนิงผ่านโมบายแอปพลิเคชันเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิผลในการยกระดับทักษะภาษาไทยของผู้เรียนระดับประถมศึกษา โดยเฉพาะในบริบทพื้นที่พหุภาษาที่ผู้เรียนมีภาษาแม่ที่หลากหลาย

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. สำนักพิมพ์คุรุสภา.

กฤษฎา บุญราช. (2564, 29 กรกฎาคม). ปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของเด็กไทย. ไทยรัฐ. https://www.thairath.co.th/news/education/2137897

เจนจิรา ศรีวิลัย, ชุติมา วัฒนะคีรี และสุดาพร พงษ์พิษณุ. (2566). การพัฒนาสื่อมัลติมีเดีย การสื่อสารและการนําเสนอ สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วารสารวัดผลการศึกษา, 40(107), 109-120.

ชลํา อรระธรรม. (2562, 30 มีนาคม). สช. เร่งแก้ไขปัญหาการใช้ภาษาไทยรายบุคคล เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ภาษาไทยนักเรียนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้. https://shorturl.asia/RQxHn

ธีรภัทร์ สุขสบาย. (2561). การพัฒนาชุดการสอนรายวิชาการสอนการเขียนภาษาไทยสำหรับนิสิตปริญญาตรีชั้นปีที่ 4 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. วารสารบัณฑิตวิทยาลัย พิชญทรรศน์, 13(2), 115–125.

ศยามน อินสะอาด. (2564). ไมโครเลิร์นนิง: รูปแบบการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล. วารสารเทคโนโลยีการศึกษา, 34(2), 23–35.

ศิวานิพัทน์ ปัญญาธิติพงศ์ และพลหาญ พลอยกระจ่าง. (2565). การพัฒนาทักษะการเขียนภาษาไทยเพื่อการสื่อสารโดยใช้แบบฝึกการเขียนเชิงสร้างสรรค์ตามรูปแบบการสอนซินเนคติกส์. วารสารวิจัยและพัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง, 4(2), 49–58.

ศิริลักษณ์ บุญมาพันธุ์, ศยามน อินสะอาด และสุพจน์ อิงอาจ. (2564). โซเชียลไมโครเลิร์นนิง: แนวทางใหม่ของการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. วารสารการวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้, 13(1), 51–67.

วิษณุ ทรัพย์สมบัติ. (2564). รายงานผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ปีการศึกษา 2564. สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ.

อัมพร พินะสา. (2565). นโยบายการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยในโรงเรียน. กระทรวงศึกษาธิการ. https://www.moe.go.th

อิทธิพล คุณปลื้ม. (2564). รายงานผลสำรวจปัญหาการใช้ภาษาไทยในวันภาษาไทยแห่งชาติ 2564. กรมส่งเสริมวัฒนธรรม.

Branch, R. M. (2009). Instructional design: The ADDIE approach. Springer. https://doi.org/10.10 07/978-0-387-09506-6

Choenarom, C., & Samputtanon, J. (2025). The effectiveness of a question-embedded movie clips learning program in nursing students: A quasi-experimental pretest–posttest study. JMIR Nursing, 8, e71111. https://doi.org/10.2196/71111

Crompton, H., & Burke, D. (2018). The use of mobile learning in higher education: Asystematic review. Computers & Education, 123, 53–64. https://doi.org/10.1016/j.compedu.2018. 04.007

Hug, T. (2017). Didactics of microlearning: Concepts, discourses, and examples. Waxmann. https://www.waxmann.com/index.php?eID=download&buchnr=3708

Kobsiripat, W. (2015). Effects of the media to promote the Scratch programming capabilities creativity of elementary school students. Procedia – Social and Behavioral Sciences, 174, 227–232. https://doi.org/10.1016/j.sbspro.2015.01.651

Leong, K. E., Sung, A., Au, D., & Blanchard, C. (2021). A review of the trend of microlearning. Journal of Work-Applied Management, 13(1), 88–102. https://doi.org/10.1108/JWAM-10-2020-0044

Sweller, J. (2011). Cognitive load theory. Psychology of Learning and Motivation, 55, 37–76. https://doi.org/10.1016/B978-0-12-387691-1.00002-8

Thanyathamrongkul, R., Singhasiri, W., & Keyuravong, S. (2018). Language literacy, language education policy and classroom practices in a Thai primary school context. Issues in Educational Research, 28(4), 1060–1079.

Traxler, J. (2018). Learning with mobiles in developing countries. Technology, Knowledge and

Learning, 23(1), 1–18. https://doi.org/10.1007/s10758-017-9322-9