การพัฒนานวัตกรรมแบบทดสอบวินิจฉัยออนไลน์แบบมีปฏิสัมพันธ์ เพื่อระบุมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อน เรื่องการบวก ลบ คูณ หาร ระคนของจำนวนเต็ม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

ผู้แต่ง

  • จิรานุวัฒน์ นาสุนทร มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย
  • รองศาสตราจารย์ ดร.ภัทราพร เกษสังข์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย
  • ดร.ชัยมงคล ปินะสา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย

คำสำคัญ:

มโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อน, จำนวนเต็ม, แบบทดสอบวินิจฉัยออนไลน์แบบมีปฏิสัมพันธ์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและตรวจสอบคุณภาพแบบทดสอบวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนเรื่องการบวก ลบ คูณ หาร ระคนของจำนวนเต็ม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2) พัฒนาระบบสารสนเทศสำหรับการทดสอบออนไลน์แบบมีปฏิสัมพันธ์ที่สามารถระบุมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนรายบุคคลและให้ข้อมูลป้อนกลับโดยอัตโนมัติ และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อระบบการทดสอบที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่างแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดหนองบัวลำภู จำนวน 36 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม กลุ่มที่ 2 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดหนองบัวลำภู จำนวน 36 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม ที่แตกต่างจากกลุ่มที่ 1 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบทดสอบอัตนัย แบบทดสอบวินิจฉัย ระบบทดสอบออนไลน์ และแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ค่าความยากง่าย (p) ค่าอำนาจจำแนก (r) ค่าความเชื่อมั่น ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

เอกสารอ้างอิง

ภัทราพร เกษสังข์. (2566). ระเบียบวิธีวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 3). โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

วุฒิไกร ป้อมมะรัง. (2568). โปรแกรมวิเคราะห์ดัชนีความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity Index: CVI) [โปรแกรมคอมพิวเตอร์]. https://statsmartly.com/statistical/CVI.php

ศูนย์บริการวิชาการและเผยแพร่นวัตกรรมทางการศึกษา และภาควิชาวิจัยและพัฒนาการศึกษา. (2565). โปรแกรมวิเคราะห์คุณภาพเครื่องมือวิจัย (Research Tools Analysis Program: RTAP). คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. https://edurtap.msu.ac.th/rtapapp/

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน. (2568). การดำเนินการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2568. https://opec.go.th/news/detail/1668

Davis, F. D. (1989). Perceived usefulness, perceived ease of use, and user acceptance of information technology. MIS Quarterly, 13(3), 319–340.

Hattie, J., & Timperley, H. (2007). The power of feedback. Review of Educational Research, 77(1), 81–112.

Kemmis, S., & McTaggart, R. (1988). The action research planner. Deakin University Press.

Nicol, D. J., & Macfarlane-Dick, D. (2006). Formative assessment and self-regulated learning: A model and seven principles of good feedback practice. Studies in Higher Education, 31(2), 199–218.

Oat-ngam, W., & Chaimongkol, N. (2024). Development of the new four-tier diagnostic test for diagnosing mathematics misconception. Journal of Research Methodology.

Polit, D. F., & Beck, C. T. (2017). Nursing research: Generating and assessing evidence for nursing practice (10th ed.). Wolters Kluwer.

Rupp, A. A., Templin, J., & Henson, R. A. (2010). Diagnostic measurement: Theory, methods, and applications. Guilford Press.

Treagust, D. F. (1988). Development and use of diagnostic tests to evaluate students’ misconceptions in science. International Journal of Science Education, 10(2), 159–169.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-11-01

รูปแบบการอ้างอิง

นาสุนทร จ., เกษสังข์ ร. ด., & ปินะสา ด. (2026). การพัฒนานวัตกรรมแบบทดสอบวินิจฉัยออนไลน์แบบมีปฏิสัมพันธ์ เพื่อระบุมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อน เรื่องการบวก ลบ คูณ หาร ระคนของจำนวนเต็ม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วารสารศึกษาครุทรรศน์ , 1(5), 42–52. สืบค้น จาก https://so18.tci-thaijo.org/index.php/JESs/article/view/2164

Similar Articles

You may also start an advanced similarity search for this article.