องค์กรแห่งความสุขกับการเสริมสร้างประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของครู
Keywords:
องค์กรแห่งความสุข, สถานศึกษา, ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของครูAbstract
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวคิดองค์กรแห่งความสุข (Happy Workplace) ในบริบทของสถานศึกษา องค์ประกอบที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของครู และการพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นองค์กรแห่งความสุข ท่ามกลางสภาวะการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อภาระงานและความเครียดของบุคลากรทางการศึกษาในปัจจุบัน ซึ่งองค์ประกอบสำคัญขององค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษาประกอบด้วยปัจจัย 8 ประการ (Happy 8) ได้แก่ การมีสุขภาพดี (Happy Body) การมีน้ำใจ (Happy Heart) การมีสังคมดี (Happy Society) การผ่อนคลาย (Happy Relax) การหาความรู้ (Happy Brain) การบริหารเงินเป็น (Happy Money) การมีครอบครัวที่ดี (Happy Family) และการมีคุณธรรม (Happy Soul) โดยสถานศึกษาที่เป็นองค์กรแห่งความสุขควรมีลักษณะเด่นในการบริหารงานแบบมีส่วนร่วม การจัดสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้ออำนวย การสนับสนุนการพัฒนาวิชาชีพครูอย่างต่อเนื่อง การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กร และการดูแลสวัสดิการคุณภาพชีวิตของบุคลากร ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของครู ทั้งในด้านการวางแผนการจัดการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การประเมินผล การพัฒนาผู้เรียนรอบด้าน และการพัฒนาตนเองทางวิชาชีพ เมื่อครูมีความสุขในการทำงานจะมีแรงจูงใจและมีความผูกพันต่อองค์กรสูงขึ้นซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพการจัดการศึกษาและผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนในระยะยาว สำหรับการพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นองค์กรแห่งความสุข ประกอบด้วย การพัฒนาภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษา การสร้างวัฒนธรรมองค์กรเชิงบวก การส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพครู และการดูแลสุขภาวะของครูและบุคลากร การสร้างสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว
References
จินตนา เอกบวร. (2561). การบริหารทรัพยากรมนุษย์สมัยใหม่. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.
ธีระ รุ่งเจริญ. (2566). การบริหารการศึกษาแบบระบบ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ข้าวฟ่าง.
นันทวุฒิ วงศ์คำ. (2562). ความสุขในการทำงานของครูไทย. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
บุญชม ศรีสะอาด. (2563). การวิจัยเบื้องต้น. มหาสารคาม: สุวีริยาสาส์น.
ปราณี ฤทธิ์จรูญ. (2564). เทคนิคการประเมินทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.
ปัญญา เกรียงศักดิ์. (2562). การพัฒนาองค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่ง
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พยุง เดชะคุปต์. (2564). การจัดการเรียนรู้เชิงรุก. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พัชรา สถาปิตานนท์. (2563). การสื่อสารองค์กร. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิจารณ์ พานิช. (2561). ภาวะผู้นำทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย.
วิจิตร ศรีสอ้าน. (2567). แนวโน้มการศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2564). การวิเคราะห์ข้อมูลทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.
สมศักดิ์ พาเหะ. (2565). การบริหารการศึกษาในยุคดิจิทัล. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์การศึกษา.
สุทธิพร กฤษณ์. (2560). การพัฒนาองค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุวิมล พิธียานุวัฒน์. (2565). การประเมินทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). (2565). แนวคิดองค์กรแห่งความสุข. กรุงเทพฯ:
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ.
แสงแก้ว ธนสาร. (2562). การพัฒนาองค์กรแห่งความสุขในหน่วยงานรัฐบาล. ปทุมธานี:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
อุทัย บุญประเสริฐ. (2566). แนวคิดใหม่ในการบริหารการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย.
Schermerhorn, J. R. (2019). Management. Wiley.
Wongkham, N. (2019). Happiness in the work of Thai teachers. Chiang Mai University.Hoy, W. K., & Miskel, C. G. (2017). Educational administration: Theory, research, and practice. McGraw-Hill.
Downloads
Published
Versions
- 2026-04-27 (3)
- 2026-04-27 (2)
- 2026-04-27 (1)
How to Cite
Issue
Section
License
Copyright (c) 2026 Journal of Education and Learning Perspectives

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
Articles in this journal are copyrighted by the x may be read and used for academic purposes, such as teaching, research, or citation, with proper credit given to the author and the journal.use or modification of the articles is prohibited without permission.
statements expressed in the articles are solely the opinions of the authors.
authors are fully responsible for the content and accuracy of their articles.
other reuse or republication requires permission from the journal."