การศึกษาส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวเชิงอาหารในชุมชนตลาดนางเลิ้ง

Main Article Content

ผกามาศ ชัยรัตน์
เกริกกิต ชัยรัตน์
พัลลพ หามะลิ

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมของนักท่องท่องเที่ยวที่มีต่ออาหารไทยในชุมชนนางเลิ้ง 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อส่วนประสมทางการตลาดอาหารไทยในชุมชนนางเลิ้ง เป็นการวิจัยเชิงปริมาณกลุ่มตัวอย่างคือ นักท่องเที่ยว จำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ใช้สถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การทดสอบไคสแควร์และการทดสอบเป็นรายคู่ด้วยวิธีของเพียร์สัน กำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5


 ผลการวิจัยพบว่า 1) ด้านพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว พบว่า ส่วนใหญ่เดินทางเข้าไปใช้บริการที่ชุมชนตลาดนางเลิ้งพร้อมกับเพื่อน 127 คน ร้อยละ 31.75 รองลงมาเดินทางเข้าไปใช้บริการที่ชุมชนตลาดนางเลิ้งเพียงลำพัง หรือไปคนเดียว 123 คน ร้อยละ 30.75 และเดินทางเข้าไปใช้บริการที่ชุมชนตลาดนางเลิ้งกับครอบครัว มีจำนวน 71 คน คิดเป็นร้อยละ 17.75 ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด ส่วนด้านช่วงเวลาที่เข้าไปใช้บริการที่ชุมชนตลาดนางเลิ้งนั้นส่วนใหญ่ใช้บริการในช่วงระหว่าง 12.01-15.00 น. 131 คน ร้อยละ 32.80 รองลงมาใช้บริการในช่วงระหว่าง 15.01-18.00 น. 99 คน ร้อยละ 24.80 และช่วงระหว่าง 10.01-12.00 น. 89 คน ร้อยละ 22.30 ด้านบุคคลที่มีบทบาทในตัดสินใจเลือกใช้บริการที่ชุมชนตลาดนางเลิ้งนั้นส่วนใหญ่เป็นตัวเอง 150 คน คิดเป็นร้อยละ 37.50 รองลงมาเป็นเพื่อน มีจำนวน 88 คิดเป็นร้อยละ 22.00 และคู่รัก 82 คน ร้อยละ 20.50 ส่วนสาเหตุที่เลือกมาใช้บริการในชุมชนตลาดนางเลิ้ง โดยส่วนใหญ่เลือกเพราะเป็นแหล่งอาหารไทย 148 คน ร้อยละ 37.00 รองลงมาเป็นสถานที่นัดพบทานข้าว 111 คน ร้อยละ 27.75 และเป็นร้านขนมไทย 74 คน ร้อยละ 18.50 ตามลำดับ 2) ส่วนประสมทางการตลาด พบว่า ส่วนประสมทางการตลาดในภาพรวม อยู่ในระดับมาก ( = 4.00, SD = 0.43)  และเมื่อพิจารณาเฉพาะรายด้าน ด้านที่มีค่าคะแนนเฉลี่ยมากที่สุด คือ ด้านบุคลากร อยู่ในระดับมาก ( = 4.05, SD = 0.54) รองลงมาเป็นด้านการส่งเสริมการตลาด อยู่ในระดับมาก ( = 4.05, SD = 0.57)  และด้านช่องทางการจัดจำหน่าย อยู่ในระดับมาก ( = 4.02, SD = 0.52) ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ด้านราคา อยู่ในระดับมาก ( = 3.87, SD = 0.58) ตามลำดับ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ชัยรัตน์ ผ., ชัยรัตน์ เ., & หามะลิ พ. (2025). การศึกษาส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวเชิงอาหารในชุมชนตลาดนางเลิ้ง. ช่อดอกปีบปริทัศน์, 1(2), 38–53. สืบค้น จาก https://so18.tci-thaijo.org/index.php/chorparitas/article/view/1332
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

บุพชาติ ดวงดี และพยอม ธรรมบุตร. (2561). แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบบูรณาการอย่างยั่งยืนของจังหวัดนนทบุรี. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ, 12(1), 1-10. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/sskrujournal/issue/view/10491

ยุทธศักดิ์ สุภสร. (2566). การนำเสนอทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ ททท. ปี 2563. TAT REVIEW MAGAZINE. https://tatreviewmagazine.com/article/tourism-direction-2020/

ศิริรัตน์ ขานทอง, ละเอียด ศิลาน้อย และกันฑิมาลย์ จินดาประเสริฐ. (2562). ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญในการท่องเที่ยวตลาดน้ำตลิ่งชัน. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 10(1), 42-58. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/humanjubru/article/view/175921/137759

สุกัญญา พวกสนิท และประสพชัย พสุนนท์ (2564). พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จังหวัดฉะเชิงเทรา. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 12(2), 203-215. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/humanjubru/issue/view /16999

ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) Amazing Thailand Culinary City. (2023).

Available Source: https://www. https://www.bing.com/search.

อัญชลี สมใจ และพันธุ์รวี ณ ลำพูน. (2563). พฤติกรรมและความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มีต่อ

การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ. วารสารศิลป ศาสตร์ปริทัศน์, 15(2), 13-27.

Kantanen, T. and Tikkanen, I. (2005). Advertising in Low and High Involvement Cultural Tourism Attractions: Four Cases. University of Kuopio Press. https://www.jstor.org/stable/23745496.