1.วัตถุประสงค์ของวารสาร (Aims)

วารสารการศึกษาเพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม มุ่งเป็นพื้นที่วิชาการสำหรับนักศึกษา ประชาชน นักวิชาการ ครู อาจารย์ นักวิจัย และผู้ปฏิบัติงานด้านการศึกษา เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัย นวัตกรรม และองค์ความรู้ใหม่ที่เชื่อมโยง “การศึกษา” กับ “การเปลี่ยนแปลงสังคม” ทั้งในระดับห้องเรียน ชุมชน และนโยบายสาธารณะ โดยวารสารมีเจตนารมณ์ในการส่งเสริมให้การศึกษาเป็นพลังสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ความเสมอภาคทางการเรียนรู้ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ในสังคมประชาธิปไตย

วารสารมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายทางวิชาการระหว่างชุมชน ครู นักศึกษา อาจารย์ และนักวิจัยในสาขาศึกษาศาสตร์และสังคมศาสตร์ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์เชิงปฏิบัติ (Practical experiences) ที่สามารถนำไปใช้พัฒนา “การเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง (Transformative learning)” ในทุกบริบททางสังคม

 

2.ขอบเขตของวารสาร (Scope)

วารสารการศึกษาเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เปิดรับบทความวิจัย  บทความวิชาการ  บทความปริทัศน์  บทความวิจารณ์หนังสือ จากทุกสาขาที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์ทางการศึกษา ทั้งในระดับปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา อาชีวศึกษา และการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่ส่งเสริม “การเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง” ทั้งในมิติบุคคล ชุมชน และสังคม รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการศึกษาในศตวรรษที่ 21

ขอบเขตของวารสารครอบคลุมศาสตร์ทางการศึกษาดังต่อไปนี้

  1. หลักสูตร การสอน และการเรียนรู้ (Curriculum, Teaching, and Learning)
  2. การบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำทางการศึกษา (Educational Administration and Leadership)
  3. การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา (Teacher and Professional Development)
  4. เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมการศึกษา (Digital Technology and Educational Innovation)
  5. การแนะแนว การศึกษาพิเศษ และการศึกษาเพื่อความเท่าเทียม (Guidance, Special, and Inclusive Education)
  6. การศึกษาเชิงสังคม มนุษยศาสตร์ และวัฒนธรรม (Humanistic, Social, and Cultural Education)
  7. การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนและนโยบายสาธารณะ (Educational Policy and Sustainable Development)
  8. การศึกษาเชิงเปรียบเทียบและการศึกษาระหว่างประเทศ (Comparative and International Education)

   บทความที่ได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์จะต้องมีสาระที่น่าสนใจต่อสังคมหรือเป็นปัญหาที่ถกเถียงในสังคม หรือวิวาทะในสังคม โดยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้  บทความอาจเป็นมุมมองสังคมใหม่  อาจเป็นองค์ความรู้ใหม่ หรือนำเสนอองค์ความรู้เดิมในมุมมองใหม่ และไม่เคยถูกนำไปตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารอื่นมาก่อน รวมถึงไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารอื่นใด

     3.ข้อกำหนด

             บทความที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารได้ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ อย่างน้อย  2-3 ท่านในรูปแบบที่ผู้พิจารณาบทความไม่ทราบชื่อหรือข้อมูลของผู้เขียนบทความ และผู้เขียนบทความไม่ทราบชื่อผู้พิจารณาบทความ (Double-blind Peer Review)

            วารสารสังคมศาสตร์ไทยเปิดรับบทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยรับพิจารณาตีพิมพ์ต้นฉบับของทุกบุคคล แม้เป็นบทความในลักษณะวิพากษ์สังคม การเมืองฯ  ผลงานที่ส่งมาจะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น   ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความวิชาการหรือบทความวิจัยเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอย่างเคร่งครัด รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสาร

             4.นโยบาย

              ทัศนะและข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น  มิใช่ความคิดของคณะผู้จัดทำ และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ ทั้งนี้กองบรรณาธิการไม่สงวนลิขสิทธิ์ในการคัดลอกแต่ให้อ้างอิงแสดงที่มา

            5.ค่าธรรมเนียม

          -วารสารไม่มีนโยบายเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ในทุกขั้นตอนในขณะนี้    

         

             6.กำหนดการเผยแพร่    

              วารสารได้เริ่มจัดทำและตีพิมพ์ตั้งแต่ พ.ศ. 2569 ได้เริ่มจัดทำในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยจะมีการเผยแพร่ระบบออนไลน์เพียงช่องทางเดียว โดยวารสารมี นโยบายกำหนดกระบวนพิจารณาบทความให้เสร็จภายใน 30วันและบรรจุบทความนั้นขึ้นสู่วารสารทันทีที่เสร็จกระบวนพิจารณาบทความ

             ปัจจุบันวารสารมีกำหนดการเผยแพร่ปีละ 3 ฉบับ ประกอบด้วย

วารสารมีกำหนดการเผยแพร่ปีละ 3 ฉบับ ประกอบด้วย

           ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม- เมษายน

           ฉบับที่ 2 เดือนพฤษภาคม- กันยายน 

            ฉบับที่ 3 เดือนตุลาคม- ธันวาคม

           7.ภาษาที่รับตีพิมพ์

             วารสารสังคมศาสตร์ไทยรับพิจารณาตีพิมพ์บทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยบทความที่ได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์จะต้องมีสาระที่น่าสนใจต่อสังคม

              8.ประเภทของผลงานที่ตีพิมพ์ในวารสาร

          การส่งบทความต้องจัดพิมพ์ตามรูปแบบที่กำหนด และต้องผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชานั้น ๆ จึงจะได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร  บทความที่วารสารรับพิจารณาตีพิมพ์แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ

          1) บทความวิชาการ (Academic Articles) เป็นบทความวิเคราะห์ วิจารณ์หรือเสนอแนวคิดใหม่เป็นงานเขียนวิชาการซึ่งมีการวิเคราะห์ประเด็นตามหลักวิชาการ บทความมีการสำรวจวรรณกรรมและวิเคราะห์อย่างเป็นระบบเพื่อสนับสนุนและสามารถสรุปผลการวิเคราะห์ในประเด็นนั้นได้ บทความมีเนื้อหาเน้นหนักไปในด้านวิชาการ เสนอความคิด วิทยาการใหม่ หรือเป็นการตีความ ค้นคว้าหาข้อเท็จจริงที่แปลกใหม่ของสังคมมาเสนอต่อผู้อ่าน

          2.) บทความวิจัย (Research Articles) เป็นบทความที่นำเสนอผลการดำเนินการวิจัยอย่างเป็นระบบ และได้บรรลุวัตถุประสงค์ของการวิจัย  บทความประกอบด้วย ชื่อเรื่อง รายละเอียดผู้เขียน บทคัดย่อ และเนื้อหาซึ่งประกอบไปด้วย บทนำ วิธีการวิจัย ทบทวนงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง วัตถุประสงค์ สมมติฐาน(ถ้ามี) ขอบเขตการ วิจัย ระเบียบวิธีวิจัย ผลการวิจัย สรุปและข้อเสนอแนะ และบรรณานุกรม

           3.) บทความปริทัศน์ (Review Articles) เป็นบทความที่เขียนจากการรวบรวมความรู้ในเรื่องที่ น่าสนใจในปัจจุบันเรื่องใดเรื่องหนึ่งผ่านกระบวนการ วิเคราะห์ สังเคราะห์ เปรียบเทียบ และ/หรือวิจารณ์ เพื่อให้เกิดเป็นองค์ความรู้ในมุมมองใหม่ บทความประกอบด้วย บทนำ เนื้อหา วิจารณ์ สรุป และบรรณานุกรม

          4.) บทวิจารณ์หนังสือ (Book Reviews) เป็นบทความเขียนเล่าเรื่องและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งโดยเจตนาจะแนะนำหนังสือเล่มนั้นให้ผู้อ่านรู้จัก โดยให้รายละเอียดทางบรรณานุกรมของหนังสืออย่างสมบูรณ์ รวมถึงประเภทของหนังสือ ขอบเขตเนื้อหา คุณลักษณะพิเศษหรือข้อเด่นของหนังสือ  บทความกล่าวถึงการประเมินคุณค่า แสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลว่ามีค่าควรอ่านหรือควรจัดหา  เหมาะสมกับผู้อ่านกลุ่มใด มีการเปรียบเทียบกับหนังสือเล่มอื่นในประเภทเดียวกัน โดยผู้วิจารณ์ควรมีความรู้ในสาขาที่วิจารณ์ ควรระบุชื่อหรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้วิจารณ์เพื่อใช้พิจารณาความน่าเชื่อถือของบทวิจารณ์

 9.กระบวนการพิจารณาบทความ

     รายละเอียดขั้นตอนการพิจารณาบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสาร ประกอบด้วย

1.การพิจารณาบทความเบื้องต้น โดยกองบรรณาธิการ

          เมื่อได้รับบทความจากผู้เสนอบทความ  วารสารจะดำเนินการส่งให้กองบรรณาธิการพิจารณาเบื้องต้น  ต่อมาการเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิและส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาบทความ โดยกองบรรณาธิการจะตรวจสอบรูปแบบบทความ  ความสอดคล้องของวัตถุประสงค์และผลการวิจัย ความชัดเจนของเนื้อหา ความถูกต้องตามหลักวิชาการ  รูปแบบการเขียนอ้างอิง รวมถึงความซ้ำ/ซ้ำซ้อนเบื้องต้นของเนื้อหาในบทความ (Duplications/Plagiarism) หากบทความมีรูปแบบไม่เป็นไปตามกำหนด  หรือมีความซ้ำ/ซ้ำซ้อน กองบรรณาธิการจะไม่รับบทความดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณา  

2.การพิจารณาบทความ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ

           วารสารมีกระบวนการประเมินคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิก่อนตีพิมพ์ โดยบทความที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารได้ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ อย่างน้อย2- 3 ท่านในลักษณะปกปิดรายชื่อ  (Double blind peer-reviewed)  บทความที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกเบื้องต้นแล้ว  กองบรรณาธิการจะเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ 2-3 ท่าน เพื่อพิจารณาบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่พิจารณาจะไม่อยู่ในสังกัดเดียวกันกับผู้เสนอบทความ ทั้งนี้บทความจากผู้นิพนธ์ภายในจะได้รับการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกหน่วยงานที่จัดทำวารสาร  ส่วนบทความจากผู้นิพนธ์ภายนอกจะได้รับการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิภายใน หรือนอกหน่วยงานที่จัดทำวารสารที่มีความเชี่ยวชาญในสาขา และไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้นิพนธ์

3.การปรับแก้ไขบทความ

           เมื่อได้รับผลการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิครบแล้ว  วารสารจะดำเนินการส่งผลการพิจารณาให้กับผู้เสนอบทความในช่องทางใดช่องทางหนึ่งในระบบอิเล็กทรอนิกค์  เช่นผ่าน E-mail  เพื่อให้ผู้แต่งปรับแก้ไขซึ่งบทความที่จะได้รับการตีพิมพ์จะต้องมีผลการประเมินเป็น “เห็นสมควรให้ตีพิมพ์เผยแพร่” หรือ “ให้ตีพิมพ์โดยมีการแก้ไขปรับปรุง” จากผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย2ใน 3 ท่าน

บทความในส่วนที่ผู้แต่งปรับปรุงแก้ไขแล้วให้ทำการเน้น(Highlight)หรือขีดเส้นใต้ หรือเปลี่ยนสีตัวอักษรเป็นสีอื่นเพื่อให้สามารถเปรียบเทียบกับก่อนการแก้ไข  และให้ส่งบทความที่แก้ไขแล้วกลับในระบบในช่อง Revision

4.การพิจารณาความสมบูรณ์ของบทความหลังจากผู้เสนอบทความปรับแก้ไข โดยบรรณาธิการ

             เมื่อผู้เสนอบทความปรับแก้ไขตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว วารสารจะดำเนินการส่งบทความที่ปรับแก้ไขส่งให้บรรณาธิการพิจารณาความสมบูรณ์ของบทความ กองบรรณาธิการจะตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของบทความ และความครบถ้วนของการแก้ไขบทความตามข้อเสนอแนะตามของผู้ทรงคุณวุฒิ

5.การออกใบตอบรับ และการตีพิมพ์บทความ

            กรณีผู้เขียนบทความต้องการใบตอบรับการตีพิมพ์ให้แจ้งในระบบขณะส่งบทความ หากไม่แจ้งวารสารจะไม่ออกใบตอบรับการตีพิมพ์ให้

    เมื่อกองบรรณาธิการพิจารณาความสมบูรณ์ของบทความแล้ว และเห็นสมควรให้ออกใบตอบรับและตีพิมพ์เผยแพร่ได้  วารสารจะดำเนินการออกใบตอบรับ และนำบทความตีพิมพ์เผยแพร่บนเว็ปไซต์ของวารสารต่อไป