การพัฒนาการโค้ชการสอน (Instructional Coaching) ที่เสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุกที่สะท้อนทักษะการรู้คิดและความเป็นนวัตกรสำหรับนักศึกษาครู มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษมชื่อบทความวิจัย
คำสำคัญ:
การโค้ชการสอน, สมรรถนะการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก, ทักษะการรู้คิดและ ความเป็นนวัตกร, นักศึกษาครูบทคัดย่อ
การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนาแนวทางการโค้ชการสอนที่เสริมสร้างสมรรถนะ
การจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุกที่สะท้อนทักษะการรู้คิดและความเป็นนวัตกรของนักศึกษาครู (2)
ศึกษาผลการโค้ชการสอนที่เสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุกที่สะท้อนทักษะ
การรู้คิดและความเป็นนวัตกรของนักศึกษาครู กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญและผู้มี
ประสบการณ์ 10 คน ครูพี่เลี้ยง 30 คน และนักศึกษาครู หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต 4 ปี
จำนวน 30 คน ในภาคเรียนที่ 1/2567 ที่ได้มาจากการเลือกตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่
ใช้ในการวิจัย จำนวน 8 ชุด ได้แก่ (1) แบบสอบถามสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์การ
โค้ชการสอนของครูพี่เลี้ยง มีค่า IOC 0.60–1.00 ค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.91 (2) แนว
ทางการโค้ชการสอน ค่าเฉลี่ยความเหมาะสมอยู่ในระดับดี (3) แผนปฏิบัติการโค้ชการสอน
ค่าเฉลี่ยความเหมาะสมอยู่ในระดับดี(4) แบบสัมภาษณ์สำหรับครูพี่เลี้ยงมีค่า IOC 0.60–1.00
(5) แบบทดสอบความรู้ความเข้าใจแบ่งเป็น 2 ชุด ชุดที่ 1 สำหรับครูพี่เลี้ยง ค่าความเชื่อมั่น
KR-20 =0.89 ชุดที่ 2 สำหรับนักศึกษาครู ค่าความเชื่อมั่น KR-20 = 0.82 (6) แบบประเมิน
ความสามารถการโค้ชการสอนของครูพี่เลี้ยง มีค่า IOC 0.60–1.00 (7) แบบประเมิน
ความสามารถการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก มีค่า IOC 0.60–1.00 และ (8) แบบ
ประเมินความสามารถการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุกของนักศึกษาครูมีค่า IOC 0.60–1.00 สถิติ
ที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที และค่าดัชนี
PNImodified
ผลการวิจัย พบว่า (1) การพัฒนาการโค้ชการสอน ดังนี้ (1.1) แนวทางการโค้ชการ
สอนแบบ PAOR-5C Coaching Approach ที่พัฒนาขึ้นมีค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.60–1.00
ค่าเฉลี่ยความเหมาะสมอยู่ระดับดี 1.2)แผนปฏิบัติการโค้ชการสอนที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพระดับ
ดี (2)ผลการโค้ชการสอน พบว่า 2.1) สภาพปัจจุบันของการโค้ชการสอนของครูพี่เลี้ยงอยู่
ระดับปานกลาง ขณะที่สภาพที่พึงประสงค์อยู่ระดับดีมาก มีค่าดัชนีความต้องการจำเป็น
PNIModified= 0.51 ภายหลังการโค้ชการสอน ครูพี่เลี้ยงมีความรู้ความเข้าใจ และความสามารถ
การโค้ชสูงกว่าก่อนการโค้ชอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ0.05 ทั้งวงรอบที่ 1 และวงรอบที่
2 สำหรับนักศึกษาครู ความสามารถการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุกของนักศึกษาครูเพิ่มขึ้นจาก
ระดับควรปรับปรุงเป็นระดับดี ทั้งด้านการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ และการจัดการเรียนรู้
แบบเชิงรุก มีคะแนนพัฒนาการสูงขึ้นตามลำดับ และแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่
ระดับ 0.05 ทั้งวงรอบที่ 1 และ 2 การวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า การโค้ชการสอนพัฒนาสมรรถนะครูพี่
เลี้ยงและนักศึกษาครูได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นแนวทางที่สามารถนำไปขยายผลใน
สถาบันอุดมศึกษาอื่น ๆ ได้