พุทธปฏิมาสันนิษฐานจากพระพุทธรูปยืน ที่วัดพุทธมงคล กันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ในความหมายของ “พระทีปังกรพระอดีตพุทธเจ้า”
คำสำคัญ:
พุทธปฏิมา, พระทีปังกร, อดีตพุทธเจ้าบทคัดย่อ
สาระสำคัญในบทความวิชาการ เรื่องพุทธปฏิมาสันนิษฐานจากพระพุทธรูปยืน ที่วัดพุทธมงคล กันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ในความหมายของ “พระทีปังกรพระอดีตพุทธเจ้า” โดยศึกษาจากข้อมูลภาคสนามที่เมืองโบราณกันทรวิชัย โดยเฉพาะพระพุทธรูปยืน ที่สลักจากศิลาทราย ที่วัดพุทธมงคล อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการเสนอประเด็นสำคัญใน 2 ประการ คือ ประการแรก เป็นการศึกษาตีความจากลักษณะรูปแบบที่นำสู่การกำหนดอายุสมัยของโบราณวัตถุ คือพระพุทธรูปยืนที่วัดพุทธมงคล อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ประการที่สอง เป็นการศึกษาในประเด็นของสัญลักษณ์ ความหมาย และคติความเชื่อ จากพระพุทธรูปยืน ที่วัดพุทธมงคล โดยใช้วิธีการศึกษาด้วยวิธีวิทยาด้านประติมานวิทยา เพื่อนำไปสู่การสันนิษฐานในความหมายที่เกี่ยวข้อง
ประเด็นสำคัญในบทความนี้ นำไปสู่การอธิบายได้ว่า พระพุทธรูปที่เป็นปฏิมากรรมลอยตัวสลักจากศิลาทราย ที่วัดพุทธมงคล อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคามนั้นเป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยทวารวดี หรือตั้งแต่เมื่อราว 1,100 ปี ที่ผ่านมา จัดเป็นโบราณวัตถุในวัฒนธรรมสมัยประวัติศาสตร์ตอนต้นของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เป็นการสร้างขึ้นให้มีพุทธลักษณะ ความหมาย และคติความเชื่อ และรูปแบบที่สันนิษฐานได้ว่า อาจมีความหมายถึง “พระทีปังกรพระอดีตพุทธเจ้า” จึงกล่าวได้ว่าคติความเชื่อในการบูชาพระทีปังกรพระอดีตพุทธเจ้า เป็นคติความเชื่อแบบดั้งเดิมที่เคยมีมาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นในการประดิษฐานพระพุทธศาสนาในดินแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
เอกสารอ้างอิง
จิรา จงกล. (2515). นำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ. โรงพิมพ์การศาสนา.
ฌ็อง บวสเซอร์ลีเย่. (2512). พระพุทธรูปห่มเฉียงปางประทานพรและพุทธศิลป์ในภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้. (ศาสตราจารย์ ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล, ผู้แปล), นิตยสารศิลปากร. 14(2), 37 – 50.
ธิดา สาระยา. (2522). (ศรี) ทวารวดี ประวัติศาสตร์ยุคต้นของสยามประเทศ. เมืองโบราณ.
นิติ แสงวัณณ์. (2522). รายงานการค้นคว้าเมืองโบราณในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. โครงการโบราณคดีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมศิลปากร.
ผาสุข อินทราวุธ. (2528). เครื่องรางสำหรับพ่อค้า. ใน ปัจจุของโบราณคดีไทย. (น.50 - 57). คณะโบราณคดี.
ผาสุข อินทราวุธ. (2531). พุทธศาสนาและประติมานวิทยา. มหาวิทยาลัยศิลปากร. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
พิริยะ ไกรฤกษ์. (2553). รากเหง้าแห่งศิลปะไทย. ริเวอร์ บุ๊คส์.
รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง. (2552). พระพุทธรูปและพระพิมพ์ทวารวดีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. (วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฏีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์). มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์.(2542). ศิลปะทวารวดี : วัฒนธรรมพุทธศาสนาเริ่มแรกในดินแดนไทย. เมืองโบราณ.
ศรีศักร วัลลิโภดม.(2533). อีสานและลาว. ใน แอ่งอารยธรรมอีสาน. (น.256 – 287). มติชน.
สุภัทรดิศ ดิศกุล, หม่อมเจ้า. (2517). แผ่นเงิน สมัยทวารวดีซึ่งขุดพบที่อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม. วารสารโบราณคดี, 5(3), 302 – 314.
หม่า ซูเถียน. (2541). โลกทิพย์คติจีน. (อรุณ โรจนสันติ, ผู้แปล). สุขภาพใจ.
อรุณศักดิ์ กิ่งมณี. (2543). ตามหาร่องรอยขอมและมอญในมหาสารคาม. สำนักศิลปวัฒนธรรม สถาบันราชภัฏมหาสารคาม.
Chirapravati, Pattaratorn, ML. (1997). Votive Tablets in Thailand Origin, Styles, and Uses. Oxford University Press.
Coomaraswamy, Ananda. K. (1979). Elements of Buddhist Iconography. Munshiram Manoharlal Publishers Pvt. Ltd.
Diskul, Subhadradis, M.C. (1979). The development of Davaravati Sculpture and a Recent Find From North-east Thailand in Early South-East Asia. (pp. 360 – 370). Oxford University Press.
Dupont, Pierre. (1959). L’ Archaèolgie Mône de Dvaravati (Texte, Planches). Ècole de Francaise d’Extrême Oriental.
Foucher, A. (1914). The Beginning of Buddhist Art. Humphrey Milford.
Getty, Alice. (1978). The Gods of Northern Buddhism. Munshiram Manoharlal Publisher.
Grunwedel, Albert. (1965). Buddhist Art India. Messrs Bernard Quaritch.
Indrawooth, Phasook. (1992). “Amulets for Merchants” in Early Metallurgy, Trade and Urban Centres in Thailand and Southeast Asia. White Lotus.
Krairiksh, Piriya. (1980). Art in Peninsular Thailand Prior to the Fourteenth Century A.D. Amarin Press.
Pal, Pratapaditya. (1978). The Divine Presence. Typographic Service.
Quaritch Wales, H.G. (1969). Davaravati, The Earliest Kingdom of Siam. B. Quaritch.
Skilling, Peter. (2008). “Buddhist Sealings in Thailand and Southeast Asia: Iconography, Function and Ritual Context” in Interpreting Southeast Asia‘s Past Monument, Image and Text. NSU. Press, National University of Singapore, 248 – 262.
Woodward, Hiram W. (1997). The Sacred Sculpture of Thailand. River Books.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะครุศาสตร์และการพัฒนามนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์และการพัฒนามนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง