การพัฒนาแบบทดสอบคณิตศาสตร์ออนไลน์ เรื่องลำดับและอนุกรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้ระบบการให้ข้อมูลย้อนกลับแบบเรียลไทม์
คำสำคัญ:
แบบทดสอบคณิตศาสตร์ออนไลน์ , ข้อมูลย้อนกลับแบบเรียลไทม์ , ลำดับและอนุกรมบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแบบทดสอบคณิตศาสตร์ออนไลน์ เรื่องลำดับและอนุกรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้ระบบการให้ข้อมูลย้อนกลับแบบเรียลไทม์ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มทดลองใช้เครื่องมือ (Try-out group) ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดเลย จำนวน 33 คน ซึ่งได้มาจากการคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)ที่เคยเรียนเนื้อหานี้มาแล้วจากโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดเลย จำนวน 33 คน คัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ครูผู้สอนและครูคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนแห่งเดียวกัน จำนวน 12 คน คัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชนิดปรนัย 4 ตัวเลือก และ แบบสอบถามความพึงพอใจต่อแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ออนไลน์ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ค่าความยากง่าย (p) ค่าอำนาจจำแนก (r) และค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบด้วยสูตร KR-20 ผลการวิจัยพบว่า ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) เฉลี่ยเท่ากับ 0.63 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ 0.50 แสดงให้เห็นว่าแบบทดสอบมีความสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้และเนื้อหาตามหลักสูตรในระดับปานกลาง มีข้อสอบที่ผ่านเกณฑ์จำนวน 42 ข้อ คัดเลือก 30 ข้อโดยพิจารณาคัดเลือกข้อที่มีค่า IOC 0.50 ขึ้นไปและสูงที่สุดในแต่ละจุดประสงค์มาให้ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อนำไป (Try-out) นักเรียน ผลการวิเคราะห์คุณภาพข้อสอบ ข้อสอบที่ผ่านการคัดเลือกมีค่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง 0.27 ถึง 0.64 ซึ่งอยู่ในช่วงที่เหมาะสม และแบบทดสอบทั้งฉบับมีค่าความเชื่อมั่น (Reliability) เท่ากับ 0.80 เมื่อพิจารณาค่าอำนาจจำแนกรายข้อ พบว่ามีค่าอยู่ระหว่าง 0.67 ถึง 1.00 ซึ่งถือเป็นค่าอำนาจจำแนกที่สูงผิดปกติ (Abnormally high) สำหรับการทดสอบทางการศึกษา จากข้อจำกัดด้านขนาดของกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในขั้นตอนการทดลองใช้ (Try-out) ซึ่งมีขนาดค่อนข้างเล็ก (n = 33) เมื่อทำการแบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่มเก่งและกลุ่มอ่อน ใช้เกณฑ์ 27% จะเหลือกลุ่มละประมาณ 9 คนเท่านั้น แค่เด็กตอบถูกหรือผิดเพิ่มแค่คนเดียว ค่า r ก็แกว่งจนพุ่งไปถึง 1.00 ได้ ซึ่งเป็นเรื่องของความคลาดเคลื่อนทางสถิติ สถิติที่คำนวณได้จึงมีความอ่อนไหวสูง (Sensitive) และอาจส่งผลให้ค่าอำนาจจำแนกถูกประเมินสูงเกินความเป็นจริง (Overestimated) ทั้งนี้ ผู้วิจัยได้ตัดข้อที่ต่ำกว่าเกณฑ์ทิ้ง และเลือกข้อที่มีค่าอำนาจจำแนกสูงสุดในแต่ละจุดประสงค์ ไว้ใช้งานจริงจำนวน 20 ข้อ ผลการประเมินความพึงพอใจต่อระบบแบบทดสอบคณิตศาสตร์ออนไลน์จากทั้งนักเรียนและครูผู้สอน พบว่า ผู้ใช้งานมีความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยนักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด (x ̅=4.55 ,S.D.=0.58 )ขณะที่ครูผู้สอนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (x ̅=4.31 ,S.D.=0.70 )
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2561). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2561) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
เกษสังข์ ภัทราพร. (2567). การวิจัยทางการศึกษา (Educational research). เลย:มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย.
Brookhart, S. M. (2017). How to give effective feedback to your students (2nd ed.). Alexandria, VA ASCD.
Chen, H., Chiang, R. H. L., & Storey, V. C. (2012). Business intelligence and analytics From big data to big impact. MIS Quarterly, 36(4), 1165–1188.
Ebel, R. L., & Frisbie, D. A. (1991). Essentials of educational measurement (5th ed.). Prentice Hall.
Hattie, J., & Timperley, H. (2007). The power of feedback. Review of Educational Research, 77(1), 81–112.
Kerlinger, F. N., & Lee, H. B. (2000). Foundations of behavioral research (4th ed.). Harcourt College Publishers.
Redecker, C., & Johannessen, Ø. (2013). Changing assessment Towards a new assessment paradigm using ICT. European Journal of Education, 48(1), 79–96.
Rovinelli, R. J., & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Dutch Journal of Educational Research, 2, 49–60.
Siemens, G., & Long, P. (2011). Penetrating the fog Analytics in learning and education. EDUCAUSE Review, 46(5), 30–40.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศึกษาครุทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
##default.contextSettings.thaijo.licenseTerms##
