ชาตินิยมเชิงศีลธรรมกับการเมืองของความทรงจำ: การสร้างภาพ ‘ศัตรู’ ในข้อพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ข้อพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชาในฐานะปรากฏการณ์ทางสังคมการเมือง โดยใช้กรอบแนวคิดชาตินิยมเชิงศีลธรรมและการเมืองของความทรงจำเป็นแกนกลางในการอธิบาย บทความตั้งข้อสังเกตว่า ข้อพิพาทชายแดนมิได้ดำรงอยู่เพียงในมิติของอธิปไตย ดินแดน หรือกฎหมายระหว่างประเทศเท่านั้น หากแต่ถูกทำให้มีความหมายทางศีลธรรมผ่านกระบวนการสร้างเรื่องเล่าเกี่ยวกับชาติ ศักดิ์ศรี และประวัติศาสตร์ ซึ่งส่งผลต่อการรับรู้ของสังคมและการกำหนดท่าทีทางการเมืองของรัฐอย่างมีนัยสำคัญ การวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า ชาตินิยมเชิงศีลธรรมทำงานผ่านการยกชาติขึ้นเป็นหน่วยศีลธรรมสูงสุด และกำหนดกรอบ ถูกผิดที่ตายตัว โดยอาศัยการเมืองของความทรงจำเป็นเครื่องมือสำคัญในการเลือกจำและเลือกหลงลืมอดีต กระบวนการดังกล่าวนำไปสู่การสร้างภาพศัตรู ที่ทำให้ความขัดแย้งชายแดนถูกทำให้ดูชอบธรรมและหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะเดียวกันก็ปิดกั้นพื้นที่การวิพากษ์ การประนีประนอม และการมองเห็นความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนสองฝั่งพรมแดน ผลกระทบของชาตินิยมเชิงศีลธรรมต่อความสัมพันธ์ข้ามพรมแดนและสังคมภายในประเทศ โดยเฉพาะการบั่นทอนความไว้วางใจในระดับชุมชนชายแดน การเหมารวมแรงงานข้ามชาติและกลุ่มชาติพันธุ์ และการกลบปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ความเหลื่อมล้ำและความเปราะบางของพื้นที่ชายแดน ภายใต้กรอบศีลธรรมแบบรัฐศูนย์กลาง ความทุกข์ของมนุษย์จึงมักถูกลดทอนความสำคัญเมื่อเทียบกับศักดิ์ศรีของชาติ เพื่อตอบโต้กรอบดังกล่าวควรหันมาอ่านข้อพิพาทชายแดนผ่านแนวคิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และจริยธรรมแห่งความทรงจำร่วมซึ่งช่วยลดสถานะของชาติจากผู้ตัดสินศีลธรรมสูงสุด และเปิดพื้นที่ให้ความทรงจำที่หลากหลาย โดยเฉพาะความทรงจำของผู้คนชายแดน ได้รับการยอมรับในฐานะส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ร่วม สรุปว่าการขยับจากชาตินิยมเชิงศีลธรรมไปสู่กรอบที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เป็นเงื่อนไขสำคัญในการลดการใช้ข้อพิพาทชายแดนเป็นเครื่องมือทางการเมือง และเปิดทางสู่สันติภาพข้ามพรมแดนอย่างยั่งยืนในระยะยาว
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.