ความไม่แน่นอนทางการเมืองและผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของไทย: วิเคราะห์สถานการณ์การเมือง พ.ศ. 2568–2569
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความไม่แน่นอนทางการเมืองกับความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยมุ่งศึกษาเหตุการณ์และพลวัตทางการเมืองในช่วงปี พ.ศ. 2568–2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบการเมืองไทยเผชิญความผันผวนจากการแข่งขันทางการเมือง ความขัดแย้งระหว่างพรรคการเมือง และบทบาทขององค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญในการกำกับและตรวจสอบอำนาจรัฐ ผลการศึกษาพบว่า ความไม่แน่นอนทางการเมืองสามารถส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจผ่านหลายช่องทาง ได้แก่ การลดลงของความเชื่อมั่นของนักลงทุน การชะลอการลงทุนของภาคเอกชน ความผันผวนของตลาดการเงิน และความไม่แน่นอนของทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ นอกจากนี้ความขัดแย้งทางการเมืองและความไม่แน่นอนของรัฐบาลผสมยังสามารถทำให้การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเกิดความล่าช้าหรือขาดความต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลต่อความสามารถของรัฐในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว การเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในเอเชีย เช่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และไต้หวัน ยังสะท้อนให้เห็นว่า แม้ประเทศเหล่านี้จะเผชิญการแข่งขันทางการเมืองสูง แต่การมีสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็งและนโยบายเศรษฐกิจที่มีความต่อเนื่องสามารถช่วยรักษาความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจได้ บทความขอเสนอว่า การเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนาสถาบันทางการเมืองและการสร้างเสถียรภาพของนโยบายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการกำหนดนโยบายระยะยาวที่มีความต่อเนื่อง การลดความขัดแย้งระหว่างสถาบันทางการเมือง และการเพิ่มความโปร่งใสในการกำหนดนโยบายของรัฐ มาตรการดังกล่าวจะช่วยลดความไม่แน่นอนของนโยบายและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคธุรกิจและนักลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.