การรับรู้ภัยและพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากมิจฉาชีพออนไลน์ของประชาชน

Main Article Content

ภาสินี ทรงรักษา

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่องการรับรู้ภัยและพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากมิจฉาชีพออนไลน์ของประชาชน มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการรับรู้ภัยจากมิจฉาชีพออนไลน์ของประชาชน 2) ศึกษาระดับพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากมิจฉาชีพออนไลน์ 3) เปรียบเทียบการรับรู้ภัยและพฤติกรรมการป้องกันตนเองจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และ 4) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ภัยกับพฤติกรรมการป้องกันตนเอง กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ประชาชนในจังหวัดสระบุรี จำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า 1) ประชาชนมีการรับรู้ภัยจากมิจฉาชีพออนไลน์โดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยการรับรู้ความรุนแรงของผลกระทบมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด 2) พฤติกรรมการป้องกันตนเองโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ขณะที่การติดตามข้อมูลและข่าวสารเตือนภัยมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด 3) ประชาชนที่มีอายุ ระดับการศึกษา และประสบการณ์เคยถูกมิจฉาชีพออนไลน์ติดต่อหรือหลอกลวงแตกต่างกัน มีการรับรู้ภัยและพฤติกรรมการป้องกันตนเองแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนเพศ อาชีพ และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนที่แตกต่างกันไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และ 4) การรับรู้ภัยจากมิจฉาชีพออนไลน์มีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการป้องกันตนเองในระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = .61, p < .001) โดยการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและวิธีการรับมือมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันตนเองสูงที่สุด ผลการวิจัยสะท้อนว่าการส่งเสริมความรู้ควรควบคู่กับการพัฒนาทักษะในการตรวจสอบข้อมูลและการนำวิธีป้องกันไปใช้ในสถานการณ์จริง

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ทรงรักษา ภ. (2026). การรับรู้ภัยและพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากมิจฉาชีพออนไลน์ของประชาชน. วารสารสังคมศาสตร์ไทย, 3(5), 72–93. สืบค้น จาก https://so18.tci-thaijo.org/index.php/Thaiso/article/view/3155
ประเภทบทความ
บทความวิจัย