แนวทางการป้องกันภาวะหมดไฟในการทำงานของครูผู้ช่วย ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 1 โดยการวิจัยประสบการณ์ผู้ใช้
คำสำคัญ:
แนวทางการป้องกัน, ภาวะหมดไฟในการทำงานของครูผู้ช่วย, การวิจัยประสบการณ์ผู้ใช้บทคัดย่อ
การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับภาวะหมดไฟในการทำงาน สาเหตุ ความต้องการ และแนวทางการป้องกันภาวะหมดไฟในการทำงานของครูผู้ช่วย โดยการวิจัยประสบการณ์ผู้ใช้ 2) พัฒนาแนวทางการป้องกันภาวะหมดไฟในการทำงาน และ 3) ตรวจสอบ ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ความเป็นประโยชน์ และศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อแนวทางการป้องกันภาวะหมดไฟในการทำงาน การวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 เป็นการศึกษาเอกสารและการวิจัยประสบการณ์ผู้ใช้เกี่ยวกับระดับภาวะหมดไฟในการทำงาน สาเหตุ ความต้องการ และแนวทางการป้องกันภาวะหมดไฟในการทำงานของครูผู้ช่วย ผู้ให้ข้อมูล คือ ครูผู้ช่วย ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 1 ปีการศึกษา 2567 ทั้งหมด 10 คน โดยการเลือกแบบ สโนว์บอล ซึ่งเข้าเกณฑ์ภาวะหมดไฟในการทำงาน ระยะที่ 2 การออกแบบแนวทางการป้องกันภาวะหมดไฟในการทำงาน จากข้อมูลในระยะที่ 1 และสังเคราะห์เป็นแนวทาง โดยผู้เชี่ยวชาญ 5 คน ระยะที่ 3 การตรวจสอบความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ โดยผู้เชี่ยวชาญ 5 คน และศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อแนวทางการป้องกันภาวะหมดไฟในการทำงาน โดยครูผู้ช่วย 142 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ 1) แบบวัดระดับภาวะหมดไฟในการทำงาน 2) แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง 3) แบบประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ของแนวทาง และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ คือ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย พบว่า 1) ครูผู้ช่วยทั้ง 10 คน มีคะแนนที่บ่งชี้อยู่ในเกณฑ์ภาวะหมดไฟในการทำงาน 2) แนวทางการป้องกันภาวะหมดไฟในการทำงาน ประกอบด้วย 4 มิติ ได้แก่ กายภาพ สังคม จิตวิทยา และจิตวิญญาณ โดยแต่ละมิติประกอบด้วย 3 แนวทางการป้องกัน แต่ละแนวทางเสนอตามบทบาทของผู้บริหารและครู และ 3) ผลการประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด ( X= 4.92, S.D.= 0.11) และผลการประเมินความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ( X= 4.50, S.D.= 0.91)
เอกสารอ้างอิง
กานต์ชนก แซ่อุ่ย. (2554). ปัจจัยพยากรณ์ภาวะหมดไฟในการทำงานของผู้ให้การปรึกษาในเขตภาคเหนือตอนบน [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ณปภัช ทรวงโพธิ์ และ นันทิมา นาคาพงษ์ อัศวรักษ์. (2567). ปัจจัยการเสริมพลังอำนาจของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อภาวะหมดไฟในการทำงานของครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิษณุโลก อุตรดิตถ์. วารสารวิชาการและการวิจัยสหวิทยาการ, 4(4), 597–622.
ไทยรัฐออนไลน์. (2562). ทำไมครูไทยอยากลาออก. https://www.thairath.co.th/news/society/2242022
นฤมล สุธีรวุฒิ. (2558). ภาวะหมดไฟในการทำงาน: สาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางการป้องกันแก้ไข. วารสารรามคำแหง ฉบับมนุษยศาสตร์, 34(2), 145–164.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.
ปองกานต์ ศิโรรัตน์. (2563). ปัจจัยทำนายภาวะหมดไฟในการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 4. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 7(3), 147–160.
พรชัย สิทธิศรัณย์กุล. (2562). ภาวะหมดไฟในการทำงานของบุคลากรสาธารณสุข: การทบทวนวรรณกรรม. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 28(5), 963–973.
พัลพงศ์ สุวรรณวาทิน. (2559). ปัจจัยทำนายภาวะหมดไฟในการทำงานของพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาล [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ยอดหทัย รีศรีคำ. (2562). ภาวะหมดไฟในการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ: ปัจจัยทำนายและผลกระทบต่อคุณภาพการพยาบาล. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม, 20(40), 20–33.
วชิรญาณ์ มณีวรรณ และ อภิธีร์ ทรงบัณฑิตย์. (2565). ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะหมดไฟในการทำงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 กรุงเทพมหานคร. วารสารบริหารการศึกษา มศว, 19(36), 195–209.
ศรีสกุล เฉียบแหลม. (2562). ปัจจัยทำนายความผูกพันต่อองค์การของครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. Veridian E-Journal, Silpakorn University, 12(5), 1482–1498.
อัครินทร์ คำงาม. (2565). โมเดลสมการโครงสร้างปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะหมดไฟในการทำงานของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาขอนแก่น [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.
Madeline, W. (2021, September). Teachers are not OK, even though we need them to be. Education Week. https://www.edweek.org/teaching-learning/teachers-are-not-ok-even-though-we-need-them-to-be/2021/09
Maslach, C. (1981). The measurement of experienced burnout. Journal of Occupational Behavior, 2(2), 99–113.
Maslach, C. (1986). Stress, burnout, and workaholism. In R. R. Kilburg, N. J. Nathan, & R. W. Thoreson (Eds.), Professionals in distress: Issues, syndromes, and solutions in psychology (pp. 53–75). American Psychological Association.
Maslach, C., & Leiter, M. P. (2001). Job burnout. Annual Review of Psychology, 52, 397–422. https://doi.org/10.1146/annurev.psych.52.1.397
Maslach, C., & Leiter, M. P. (2016). Burnout. In Stress: Concepts, cognition, emotion, and behavior (pp. 351–357). Academic Press. https://doi.org/10.1016/B978-0-12-800951-2.00044-3
Stern, C. (2014). CUBI User Experience model. http://www.cubiux.com/
World Health Organization. (2019). International statistical classification of diseases and related health problems (11th ed.). https://icd.who.int/browse11/l-m/en#/http://id.who.int/icd/entity/129180281