แนวทางการป้องกันภาวะหมดไฟในการทำงานของครูผู้ช่วย ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 1 โดยการวิจัยประสบการณ์ผู้ใช้

ผู้แต่ง

  • กนกวรรณ โพธิ์พยัคฆ์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • คณิต นามปักใต้ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • ธนวัฒน์ สิทธิจันทร์เสน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • สิรินยา หินตะ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • สิริรัตน์ ภูจ่าพล คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • จตุภูมิ เขตจัตุรัส คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • ดาวรุวรรณ ถวิลการ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

คำสำคัญ:

เลือก:แนวทางการป้องกัน, ภาวะหมดไฟในการทำงานของครูผู้ช่วย, การวิจัยประสบการณ์ผู้ใช้

บทคัดย่อ

       การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับภาวะหมดไฟ สาเหตุ ความต้องการ และแนวทางการป้องกันภาวะหมดไฟของครูผู้ช่วย โดยการวิจัยประสบการณ์ผู้ใช้ 2) พัฒนาแนวทางการป้องกันภาวะหมดไฟ และ 3) ตรวจสอบ ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ความเป็นประโยชน์ และศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อแนวทางการป้องกันภาวะหมดไฟ การวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 เป็นการศึกษาเอกสารและการวิจัยประสบการณ์ผู้ใช้เกี่ยวกับระดับภาวะหมดไฟ สาเหตุ ความต้องการ และแนวทางการป้องกันภาวะหมดไฟของครูผู้ช่วย ผู้ให้ข้อมูล คือ ครูผู้ช่วยในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 1 ปีการศึกษา 2567 ทั้งหมด 10 คน โดยการเลือกแบบสโนว์บอล ซึ่งเข้าเกณฑ์ภาวะหมดไฟในการทำงาน ระยะที่ 2 การออกแบบแนวทางการป้องกันภาวะหมดไฟจากข้อมูลในระยะที่ 1 และสังเคราะห์เป็นแนวทาง โดยผู้เชี่ยวชาญ 5 คน ระยะที่ 3 การตรวจสอบความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ โดยผู้เชี่ยวชาญ 5 คน และศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อ  แนวทางการป้องกันภาวะหมดไฟ โดยครูผู้ช่วย 142 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ 1) แบบวัดระดับภาวะหมดไฟ        2) แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง 3) แบบประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ของแนวทาง และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ คือ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

       ผลการวิจัย พบว่า 1) ครูผู้ช่วยทั้ง 10 คน มีคะแนนที่บ่งชี้อยู่ในเกณฑ์ภาวะหมดไฟ 2) แนวทางป้องกันภาวะหมดไฟ ประกอบด้วย 4 มิติ ได้แก่ กายภาพ สังคม จิตวิทยา และจิตวิญญาณ โดยแต่ละมิติประกอบด้วย 3 แนวทางป้องกัน แต่ละแนวทางเสนอตามบทบาทของผู้บริหารและครู และ 3) ผลการประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.92, = 0.11) และผลการประเมินความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.50, = 0.91)

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-01-01

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย