พฤติกรรมที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ในโรงพยาบาลสอยดาว จังหวัดจันทบุรี

ผู้แต่ง

  • รัชนี แสงพันธ์ โรงพยาบาลสอยดาว
  • อภิญญา สุขในศิลป์ โรงพยาบาลสอยดาว
  • พงษ์เสฐียร เหลืองอลงกต มหาวิทยาลัยบูรพา
  • ภัทราวดี มากมี มหาวิทยาลัยบูรพา

คำสำคัญ:

พฤติกรรมที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ, ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์, การวิจัยแบบผสมวิธี

บทคัดย่อ

           การวิจัยแบบผสมวิธีแบบอธิบายเรียงลำดับครั้งนี้ใช้การออกแบบการติดตามคำอธิบาย มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในโรงพยาบาลสอยดาว จังหวัดจันทบุรี 2) เปรียบเทียบระดับพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ จำแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา ประสบการณ์ในการขับขี่รถจักรยานยนต์ การมีใบอนุญาตการขับขี่ และระยะเวลาที่ได้รับใบอนุญาตขับขี่ และ 3) ศึกษาแนวทางในการปรับปรุงพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ กลุ่มตัวอย่างเชิงปริมาณ คือ บุคลากรที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ จำนวน 97 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย และกลุ่มตัวอย่างเชิงคุณภาพ จำนวน 9 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามที่มีค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.84 และแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการเปรียบเทียบรายคู่ด้วยวิธี Scheffé ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา

             ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยพฤติกรรมที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การขับขี่ขณะฝนตกทำให้ถนนลื่น รองลงมาคือการไม่ให้สัญญาณก่อนถึงทางเลี้ยว 2) บุคลากรที่มีเพศ อายุ และระดับการศึกษาต่างกัน มีระดับพฤติกรรมไม่แตกต่างกัน แต่บุคลากรที่มีประสบการณ์ในการขับขี่ การมีใบอนุญาต และระยะเวลาที่ได้รับใบอนุญาตต่างกัน มีระดับพฤติกรรมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยบุคลากรที่มีประสบการณ์ 2 ปีขึ้นไป มีระดับพฤติกรรมเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มอื่น 3) แนวทางในการปรับปรุงพฤติกรรม คือ ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ขณะฝนตก และควรให้สัญญาณก่อนเลี้ยวทุกครั้งอย่างน้อย 30 เมตร

เอกสารอ้างอิง

กลุ่มพัฒนาความปลอดภัย สำนักแผนความปลอดภัย. (2566). รายงานประจำปี 2566 โรงพยาบาลสอยดาว จังหวัดจันทบุรี. โรงพยาบาลสอยดาว.

นงคราญ ตาต๊ะคำ. (2558). ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้รถจักรยานยนต์ของนักเรียนมัธยมศึกษา อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน [การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

นัฏฐิณี นามวงศ์, สาธิยา สาสีผล, ธนาธิป แก้วคำฟู, ปรัชญา ปลูกเงิน, และ ศุภกิตติ์ เกตุจันทร์. (2553). การศึกษาความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการปฏิบัติตนในการขับขี่รถจักรยานยนต์ของนิสิต คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร (รายงานผลการวิจัย). มหาวิทยาลัยนเรศวร.

นัพวุฒิ ชื่นบาล ตรีอมร วิสุทธิศิริ และ พรเลขา บรรหารศุภวาท. (2556). การศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร. สำนักงานป้องกันควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.

ปฐมพร พงษ์อารีย์. (2565). พฤติกรรมความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุของพนักงานส่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ในกรุงเทพมหานคร [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ปวีณา คำพุกกะ อุไรรัตน์ ยามรัมย์ และ สุชาดา ชมชื่น. (2554). พฤติกรรมการฝ่าฝืนกฎจราจรของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. วารสารบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 1(2), 59–75.

ภัทราวดี มากมี. (2562). การพัฒนาเกณฑ์การประเมินทักษะชีวิตสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในภาคตะวันออก: การวิเคราะห์โมเดลพหุระดับแบบผสานวิธี. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธนบุรี, 13(2), 24–34.

วิภาพรรณ ฉิ้ม. (2551). พฤติกรรมการปฏิบัติตามกฎหมายจราจรของนิสิตมหาวิทยาลัยบูรพา [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยบูรพา.

ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย. (2560). รายงานสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทย ปี 2559-2560. สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย. https://www.tarc.ait.ac.th/atarc/index.php

Ajzen, I. (1991). The theory of planned behavior. Organizational Behavior and Human Decision Processes, 50(2), 179–211. https://doi.org/10.1016/0749-5978(91)90020-T

Bandura, A. (1977). Social learning theory. Prentice Hall.

Bandura, A. (1986). Social foundations of thought and action: A social cognitive theory. Prentice Hall.

Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. W. H. Freeman.

Creswell, J. W., & Miller, D. L. (2000). Determining validity in qualitative inquiry. Theory Into Practice, 39(3), 124–130. https://doi.org/10.1207/s15430421tip3903_2

Creswell, J. W., & Plano Clark, V. L. (2011). Designing and conducting mixed methods research (2nd ed.). Sage.

Edmonds, W. A., & Kennedy, T. D. (2017). An applied guide to research designs: Quantitative, qualitative, and mixed methods (2nd ed.). Sage.

Field, A. (2018). Discovering statistics using IBM SPSS statistics (5th ed.). Sage.

Guest, G., Bunce, A., & Johnson, L. (2006). How many interviews are enough? An experiment with data saturation and variability. Field Methods, 18(1), 59–82. https://doi.org/10.1177/1525822X05279903

Slovic, P. (1987). Perception of risk. Science, 236(4799), 280–285. https://doi.org/10.1126/science.3563507

World Health Organization. (2018). Global status report on road safety 2018. https://iris.who.int/handle/10665/276462

Yin, R. K. (2009). Case study research: Design and methods (4th ed.). Sage.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2024-08-27

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย